เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ•ตอนที่ 22

ย้ายที่อยู่ชั่วคราว

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
แสงไฟฉายสว่างวาบกวาดผ่านม่านฝุ่นที่ลอยเค្វ้างในอากาศ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินปืนจาง ๆ ผสมปนเปกันจนน่าเวียนหัว ท่ามกลางความชุลมุนที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ร่างสูงโปร่งของธันวาไม่รอช้า สัญชาตญาณนักสืบมือหนึ่งพุ่งทะยานไปข้างหน้า คว้าข้อมือของรวินทร์ที่ยืนนิ่งอึ้งแล้วออกแรงกระชากให้หลบวิถีกระสุนที่อาจตามมาทันที "อย่าขยับ!" เสียงทุ้มต่ำตวาดก้อง รวินทร์เซถลาเข้าไปชนแผ่นอกกว้างของอีกฝ่ายอย่างจัง แรงปะทะทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอ "เฮ้ย! เบามือหน่อยคุณนักสืบ กระดูกกระ이ผมไม่ได้ทำด้วยเหล็กกล้านะครับ!" รวินทร์ส่งเสียงโวยวายเบา ๆ แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะหน้าสิ่วหน้าขวาน แต่คนปากเก่งก็ยังไม่วายส่งสายตากวนประสาทกลับไป "ถ้าไม่อยากตายคาที่นี่ ก็หุบปากแล้วตามมาเงียบ ๆ" ธันวาขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันคมยับย่นด้วยความเครียด ดวงตาคมกริบกวาดมองทางหนีทีไล่ผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ดที่แตกละเอียด ทีมที่บุกเข้ามาไม่ใช่ตำรวจชุดที่เขารู้จัก... พวกมันคือมืออาชีพที่ถูกส่งมาปิดปากต่างหาก! เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่กำลังเร่งฝ่าความมืดขึ้นมาตามบันไดไม้เก่า ๆ เสียงเอี๊ยดอ๊าดดังประสานกับเสียงคำรามสั่งการเป็นระยะ เวลาถูกบีบให้แคบลงจนแทบหายใจไม่ออก ธันวาตัดสินใจเด็ดขาด เขาคว้าแขนเรียวของรวินทร์ให้วิ่งตามทะลุออกทางประตูดังหลบภัยด้านหลัง ซึ่งเชื่อมต่อกับบันไดหนีไฟขึ้นสู่ดาดฟ้าตึกเก่า ลมราตรีพัดกระโชกแรงจนชายเสื้อโค้ทสะบัดไหว ท้องฟ้ายามนี้มืดสนิทไร้แสงดาว ราวกับเป็นใจให้ผู้ล่าและผู้ถูกล่าได้วิ่งไล่กันในเกมมรณะ รวินทร์หอบหายใจถี่รัว สองขาเรียวก้าวตามแรงดึงอย่างไม่ลดละ แม้ในใจจะนึกเคืองที่อีกฝ่ายออกแรงบีบข้อมือเขาจนขึ้นรอยแดง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในวินาทีเฉียดตายนี้ แผ่นหลังกว้างของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "คู่กัด" กลับสร้างความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด "เราจะไปไหนกันครับคุณธันวา วิ่งขึ้นมาบนดาดฟ้าแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับหนีเสือปะจระเข้นะครับ!" รวินทร์เอ่ยกลั้วเสียงหอบ ขณะทั้งคู่หลบซากแทงค์น้ำขึ้นสนิมเพื่อตั้งหลัก ธันวาหันขวับมามอง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสะท้อนแสงไฟนีออนจากตึกฝั่งตรงข้าม "หุบปากแล้วปีนลงไปทางท่อระบายน้ำทิ้งด้านหลังตึกซะ ทางนั้นรอดสายตาพวกมันอยู่" พูดจบ นักสืบหนุ่มไม่รอช้า เขาดึงตัวรวินทร์เข้าไปใกล้จนชิดแผ่นผนังปูนเปลือยที่เย็นเฉียบ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อจากการวิ่งหนีตายสร้างบรรยากาศแปลกประหลาดที่ทำให้หัวใจของคนทั้งคู่เต้นผิดจังหวะ รวินทร์ชะงักไปชั่วขณะ เผลอมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของคนตรงหน้าอย่างลืมตัว "มองอะไรครับ กลัวจนเสียสติไปแล้วหรือไง" ธันวาเอ่ยเสียงพร่า สายตาคมกริบลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา "ผมไม่ได้กลัว... แค่กำลังคิดว่าถ้าเราไม่รอดออกไป คุณจะได้เห็นผมเขียนหนังสือแฉพฤติกรรมเผด็จการของคุณในเล่มหน้าแน่ ๆ ครับ" รวินทร์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากยังคงกวนประสาทแม้เหงื่อจะซึมเต็มกรอบหน้า ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงฝีเท้าบนดาดฟ้าดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ไม่รอให้เสียเวลา นักสืบหนุ่มตัดสินใจคว้าเอวบางของรวินทร์เข้าหาตัว แล้วพาโจนทะยานลงสู่ระเบียงชั้นล่างที่เชื่อมต่อกับตรอกมืดทึบอย่างอุกหาญ ทั้งคู่กลิ้งหลบเข้าไปในมุมอับของตึกแถวร้างแห่งหนึ่ง กลิ่นอับชื้นของซากปรักหักพังคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ความเงียบสงบอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมทันทีที่เสียงฝีเท้าด้านบนค่อย ๆ ห่างออกไป ธันวาทาบมือลงกับผนังปูนเพื่อพยุงร่าง ขณะที่รวินทร์ทรุดตัวลงนั่งพักหายใจหอบโยนบนลังไม้เก่า ๆ "ปลอดภัยแล้วมั้งครับ... นักสืบมือฉมัง" รวินทร์เอ่ยทำลายความเงียบ พลางยกมือขึ้นนวดข้อมือตัวเองเบา ๆ ธันวาปรายตามองรอยแดงบนข้อมือขาวนั้น แววตาไหววูบด้วยความรู้สึกผิดชั่วพุก่อนจะปรับเป็นเรียบเฉยตามนิสัย "ที่นี่อันตรายเกินไปแล้ว พวกมันรู้ความเคลื่อนไหวของเราทุกก้าว... เราต้องย้ายที่อยู่ชั่วคราว" รวินทร์เลิกคิ้วสูง หรี่ตามองคนตรงหน้าด้วยความสงสัยระคนระแวง "ย้ายไปไหนครับ? บ้านผมก็เข้าไม่ได้ บ้านคุณก็ถูกจับตา แล้วเราจะไปซุกหัวนอนที่ไหนในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยหูตาของพวกมันกันล่ะครับ" ธันวาไม่ตอบทันที เขาก้าวเข้าไปใกล้ ชtอกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตหยิบบัตรคีย์การ์ดเก่า ๆ ใบหนึ่งออกมา วางลงบนลังไม้ตรงหน้ารวินทร์ เสียงโลหะกระทบไม้เบา ๆ ท่ามกลางความเงียบ "กระท่อมร้างริมชายป่าชานเมือง... ที่ที่ไม่มีใครคิดว่าคนอย่าง 'รวินทร์' และ 'ธันวา' จะยอมลดตัวไปซุกหัวนอนอยู่ด้วยกัน" รวินทร์มองคีย์การ์ดใบนั้นสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความจริงจังของนักสืบหนุ่ม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง แม้สถานการณ์จะบีบคั้นเพียงใด แต่ประกตาในดวงตาคู่นั้นกลับฉายแววท้าทาย "ไปอยู่กันสองต่อสองในป่าเปลี่ยว... คุณนี่ชักจะวางแผนลึกซึ้งเกินนักสืบไปแล้วนะครับ คุณธันวา" ธันวาหรี่ตามองคนพูด ยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดริมฝีปาก "ถ้าไม่อยากโดนผมจับมัดแล้วโยนขึ้นรถแต่แรก ก็รีบหุบปากแล้วเดินตามมา... รวินทร์" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความอบอุ่นเอาไว้อย่างแนบเนียนทำเอาคนฟังถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ รวินทร์เม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับกลองเพลจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แต่ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยกระแสเคมีอันร้อนแรง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธันวาก็แผדเสียงสั่นสะเทือนขึ้นทำลายความเงียบ ธันวาขมวดคิ้วหยิบมันขึ้นมาหน้าจอแสดงเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ เขากดรับสายโดยไม่ลังเล เสียงทุ้มเข้มกรอกลงไปทันที "ใคร?" ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงแหบพร่าและคุ้นเคยอย่างประหลาดจะดังลอดออกมาจากลำโพง ทำเอาธันวาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง *"คิดเหรอว่าหนีพ้น... ผู้กองธันวา ความจริงที่คุณตามหาน่ะ มันไม่ได้อยู่ที่กระท่อมปลายป่า... แต่มันกำลังรอต้อนรับคุณอยู่ในห้องนอนของคุณเองต่างหาก..."* สิ้นเสียงนั้น สายก็ถูกตัดทอดไปทันที ทิ้งให้ความเงียบงันและบรรยากาศอันหนתเหน็บเข้าเกาะกุมหัวใจของคนทั้งคู่ ธันวาหันขวับกลับมาสบตากันกับรวินทร์ที่ยืนค้างอยู่กับที่ สีหน้าของนักสืบหนุ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุดในทันที! --- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%