เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ•ตอนที่ 12

เส้นแบ่งระหว่างงานกับใจ

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
“ถ้าคุณยังเอาแฟ้มคดีมากั้นกลางระหว่างเราอีกล่ะก็ ผมจะถือว่าคุณกำลังกลัวผม... และกลัวใจตัวเองนะครับ คุณนักสืบ” ปลายนิ้วเรียวยาวของรวินทร์เคาะลงบนสันแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่กลางโต๊ะทำงานอย่างจงใจ แรงสั่นสะเทือนเบา ๆ นั้นส่งผลให้ธันวาที่กำลังก้มหน้าก้มตาตรวจบันทึกประจำวันถึงกับชะงัก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนแววไม่พอใจเล็กน้อย แต่หากสังเกตให้ดี ความนิ่งสงบที่อีกฝ่ายพยายามสร้างขึ้นมาเกราะกำบังเริ่มมีรอยร้าว นี่คือเซฟเฮาส์หลังน้อยที่ควรจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับซ่อนตัวจากภัยมืด แต่วินาทีนี้ มันกลับกลายเป็นสนามประลองความอดทนที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตทางอารมณ์ ระหว่างนักเขียนนิยายหนุ่มผู้กวนประสาทเป็นกิจวัตร กับนักสืบหนุ่มผู้ยึดถือระเบียบวินัยเป็นสรณะ ธันวาเงยหน้าขึ้น ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจในอกจะเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะจากระยะห่างที่ใกล้เกินความจำเป็น “รวินทร์ คุณช่วยถอยออกไปหน่อยครับ เรากำลังคุยเรื่องข้อมูลคนร้าย ไม่ใช่เรื่องเล่นสนุก” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเตือนด้วยความพยายามที่จะรักษามาดผู้พิทักษ์ความยุติธรรม “ใครว่าผมเล่นล่ะครับ?” รวินทร์หัวسอในลำคอ ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นกายหอมสะอาดเจือจางลอยวนอยู่ในพื้นที่หายใจของอีกฝ่าย “ตั้งแต่เมื่อคืนที่คุณนอนละเมอเรียกชื่อผม... เอ่อ ไม่สิ ตั้งแต่ตอนที่คุณยอมให้ผมทำแผลให้โดยไม่บ่นสักคำ คุณก็ไม่ใช่แค่ ‘ผู้รับจ้างคุ้มครอง’ ของผมอีกต่อไปแล้วนะ” คำพูดนั้นทำเอาใบหน้าคมคายของธันวาขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว แม้จะพยายามควบคุมสติไม่ให้แสดงอาการพิรุธ แต่มือที่ถือปากกาหมึกซึมกลับบีบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด “ผมไม่ได้ละเมอ... และผมไม่ได้คิดอะไรเกินเลยทั้งสิ้น เลิกพูดจาเหลวไหลแล้วกลับไปนั่งที่ของคุณเถอะครับ” ธันวาหลบสายตา หันกลับมาสนใจตัวหนังสือในกระดาษ ทว่าสมองกลับว่างเปล่า ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนตอนที่รวินทร์โน้มตัวเข้ามาใกล้เพื่อเช็ดแผลที่หัวไหล่ ความอบอุ่นจากฝ่ามือ และลมหายใจอุ่น ๆ ที่รดรินอยู่ข้างกกหู กลับวนเวียนกลับมาหลอกหลอนเสียยิ่งกว่าคดีฆาตกรรมที่พวกเขากำลังสืบสวนอยู่ รวินทร์หรี่ตามองปฏิกิริยาอาการนั้น รอยยิ้มมุมปากไม่ได้ทำให้เขารู้สึกชนะ แต่กลับสร้างความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างในทรวงอก ความรู้สึกที่บอกว่า... กำแพงที่นักสืบหนุ่มสร้างขึ้นมาขวางกั้น เริ่มพังทลายลงทีละน้อยแล้วจริง ๆ ตลอดสองสัปดาห์ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันภายใต้ชายคาเดียวกัน ความหวาดระแวงในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความคุ้นเคยอย่างเงียบเชด ธันวาผู้ไม่เคยอนุญาตให้ใครก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัว กลับปล่อยให้รวินทร์เดินเข้ามาวุ่นวายในครัว ยืนเถียงกันเรื่องรสชาติกาแฟในยามเช้า และเผลอยิ้มออกมากับมุกตลกหน้าตายที่อีกฝ่ายสรรหามาหยอกล้อในยามค่ำคืน ในขณะที่รวินทร์ผู้รักความอิสระและหวาดกลัวการผูกมัด กลับพบว่าตัวเองเริ่มมองหาแผ่นหลังกว้าง ๆ ของคนตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว ยามใดที่ธันวานั่งเคร่งเครียดกับการแกะรอยคนร้าย รวินทร์มักจะพบว่าสายตาของตนเองเผลอไผลไปหยุดอยู่ที่ริมฝีปากหยักนั้นบ่อยครั้งเกินไป “ปากแข็งจังนะครับ...” รวินทร์พึมพำเบา ๆ น้ำเสียงเปลี่ยนจากทีเล่นทีจริงเป็นความจริงจังที่ทำเอาธันวาต้องเงยหน้าขึ้นมาสบตา ครั้งนี้ ไม่มีช่องว่างระหว่างกันอีกแล้ว รวินทร์โน้มใบเข้าไปใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งสนิท ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบา ๆ ธันวารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ แรงดึงดูดบางอย่างระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนลมหายใจสะดุด “รวินทร์... พอได้แล้วครับ” ธันวาเอ่ยเสียงพร่า มือหนายกขึ้นหมายจะดันไหล่อีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่กลับกลเป็นการสัมผัสโดนแผงอกบางเบa และนั่นทำให้รวินทร์ฉวยโอกาสคว้าข้อมือของเขาไว้ กดมันลงแนบกับโต๊ะเบา ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะคุกคาม แต่เต็มไปด้วยความหมายที่เรียกร้องคำตอบ “ถ้าผมบอกว่าผมไม่อยากหยุดล่ะครับ ธันวา...” ชื่อจริงที่ถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทุ้มต่ำและจริงจังเป็นครั้งแรก ทำให้หัวใจของนักสืบหนุ่มกระตุกวาบ ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้ใต้ระเบียบวินัยและหน้าที่การงาน พรั่งพรูออกมาอย่างไร้การควบคุม ความรู้สึกที่เกินเลยกว่าคำว่า "ผู้ว่าจ้าง" กับ "ผู้คุ้มครอง" ความรู้สึกที่ชัดเจนเสียจนเจ็บปวดในอก ธันวาเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาไหวระริกด้วยความสับสนและตื่นตระหนก เขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธเพื่อดึงสติของตัวเองกลับมา แต่ทว่า... *กริ๊งงงงงง!* เสียงกริ่งประตูหน้าเซฟเฮาส์ดังขึ้นแทรกบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดและอบอวลไปด้วยความหวานล้ำอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง ทั้งสองสะดุ้งผละออกจากกันทันทีราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ธันวารีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ขณะที่รวินทร์สบถเบา ๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ “ใครมาตอนนี้วะเนี่ย...” รวินทร์พึมพำอย่างหัวเสีย ธันวาเดินกึ่งวิ่งไปที่หน้าจออินเตอร์คอมเพื่อเช็คภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าประตูก่อนจะกดรับ ทว่าทันทีที่เห็นใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญผ่านจอภาพ สีหน้าของนักสืบหนุ่มก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือด ความกังวลใจฉายชัดขึ้นมาในแววตา “รวินทร์... ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับ” ธันวาหันกลับมามองหน้าเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “สารวัตรภาคภูมิ... หัวหน้าทีมสืบสวนเก่าของผมเองครับ” และก่อนที่รวินทร์จะได้ทันเอ่ยถามอะไร ประตูหน้าบ้านก็ถูกผลเปิดออกด้วยกุญแจสำรอง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดนอกเครื่องแบบที่ก้าวเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าถมึงทึง พร้อมเอกสารในมือที่สะบัดไปมา “ธันวา! แกซ่อนตัวอยู่ที่นี่ใช่ไหม... และฉันได้ยินมาว่าแกไม่ได้อยู่คนเดียว” สารวัตรภาคภูมิส่งเสียงก้องกังวานไปทั่วบ้าน ก่อนจะหยุดยืนนิ่งที่หน้าห้องทำงาน และจ้องมองตรงมาที่รวินทร์ด้วยสายตาที่พร้อมจะพังทลายทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขากำลังสร้างขึ้นมาด้วยกัน ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความรู้สึกที่ซ่อนเร้นนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%