รอยขีดข่วนบนกรอบหน้าต่างห้องครัวชั้นสอง ไม่ได้เกิดจากกิ่งไม้ของต้นโมกข์ด้านนอก... แต่มันคือร่องรอยของคมมีดตัดกระจกที่ถูกกรีดผ่านอย่างเงียบเชียบ
ธันวาปราดเข้าไปล็อกตัวรวินทร์เข้าสู่อ้อมแขนแกร่งในเสี้ยววินาทีที่เสียงกระจกแตกร้าวรานดังขึ้น ฝ่ามือหนาปิดปากคนพูดมากที่สุดในสามโลกไว้แน่น ขณะที่อีกมือชักปืนพกสั้นออกจากซองพกซ่อนข้างเอวอย่างไร้สุ้มเสียง ลลมหายใจอุ่นร้อนของนักสืบหนุ่มเป่ารดต้นคอระหงของนักเขียนตัวแสบจนขนลุกชัน ทว่าเวลานี้ไม่มีพื้นที่หลงเหลือให้ความหวามไหว เมื่อภัยมุกคุกคามกำลังคืบคลานเข้ามาถึงห้องนอนของพวกเขา
“เงียบ” ธันวาออกคำสั่งเสียงต่ำกระซิบชิดใบหู รวินทร์พยักหน้ารัวๆ ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกแต่สติยังอยู่ครบถ้วน มือเรียวคว้าท่อนแขนแกร่งที่โอบเอวเขาไว้เป็นหลักยึดเหนี่ยว
ความปลอดภัยของเซฟเฮาส์หลังนี้... ถูกเปิดโปงแล้วอย่างแน่นอน
ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยอีกต่อไป สถานที่ที่ธันวาใช้ซ่อนตัวเขาจากสายตาอันตรายของกลุ่มอิทธิพลมืด บัดนี้ได้กลายเป็นกรงขังที่พวกมันรู้พิกัดแม่นยำ
ตุบ!
เสียงฝนรองเท้าหนักๆ กระแทกพื้นไม้ชั้นล่างดังขึ้น ตามด้วยเสียงลากวัตถุบางอย่างผ่านห้องโถง หัวใจของรวินทร์เต้นระรัวราวกับกลองศึก ความกลัวไม่ได้ทำให้เขาตัวสั่น แต่มันคือความเดือดดาลที่พื้นที่ส่วนตัวถูกรุกล้ำ ธันวาหันมาสบตาคนที่อยู่ในอ้อมแขน แววตาคมกริบของนักสืบหนุ่มส่งสัญญาณให้เตรียมพร้อม
นักเขียนหนุ่มพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ นิ้วเรียวเอื้อมไปหยิบมีดปอกผลไม้สแตนเลสบนเคาน์เตอร์ครัวมาถือไว้กระชับมือ แม้ปากจะชอบหาเรื่องกวนประสาทอีกฝ่ายแค่ไหน แต่ยามคับขันเช่นนี้ ความเชื่อใจระหว่างพวกเขากลับไร้รอยต่ออย่างน่าประหลาด
ธันวาค่อยๆ คลายมือออกจากปากรวินทร์อย่างระมัดระวัง ขยับตัวไปบังร่างโปร่งไว้ครึ่งหนึ่งก่อนจะก้าวออกจากมุมมืดช้าๆ สายตาคมกวาดมองผ่านช่องประตูที่เปิดแง้มไว้
เงาร่างมหึมาสองร่างกำลังก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามน้ำหนักตัวทำให้บรรยากาศภายในบ้านตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
รวินทร์ขยับเข้าไปใกล้แผ่นหลังกว้างของอีกฝ่าย สัมผัสได้ถึงกลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นอับของความเครียดและดินปืน ธันวาชะوกตัวเตรียมพุ่งออกไปจัดการผู้บุกรุก ทว่าในจังหวะนั้นเอง ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทก็โผล่พ้นขอบประตูห้องนอนใหญ่ที่อยู่ถัดไป
“ระวัง!” รวินทร์อุทานพร้อมกับกระชากแขนธันวาให้หลบวิถีกระสุนที่เจาะทะลุกรอบประตูเข้ามาเสียงดังสนั่น!
ปัง!
เศษไม้กระเด็นว่อน อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นดินปืนฉุนกึก ธันวาสวนกลับด้วยการเหนี่ยวไกผ่านช่องประตูทันทีอย่างไร้ความลังเล เสียงร้องเจ็บปวดดังขึ้นจากฝั่งตรงข้าม ตามด้วยเสียงข้าวของล้มระเนระนาด
“พวกมันมีกันกี่คนเนี่ย!” รวินทร์กัดฟันกรอด กระซิบถามด้วยความหัวเสีย “คุณพาผมมาหลบหรือพาผมมาเข้าสนามยิงปืนกันแน่ คุณนักสืบ”
“ถ้าไม่อยากโดนเป่าหัว ก็หุบปากแล้วอยู่ข้างหลังผม” ธันวาตอบเสียงเข้ม สีหน้าไร้ซึ่งความล้อเล่นแม้แต่น้อย ดวงตาคู่นั้นดุดันและจริงจังจนรวินทร์ต้องยอมกลืนคำพูดประชดประชันลงคอไปชั่วขณะ
แต่ทว่า... ความเงียบที่น่ากลัวกลับเข้าปกคลุมอีกครั้งหลังจากเสียงปืนสงบลง ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีเสียงร้องโودย
ธันวาหรี่ตามองผ่านรอยกระสุนที่เจาะผนัง ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกเร่งจนถึงขีดสุด เขารู้ดีว่าความเงียบนี้ผิดปกติ คนเจ็บจะไม่เงียบเสียงได้สนิทขนาดนี้เว้นเสียแต่... พวกมันกำลังถอยเพื่อตั้งรับ หรือไม่ก็กำลังวางแผนตลบหลัง
“รวินทร์ อยู่ตรงนี้ ห้ามขยับเด็ดขาด” ธันวาเอ่ยสั่งเสียงเฉียบขาด พร้อมกับขยับตัวจะก้าวออกไปสำรวจสถานการณ์ด้านนอก
แต่มือเรียวกลับคว้าชายเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่น รวินทร์ส่ายหน้าช้าๆ แววตาฉายความกังวลอย่างปิดไม่มิด “อย่าไปคนเดียว... มันอันตรายเกินไป”
ธันวาชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีปากเก่งของอีกฝ่าย มุมปากหยักลกระบายยิ้มบางเบาอย่างไม่รู้ตัว ท่ามกลางสถานการณ์เป็นตายร้ายดี เขากลับรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาในอกอย่างประหลาด มือหนายกขึ้นกุมมือเรียวที่กำชายเสื้อเขาไว้แน่น บีบเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน
“เชื่อใจผมนะ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยกระซิบข้างหูอย่างอ่อนโยน ไร้ซึ่งมาดเจ้าระเบียบเคร่งเครียดเช่นเคย “ผมไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรคุณเด็ดขาด”
คำพูดนั้นทำเอารวินทร์หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่บรรยากาศรอบตัวหนาวเหน็บจากกระจกที่แตก ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวยิ่งกว่าเสียงปืนเมื่อครู่เสียอีก ไอ้บ้านี่... รู้ตัวไหมว่ากำลังพูดจาโกงโกิดอะไรออกมาในเวลาแบบนี้!
ธันวาเตรียมก้าวพ้นขอบประตูห้องเพื่อออกไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ แต่ในจังหวะที่เท้าก้าวออกไปนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่ก็ดังกระแทกขึ้นมาจากชั้นล่าง พร้อมกับเสียงทุบประตูด้านหน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหว
“ตำรวจกองปราบ! ทุกคนยกมือขึ้นแล้วหมอบลงกับพื้น!”
เสียงตะโกนก้องกังวานผ่านโทรโข่งดังทะลุกำแพงเข้ามา ธันวาชะงักกึก หันกลับมามองรวินทร์ด้วยความแปลกใจระคนสงสัย เพราะเขาไม่ได้แจ้งตำรวจชุดนี้... และในขณะที่ทั้งสองกำลังสบตากันด้วยความงุนงง ประตูห้องนอนที่ควรจะปิดสนิทก็ถูกถีบผางออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในห้อง ท่ามกลางแสงไฟฉายที่สาดส่องสว่างวาบจนแสบตา
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ•ตอนที่ 21
คนร้ายรู้ตัวแล้ว
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!