กลิ่นกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอายความตึงเครียดที่ลอยเคว้งอยู่ในห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัดของเซฟเฮาส์หลังมุม กระดาษเอสี่แผ่นหนาถูกตบลงบนโต๊ะไม้สักเสียงดังสนั่นจนแก้วเซรามิกสั่นสะเทือน ธันวาไม่ได้ใช้เพียงแค่ความเงียบในการกดดัน แต่เขายังใช้สายตาดุจคมมีดกวาดมองร่างของคนที่กำลังหย่อนตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาด้วยท่าทางกวนประสาทอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
"อ่านซะ นี่สือกฎเหล็กสามข้อในการอาศัยอยู่ร่วมกันภายใต้ชายคาเดียวกันแห่งนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่ถูกฝึกฝนมาจากการทำงานภาคสนาม
รวินทร์เหลือบมองกระดาษแผ่นนั้นเพียงหางตา มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก เขายื่นมือเรียวสวยหยิบกระดาษแผ่นดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาช้าๆ ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าลดราคาในซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่ใช่ข้อบังคับทางกฎหมายหรือกฎระเบียบความปลอดภัยที่นักสืบมือหนึ่งร่างขึ้นมาเพื่อความอยู่รอด
"ข้อแรก..." รวินทร์อ่านออกเสียงด้วยน้ำเสียงกวนประสาท "ห้ามนำสิ่งของมึนเมา สารเสพติด หรือวัตถุอันตรายทุกชนิดเข้ามาในพื้นที่ส่วนกลาง... โอ้โห คุณธันวาครับ นี่เซฟเฮาส์ลับเพื่อความปลอดภัย หรือค่ายดัดสันดานเยาวชนกันแน่ครับเนี่ย?"
"มันคือความปลอดภัยขั้นพื้นฐานของพยานและผู้เกี่ยวข้อง" ธันวาตอบกลับทันควัน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็ง "และถ้าคุณยังไม่อยากโดนส่งกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่ตามล่าคุณอยู่ข้างนอก กรุณาทำตามอย่างเคร่งครัด"
รวินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เจือความท้าทายนั้นทำเอาคิ้วเข้มของนักสืบหนุ่มกระตุกวูบ นักเขียนหนุ่มวางกระดาษลงบนโต๊ะตามเดิม ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวปะทะเข้ากับโสตประสาทของคนตรงข้าม ธันวาชะงักไปชั่ววินาที แต่ก็ฝืนเกร็งร่างเอาไว้ไม่ให้ถอยหลังหนี
"แล้วข้อสองล่ะครับ ท่านผู้กำกับ?" รวินทร์ลากเสียงยาวอย่างจงใจยั่วเย้า
"ข้อสอง... ห้ามย่างกรายเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของผมเด็ดขาด ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น"
"อ้าว?" รวินทร์ทำหน้าตาตื่นตระหนกเกินจริง สองมือยกขึ้นทาบอก "ห้องทำงานที่มีเอกสารคดีลับสุดยอด กองพะเนินเทินทึกนั่นน่ะเหรอครับ? โถ... นึกว่าคุณจะใจกว้างเปิดบ้านต้อนรับเพื่อนร่วมห้องเสียอีก แบบนี้ผมจะแอบไปยืมปากกาตอนดึกๆ ได้ยังไงล่ะครับเนี่ย"
"ผมไม่ได้เอาคุณมาเป็นเพื่อนร่วมห้อง รวินทร์" ธันวาเน้นเสียงทีละคำ ขยับตัวเข้ามาประชิดจนระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว "คุณคือ 'งาน' ที่ผมต้องรับผิดชอบ และหน้าที่ของคุณคือการอยู่เฉยๆ อย่าสร้างภาระให้ผมเพิ่มก็พอ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตวิ่งพล่าน ไดอะล็อกเชือดเฉือนที่พ่นใส่กันไปมาไม่ได้ทำให้ใครยอมถอย รวินทร์เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวโตกว่า ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายความดื้อรั้น ไม่มีความหวาดกลัวใดๆ สะท้อนอยู่ในนั้น มีเพียงความท้าทายที่พร้อมจะพังทลายกำแพงระเบียบจัดของอีกฝ่ายให้ราบคาบ
"แล้วถ้าเกิดว่า... ผมบังเอิญมือไม้อ่อนทำข้อสองพังขึ้นมาจริงๆ คุณจะทำยังไงกับผมล่ะครับ?" รวินทร์กระซิบเสียงแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ ริมฝีปากคลี่ยิ้มร้ายกาจ "จะใส่กุญแจมือผม ล็อกตัวผมไว้ หรือว่า... มีบทลงโทษแบบอื่นที่น่าสนใจกว่านั้น?"
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาที่มองมาไม่ได้ดุร้ายเหมือนตอนแรก แต่มันกลับเต็มไปด้วยความระอุบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามสะกดกลั้นเอาไว้ มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ปากหนาเม้มเข้าหากันก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟัน
"คุณนี่มัน... ดื้อด้านไม่มีใครเกินจริงๆ รวินทร์"
"ชมเกินไปแล้วครับ" นักเขียนหนุ่มยิ้มรับหน้าตาเฉย "เพราะสำหรับผมแล้ว กฎมีไว้แหก... โดยเฉพาะกฎที่คนเจ้าระเบียบอย่างคุณตั้งขึ้นมาเองเนี่ยแหละ น่าสนุกเป็นบ้าเลยล่ะครับ"
รวินทร์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จงใจเดินผ่านร่างหนาไปช้าๆ ไหล่บางเฉียดผ่านต้นแขนแกร่งจนธันวาสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลที่ชวนให้ใจเต้นผิดจังหวะ นักเขียนหนุ่มก้าวเท้าตรงไปยังโถงทางเดิน มุ่งหน้าไปยังห้องนอนที่ถูกจัดเตรียมไว้ทันที โดยทิ้งท้ายประโยคเย้าแหย่ไว้ไล่หลัง
"อ้อ! ส่วนข้อสามที่คุณยังไม่ได้อ่าน... เก็บไว้บอกผมพรุ่งนี้ก็แล้วกันนะครับ วันนี้ผมเพลียแล้ว ขอตัวไปสำรวจ 'พื้นที่ต้องห้าม' แถวนี้ก่อนนะ"
ธันวาหันขวับตามเสียงฝีปากกล้า ร่างสูงก้าวตามไปหมายจะคว้าแขนอีกฝ่ายให้หยุด แต่ทว่า...
*กริ๊งงงงงง!*
เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดในห้องนั่งเล่นอย่างกะทันหัน ทั้งคู่ชะงักค้างในท่าทางเตรียมปะทะ ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เพราะไม่มีใครล่วงรู้พิกัดของเซฟเฮาส์แห่งนี้ นอกจากผู้บังคับบัญชาและคนสนิทไม่กี่คนเท่านั้น
รวินทร์หันกลับมาส่งยิ้มมุมปากให้ ส่งสายตาเชิงตั้งคำถามไปยังนักสืบหนุ่ม
ธันวาส่งสัญญาณมือให้รวินทร์ถอยไปอยู่ด้านหลัง ก่อนจะเดินไปที่ประตูล็อกกลอนอย่างระมัดระวัง มือข้างหนึ่งแตะปืนสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวเตรียมพร้อม มืออีกข้างบิดลูกบิดประตูแล้วดึงเปิดออกช้าๆ
ทว่า บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้าหลังบานประตู กลับไม่ใช่ตำรวจหรือคนร้ายอย่างที่ธันวาคาดการณ์ไว้ แต่เป็นร่างระหงของหญิงสาวในชุดสูทเข้ารูป ใบหน้าสวยเฉี่ยวกราดมองเข้ามาในบ้าน ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะไปหยุดอยู่ที่รวินทร์ซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของนักสืบหนุ่มเย็นเฉียบ
"ธันวา... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ทางกองบัญชาการสั่งให้ยกเลิกเซฟเฮาส์นี้ เพราะมีคนทรยศแทรกซึมอยู่ในทีม... และเป้าหมายของมัน คือการเก็บตัวพยานอย่างคุณรวินทร์คืนนี้!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนนี้นะครับ
เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ•ตอนที่ 2
กฎสามข้อที่ไม่เคยมีจริง
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!