เสียงหัวسะท้านอารมณ์ดังขึ้นเบา ๆ ทว่าก้องกังวานในความเงียบงันของเซฟเฮาส์หลังน้อย ปลายกระบอกปืนโลหะสีดำสนิทสะท้อนแสงไฟนีออนวับวามในมือของบุคคลที่ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่—"การันต์" อดีตคู่หมั้นทางธุรกิจผู้ซ่อนคมเขี้ยวไว้ภายใต้รอยยิ้มสุภาพชน
"ไม่คิดเลยนะครับว่า นักสืบผู้ทรงเกียรติกับนักเขียนมือทอง จะมาแอบซุกหัวนอนกันอยู่ในที่โสโครกแบบนี้"
การันต์กวาดสายตามองไปรอบห้องรับแขกด้วยความดูแคลน รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนมุมปาก ขณะที่ก้าวเท้าเข้ามาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง ทุกลมหายใจที่เคลื่อนไหวเต็มไปด้วยคุกคามที่ไม่อาจมองข้าม
รวินทร์เบิกตากว้างเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่สัญชาตญาณความกวนประสาทจะทำงานกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก เขารีบขยับตัวลุกขึ้นยืนบังหน้าเอกสารลับบนโต๊ะ ทำทีเป็นยักไหล่แล้วหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หระ
"อุ๊ย ตายจริง... แขกไม่ได้รับเชิญมารยาททรามแบบนี้ ทางเราควรคิดค่าเข้าชมเท่าไหร่ดีล่ะครับคุณการันต์ หรือว่าสมองคุณมันเสื่อมจนจำทางกลับบ้านไม่ได้ ถึงได้เดินเร่ร่อนมาถึงดงสุนัขป่าแบบนี้ได้"
น้ำเสียงของรวินทร์ยังคงคมกริบและยียวน ทว่าดวงตากลับไหววับด้วยความระแวดระวัง เขารู้ดีว่าการันต์ไม่ใช่คนที่จะมามือเปล่า และสถานที่แห่งนี้ถูกเปิดเผยได้แสดงว่ามีหนอนกระ่อนหน้าแล้ว
"ปากดีไม่เปลี่ยน..." การันต์หรี่ตามองนักเขียนหนุ่ม รอยยิ้มบนหน้าจางหาย กลายเป็นความเหี้ยมเกรียม "แต่ปากเก่ง ๆ แบบนี้แหละ ที่ฉันชอบนักเวลามันร้องขอชีวิต"
สิ้นคำพูด การันต์ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่รวินทร์ ทว่านิ้วชี้กลับเหนี่ยวไกไปทางร่างสูงใหญ่ที่ยืนนิ่งสงكاتอยู่ข้างกรอบประตูทันที!
"ระวัง!"
รวินทร์กรีดร้องสุดเสียง หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ทว่า... เร็วกว่าความคิดและสัญชาตญาณ ธันวาขยับตัวราวกับเสือชีตาห์ที่รอจังหวะตะครุบเหยื่ออยู่ก่อนแล้ว ร่างหนาในชุดสูทสีเทาเข้มพุ่งเข้าประชิดตัวรวินทร์ในเสี้ยววินาที พร้อมกับกระชากเอวบางให้หลบพ้นวิถีกระสุนที่เจาะทะลุกระจกหน้าต่างแตกกระจายเสียงดังสนั่น!
*เพล้ง!*
เศษกระจกกระจายเกลื่อนพื้น รวินทร์เซถลาล้มลงไปในอ้อมกอดของนักสืบหนุ่ม กลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นอายความตึงเครียดแผ่ซ่านเข้าจมูก น้ำหนักตัวของธันวาที่ทาบทับลงมาปกป้องเขาไว้นั้นหนักแน่นและมั่นคงราวกับกำแพงเหล็ก
"คุณธันวา! คุณบ้าไปแล้วหรือไง ทำไมไม่หลบ!" รวินทร์ตวาดลั่นด้วยความตกใจ ใบหน้าขาวซีดเผือดเมื่อเห็นรอยเลือดซึมผ่านเสื้อเชิ้ตตรงหัวไหล่ด้านขวาของนักสืบหนุ่ม
ธันวาไม่ได้ตอบคำถาม เขากัดฟันแน่น ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยความจริงจังและดุดัน ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังการันต์ที่กำลังยกปืนเล็งมาอีกครั้งอย่างไม่ลดละ ธันวาขยับตัวเอาแผ่นหนาของตนเองบังรวินทร์ไว้มิดชิด ไม่ยอมให้รอยขีดข่วนใด ๆ แตะต้องร่างในอ้อมแขนเด็ดขาด
"ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมครับ... ว่าหน้าที่ของผมคือปกป้องคุณ" ธันวาเอמהกระซิบข้างหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยจากแรงอัด แต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ทำเอารวินทร์รู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตาอย่างประหลาด
"ไอ้นักสืบโง่เอ๊ย... ใครใช้ให้มาทำเท่ตอนนี้เล่า!" รวินทร์สบถออกมาด้วยความหัวเสีย ปนเปไปกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ มันไม่ใช่ความกลัวตาย... แต่มันคือความกลัวที่จะสูญเสียคนตรงหน้าไปต่างหาก
การันต์หัวเราะลั่นเมื่อเห็นสภาพของทั้งคู่ "โอ้... ภาพยนตร์รักโรแมนติกกลางดงกระสุน น่าประทับใจเสียจริงครับ แต่น่าเสียดายที่บทสรุปของพระเอก มักจะจบลงด้วยความตายเสมอ!"
การันต์เหนี่ยวไกครั้งที่สอง เล็งตรงมาที่ศีรษะของธันวาที่ขวางทางอยู่
ในวินาทีเป็นตายนั้น ธันวาไม่มีแม้แต่ความลังเล มือแกร่งข้างซ้ายคว้าวัตถุโลหะที่ซ่อนไว้ที่ข้อเท้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ปืนพกสั้นคู่ใจถูกยกขึ้นเล็งสวนกลับไปในพริบตาเดียว สายตาของนักสืบหนุ่มนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในยามวิกาล ไม่มีแม้แต่ความหวาดกลัวสะท้อนอยู่ในนั้น มีเพียงสมาธิระดับสูงสุด
*ปัง!*
เสียงปืนดังสนั่นก้องห้องรับแขก กระสุนพุ่งเฉียดใบหูของการันต์ไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนเจ้าตัวต้องเบี่ยงหลบหัวซุกหัวซุน กระจกบานใหญ่ด้านหลังการันต์แตกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ แรงกดดันจากกระสุนนัดนั้นทำให้การันต์เสียศูนย์ กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ
"ถอยไป!" ธันวาคำรามเสียงต่ำ ลากตัวรวินทร์ให้ถอยหลังเข้าไปหลบหลังเสาปูนหนา พร้อมกับใช้มืออีกข้างกดแผลที่ไหล่ตัวเองเพื่อห้ามเลือด ใบหน้าคมเริ่มซีดเซียวลงจากอาการเสียเลือด แต่แววตายังคงคมกริบดั่งเหยี่ยว
รวินทร์รีบเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อเชิ้ตของธันวามาฉีกออกเป็นแถบยาวอย่างรวดเร็ว มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่พยายามพันแผลให้คนเจ็บด้วยความลนลาน ปากก็บ่นพึมพำไม่หยุด
"คุณนี่มัน... อวดเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะธันวา ถ้าคุณตายไปผมจะไปตามทòiค่าปรับจากใคร ห้ะ!"
ธันวาเหลือบมองใบหน้าหวานที่กำลังตื่นตระหนกและเป็นห่วงเขาอย่างปิดไม่มิด มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นมาได้แม้ในสถานการณ์คับขัน มือหนายื่นไปกุมมือเรียวที่กำลังพันแผลให้เขาไว้แน่น
"เป็นห่วงผมเหรอครับ... คุณนักเขียน" น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์เล็กน้อยตามประสาคนปากแข็งที่เริ่มเปิดใจ
"ห่วงผีอะไรเล่า! ผมกลัวว่าคุณตายในบ้านผมแล้ววิญญาณจะมาหลอกหลอนต่างหาก!" รวินทร์เชิดหน้าเถียง กลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาถึงใบหน้า
ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ต่อปากต่อคำกันต่อ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูเซฟเฮาส์ เสียงกวาดล้างและเสียงตะโกนสั่งการดังระงม การันต์ไม่ใช่คนเดียวที่มาที่นี่... และกำลังเสริมชุดใหม่ก็ก้าวเข้ามาปิดล้อมทุกทางออกไว้หมดแล้ว
ธันวาหรี่ตามองเงาร่างที่ปรากฏตัวขึ้นที่ประตู ทันใดนั้น สีหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นของนักสืบหนุ่มก็เปลี่ยนไปในพริบตา เมื่อบุคคลที่ก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามาคนล่าสุด ไม่ใช่ลูกน้องของการันต์... แต่เป็นคนที่ธันวาไม่มีวันคิดว่าจะทรยศเขาได้ลงคอ
รวินทร์เบิกตากว้างเมื่อเห็นแววตาของธันวาที่เปลี่ยนไป ก่อนที่เสียงทุ้มคุ้นเคยจะเอ่ยทักขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
"ไง... พี่ธันวา ไม่คิดเลยนะครับว่าแผนของผมจะสำเร็จง่ายดายขนาดนี้"
หัวใจของธันวากระตุกวูบ ทันทีที่ร่างของ "สารวัตรภาคิน" น้องชายร่วมสายเลือดก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น และกระบอกปืนในมือที่เล็งตรงมาที่หัวใจของเขาเอง!
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ปราณธาตุเก้าสุริยัน" เสมอมานะครับ
เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ•ตอนที่ 14
ปกป้องในแบบของเขา
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!