"ถ้าคุณยังเดินมาเหยียบเท้าผมเป็นครั้งที่สาม ผมจะถือว่าคุณจงใจสร้างสถานการณ์เพื่อหาเรื่องใกล้ชิดนะครับ คุณธันวา"
เสียงทุ้มเจือความกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องนั่งเล่น รวินทร์ยืนพิงเคาน์เตอร์ครัว มือข้างหนึ่งพยายามคลำหาไฟแช็กในความมืด ขณะที่อีกฝ่ายกำลังเดินเงอะงะชนเข้ากับขาโต๊ะไม้จนเกิดเสียงดังโครมคราม
"ผมไม่ได้ซุ่มซ่ามขนาดนั้น... อีกอย่าง ใครมันจะไปอยากใกล้ชิดคนปากเสียอย่างคุณกันเล่า" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เจ้าตัวกำลังใช้มือคลำผนังเพื่อพยุงร่างสูงใหญ่ของตัวเองในเซฟเฮาส์กลางป่าลึกที่ไฟฟ้าดันมาตัดเอาในยามวิกาลแบบนี้
นี่คือบทลงโทษของชีวิตที่ไร้ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวก หม้อแปลงไฟฟ้าหลักของหมู่บ้านเกิดระเบิดจากพายุฝนเมื่อช่วงหัวค่ำ ส่งผลให้เซฟเฮาส์หลังงามที่เคยเพียบพร้อมด้วยแอร์เย็นฉ่ำและเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน กลายเป็นห้องอบไอน้ำขนาดย่อมที่อบอ้าวและไร้แสงสว่าง รวินทร์ที่เป็นคนรักความสบายจึงหงุดหงิดจนแทบจะกินหัวคนได้ตั้งแต่ชั่วโมงแรก ขณะที่ธันวาผู้เคร่งครัดในระเบียบวินัยกำลังเผชิญหน้ากับความวิกฤตที่ควบคุมไม่ได้ด้วยอาการหัวเสียไม่แพ้กัน
แกร๊ก... เปลวไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นมาจากไฟแช็กในมือของนักเขียนหนุ่ม แสงสีส้มวับแวมสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายและสันจاوของรวินทร์ เผยให้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่ฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด ในขณะที่ธันวาซึ่งยืนอยู่ใกล้กันโดยไม่ทันตั้งตัวพลقเผลอชะงักไปชั่วขณะ แสงไฟวูบไหวทำให้เงาของคนทั้งคู่ทาบทับลงบนผนังห้อง บรรยากาศรอบตัวที่เคยตึงเครียดกลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความอึดอัดบางอย่างที่บอกไม่ถูก
"มองอะไรครับ? หน้าผมมีรอยถ่านติดอยู่หรือไง ถึงได้จ้องซะขนาดนั้น" รวินทร์เอ่ยแซحเมื่อเห็นนักสืบหนุ่มยืนนิ่งค้างอยู่ในระยะประชิด
ธันวาแกล้งเบือนหน้าหนีทันที ความมืดช่วยอำพรางใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อของเขาได้อย่างแนบเนียน "เปล่า... ผมแค่กำลังคิดว่าคุณควรจะเอาเวลาไปหาเทียนไข มากกว่าจะมายืนกวนประสาทผมในสถานการณ์แบบนี้"
"เทียนไขในบ้านหลังนี้หมดเกลี้ยงครับคุณนักสืบ เพราะความสะשלของใครบางคนที่ลืมเช็คสต็อกก่อนที่เราจะย้ายเข้ามาอยู่" รวินทร์สวนกลับทันควัน พร้อมกับย่างสามขุมเข้าไปใกล้ธันวามากขึ้นโดยตั้งใจ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นเหงื่อจางๆ จากความร้อนอบอ้าวลอยเข้าจมูกจนธันวาต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ จนกระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
"ถอยไป... รวินทร์ คุณจะเดินเข้ามาใกล้เกินไปแล้วนะ" ธันวาเอ็ดเสียงต่ำ มือเรียวพยายามดันไหล่กว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่รวินทร์กลับไม่มีทีท่าว่าจะสะทกสะท้าน ซ้ำยังโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกันในความสลัวของแสงไฟแช็กที่ใกล้จะมอดดับ
"ใกล้แค่นี้กลัวเหรอครับ? หรือกลัวว่าหัวใจคุณมันจะเต้นดังเกินกว่าที่ผมจะได้ยินกันแน่" น้ำเสียงกระซิบพร่าเลือนข้างใบหูทำเอาธันวาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความร้อนจากร่างกายของรวินทร์ที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งทวีความร้อนระอุขึ้นไปอีก แม้ภายนอกห้องจะมีลมพัดเย็นสบายจากพายุฝน แต่ภายในพื้นที่แคบๆ ระหว่างคนทั้งคู่กลับร้อนรุ่มราวกับมีกองไฟสุมอยู่ใกล้ๆ
ธันวาเม้มริมฝีปากแน่น สมองที่เคยเฉียบคมและคิดวิเคราะห์คดีมานักต่อนักกลับว่างเปล่าอย่างน่าประหลาด ความใกล้ชิดอย่างไร้ระยะห่างในค่ำคืนที่ไม่มีไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ช่วยเหลือ ทำให้เกราะป้องกันตัวตนที่เขาสร้างขึ้นมานานนับปีพังทลายลงอย่างง่ายดาย มือที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของรวินทร์ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
ดวงตาคมกริบของนักเขียนหนุ่มจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งและมาดมั่นของนักสืบสายเนี้ยบมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเปราะบางที่น่าค้นหา ซึ่งรวินทร์ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นจากผู้ชายคนนี้
"คุณนี่มัน..." ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา "ถ้าไฟมาเมื่อไหร่ ผมจะเขียนรายงานตักเตือนความประพฤติคุณข้อหาคุกคามเจ้าหน้าที่รัฐแน่นอน"
รวินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะท้ารemร3อกแกร่งของธันวาที่แนบชิดอยู่ "ยินดีครับ... แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น ผมว่าเราควรหาทางรับมือกับค่ำคืนนี้กันก่อนดีกว่า เพราะดูท่าทางแล้ว แอร์คงไม่กลับมาใช้งานได้ง่ายๆ แน่"
พูดจบ รวินทร์ก็ขยับตัวถอยหลังออกไปเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่าง แม้ความอบอ้าวจะกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่สัมผัสจากไอร้อนเมื่อครู่ยังคงตกค้างอยู่ในความรู้สึกของทั้งสองคนอย่างชัดเจน ความยากลำบากจากการใช้ชีวิตอย่างไร้สิ่งอำนวยความสะดวกในค่ำคืนนี้ ดูเหมือนจะไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิดเสียแล้ว
ทว่า ในขณะที่รวินทร์กำลังจะหมุนตัวเดินไปหยิบไฟแช็กสำรองบนโต๊ะทำงาน เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณระเบียงหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงทุบประตูกระจกอย่างแรงจนสะเทือนไปทั้งบาน
ปัง! ปัง! ปัง!
ธันวาผละออกจากผนังทันที สัญชาตญาณนักสืบตื่นตัวเต็มที่ในเสี้ยววินาที รวินทร์หันขวับไปมองความมืดเบื้องนอก ใบหน้าที่เคยติดเล่นเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจังขึ้นมาทันที
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร แสงไฟฉายแรงสูงนับสิบลำก็สาดส่องทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามาภายในบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ดังลั่นฝ่าสายฝนเข้ามา
"เปิดประตู! ตำรวจตรวจค้น!"
— ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ปราณธาตุเก้าสุริยัน" เสมอมาครับ —
เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ•ตอนที่ 23
ความลำบากที่สร้างความผูกพัน
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!