ความเงียบงันในห้องทำงานไม่ได้แปลว่าปลอดภัย... ตรงกันข้าม มันคือความกดดันระดับสูงสุดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
สายตาของสารวัตรภาคภูมิที่จดจ้องมายังรวินทร์ ไม่ต่างอะไรกับคมมีดที่กรีดผ่านอากาศเย็นเยียบในเซฟเฮาส์หลังนี้ แรงกดดันแผ่ซ่านจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง ธันวาขยับตัวเข้ามาบังรวินทร์ไว้ครึ่งกว้างโดยสัญชาตญาณ สัญชาตญาณของนักสืบผู้ยึดมั่นในกรอบระเบียบกำลังประจันหน้ากับอำนาจมืดนอกกฎหมายที่กำลังคุกคามเข้ามาทีละก้าว
"ถอยไป ธันวา แกกำลังปกป้องคนผิด"
สารวัตรภาคภูมิเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารบนโต๊ะทำงานที่กระจัดกระจาย ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่รวินทร์อีกครั้งด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน
"คนผิดหรือครับสารวัตร?" รวินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะเจือแววเย้าแหย่ตามนิสัย แต่แววตาคมปลาบกลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว ร่างโปร่งก้าวออกมาจากด้านหลังของธันวาอย่างท้าทาย "ถ้าการปกป้องความจริงมันคือความผิด ผมว่าท่านควรไปตรวจสายตาก่อนจะมาเดินกร่างในบ้านคนอื่นนะ"
"ปากกล้าดีนี่... สมกับที่เป็นนักเขียนนิยายขายดี แต่ระวังปากของนายจะพาลงโลงก่อนจะได้เขียนตอนจบนะ"
ภาคภูมิขยับกายเข้าใกล้ขึ้น กลิ่นอายอันตรายแผ่พุ่งจนรวินทร์ต้องเผลอกลั้นหายใจชั่วขณะ ทว่าก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่บริเวณระเบียงด้านนอก พร้อมกับเสียงกระจกหน้าต่างแตกกระจายเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
"ระวัง!"
ธันวาคว้าตัวรวินทร์ดึงเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณ แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่เซถลาล้มลงไปกระแทกกับพื้นพรมหนา ร่างแกร่งของนักสืบหนุ่มพลิกตัวทาบทับปกป้องอีกฝ่ายไว้ใต้ร่างอย่างมิดชิด ไออุ่นจากร่างกายของธันวาปะทะเข้ากับแผ่นอกของรวินทร์ ท่ามกลางเสียงกระสุนปืนนัดแรกที่ดังแหวกอากาศเข้ามาในห้องทำงาน
เพล้ง! เศษแก้วกระจายเกลราวกับฝน
"พวกมันไม่ได้มาแค่คนเดียว..." ธันวาคำรามเบาๆ ริมฝีปากของเขาอยู่ห่างจากใบหูของรวินทร์เพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจร้อนผ่าวที่รินรดอยู่ข้างแก้มทำเอารวินทร์เผลอใจเต้นผิดจังหวะ แม้ในสถานการณ์เป็นตายร้ายดี แต่เคมีอันตรายระหว่างพวกเขากลับพุ่งพล่านจนน่ากลัว
"รู้แล้วน่า... ไม่ต้องมาทำเป็นฮีโร่แถวนี้ก็ได้" รวินทร์กระซิบตอบ เสียงกระเซ้ายังคงมีอยู่แม้สถานการณ์จะไม่เอื้ออำนวย มือเรียวข้างหนึ่งแกล้งลูบไล้ไปตามแผ่นหลังแกร่งของอีกฝ่ายเพื่อเช็กบาดแผล "คุณต่างหาก... เจ็บตรงไหนหรือเปล่าสารวัตรส่วนตัว?"
ธันวาขมวดคิ้วมุ่นกับความกวนประสาทที่ไม่เคยลดละของคนใต้ร่าง แต่เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากด่าอะไร เสียงรองเท้าบูทหนักๆ หลายคู่ก็เหยียบย่ำเข้ามาในตัวบ้าน เสียงฝีเท้าเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ห้องทำงานทุกที
สารวัตรภาคภูมิที่อาศัยจังหวะชุลมุนหลบไปตั้งหลักอยู่หลังตู้หนังสือไม้สักทอง ชักปืนพกออกมาจากซองข้างเอวด้วยความระแวกระวัง เขามองมาที่ธันวาและรวินทร์ด้วยสายตาที่ซับซ้อนขึ้น "ถ้าไม่อยากตายที่นี่ ทั้งคู่ก็หุบปากแล้วตามฉันมา ทางหนีไฟหลังบ้านน่าจะยังใช้ได้"
ธันวาสบตากับภาคภูมิเพียงชั่วพริบตา เขารู้ดีว่าความบาดหมางส่วนตัวต้องถูกพับเก็บไว้ก่อน เมื่อภัยคุกคามที่แท้จริงกำลังพยายามล่าพวกเขาทั้งหมดให้สิ้นซาก
นักสืบหนุ่มพยักหน้ารับ ก่อนจะดึงรวินทร์ให้ลุกขึ้นยืนด้วยกัน แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่ฝ่ามือใหญ่ของธันวาที่กุมกระชับข้อมือของรวินทร์ไว้แน่นกลับสื่อความหมายบางอย่างที่มั่นคงและหนักแน่น ชวนให้อุ่นใจท่ามกลางพายุความวุ่นวาย
พวกเขากำลังก้าวถอยหลังไปทางประตูเชื่อมห้องเก็บของ ทว่า...
แอด... เสียงบานประตูด้านหน้าสุดของเซฟเฮาส์ถูกถีบพังกระเด็นเข้ามา เสียงฝีเท้าฝูงชนปริศนาหยุดนิ่งสนิท และเสียงทุ้มต่ำเย็นยะเยือกก็เอ่ยทักทายขึ้นด้วยภาษาที่ทำให้เลือดในกายของทุกคนเย็นเฉียบ
"สวัสดี... เจ้าบ้านทุกท่าน หวังว่าเราคงไม่มารบกวนเวลานอนนะ"
ธันวาชะงักกึก รวินทร์เบิกตากว้างเมื่อเงาร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏบนใบหน้าของบุคคลที่พวกเขาไม่คาดคิดว่าจะกล้าเหยียบย่างมาถึงที่นี่
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอด หวังว่าจะชอบตอนนี้นะครับ
เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ•ตอนที่ 13
สัญญาณเตือนภัย
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!