เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ•ตอนที่ 16

ความจริงหลังหน้ากาก

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
"ระวัง... มันรู้ที่ซ่อนตัวของพวกคุณแล้ว..." ประโยคสั้นๆ ที่เพิ่งปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าบนโต๊ะทำงานกลางห้องนั่งเล่น ยังคงส่งไอความเย็นเยียบเยือกเกาะกุมบรรยากาศรอบตัว ทว่าสิ่งที่ร้อนรุ่มยิ่งกว่ากลับเป็นสถานการณ์เฉพาะหน้าที่กำลังบีบเค้นความรู้สึกของคนทั้งคู่ให้ตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง รวินทร์ยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ดวงตาคู่คมที่มักฉายแววเจ้าเล่ห์และกวนประสาทในยามปกติ บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก เขามองตรงไปยังร่างสูงสง่าของคนที่ยืนขวางทางออกอยู่ ธันวาไม่ได้ขยับเขยื้อน นัยน์ตาคมกริบของนักสืบหนุ่มผู้เจ้าระเบียบแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า ไหล่กว้างที่เคยตั้งตรงอย่างมั่นคงยามนี้กลับลู่ลงเล็กน้อยราวกับแบกรับน้ำหนักของความผิดบาปที่มองไม่เห็นไว้ทั้งโลก "คุณจะยืนนิ่งเป็นหุ่นขี้ผึ้งอยู่อีกนานไหมครับ ผู้หมวด" รวินทร์เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงของนักเขียนหนุ่มเจือความหงุดหงิดที่ซ่อนความห่วงใยไว้ไม่มิด "ข้อความเมื่อกี้ชัดเจนพอที่จะทำให้เราเลิกเล่นเกมซ่อนหาแล้วร่วมมือกันรื้อรังมันเสียที หรือคุณยังรอให้มีใครต้องเป็นศพรายต่อไปก่อน?" ธันวาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง สันจมูกโด่งเป็นคมรั้นขึ้นตามแรงอารมณ์ที่กำลังตีรวนอยู่ภายในอก มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหาความว่างเปล่าข้างลำตัวแน่นเสียจนเส้นเลือดปูดโปน "คุณไม่เข้าใจหรอก... รวินทร์" น้ำเสียงของธันวาแหบพร่าและต่ำลึก ผิดไปจากมาดของร้อยตำรวจเอกผู้เคร่งครัดในระเบียบวินัยอย่างสิ้นเชิง "ความรู้สึกของการยืนมองคนที่เราสาบานว่าจะปกป้อง... ต้องมาตายต่อหน้าต่อตาโดยที่เราทำอะไรไม่ได้เลย มันไม่ใช่เรื่องสนุกที่คุณจะเอามาพูดเล่น" รวินทร์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดสำรวจใบหน้าของอีกฝ่ายที่ฉายแววความเจ็บปวดอย่างปิดไม่มิด ความกวนประสาทที่เคยมีมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีตื้นขึ้นมาในอก—ความเจ็บปวดที่สะท้อนมาจากแววตาคู่นั้น มันคมกริบเสียยิ่งกว่าปลายมีด นักเขียนหนุ่มก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละก้าวอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังเข้าใกล้สัตว์ป่าที่บาดเจ็บและพร้อมจะแว้งกัดได้ทุกเมื่อ พื้นห้องไม้ปาร์เกต์ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ท่าىมกลางความเงียบงันของเซฟเฮาส์หลังเก่า "ผมไม่ได้ล้อเล่นครับ ธันวา" รวินทร์พูดเสียงนุ่มลงโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงที่เคยเผ็ดร้อนและเฉียบคมกลับเจือความอ่อนโยนอย่างประหลาด "และผมก็รู้ว่าคุณไม่ได้แบกรับแค่คดีนี้... แต่คุณกำลังแบกความรู้สึกผิดจากอดีตที่ผ่านมาหลายปีไว้บนบ่าคู่นั้นด้วย" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งผากและเต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความสมเพชตัวเอง "คุณรู้อะไร... คุณเป็นแค่นักเขียนที่นั่งจินตนาการเรื่องราวฆาตกรรมอยู่หลังโต๊ะทำงาน คุณจะไปเข้าใจอะไรกับโลกแห่งความจริงที่เปื้อนเลือดและการสูญเสียที่ไม่มีวันย้อนคืน!" "ใช่! ผมเป็นแค่นักเขียน" รวินทร์สวนกลับทันควัน ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความถือดี ร่างเพรียวบางแต่เต็มไปด้วยพลังพุ่งเข้ามาประชิดตัวนักสืบหนุ่มในระยะประชิดจนแผงอกของทั้งคู่เกือบแนบชิดกัน "แต่ผมพึ่งพาสายตาตัวเองได้ดีกว่าที่คุณคิด และผมก็เห็นว่าคุณกำลังจะพังเพราะอดีตบ้าๆ นั่นกำลังตามมาฆ่าคุณซ้ำสอง!" ธันวากลืนก้อนสะอื้นลงคอเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความจริงจังและห่วงใยคู่นั้น กลิ่นกายสะอาดเจือจางประจำตัวของนักเขียนหนุ่มลอยเข้าแตะจมูก ผสมผสานกับบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวจนกลายเป็นแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้หัวใจของนายตำรวจหนุ่มเต้นผิดจังหวะ ภาพเหตุการณ์ในคืนวันฝนตกเมื่อสามปีก่อนผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพสไลด์ที่ถูกฉายซ้ำ เสียงกรีดร้อง เสียงปืนนัดสุดท้าย และร่างของ 'สารวัตรกรณ์' คู่หูผู้เปรียบเสมือนพี่ชายแท้ๆ ที่ทรุดฮวบลงอ้อมแขนของเขา เลือดสีแดงฉานที่ไหลนองเต็มพื้นถนนเปรอะเปื้อนมือของเขาจนล้างไม่ออก แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ภาพนั้นยังคงตามหลอกหลอนเขาในทุกค่ำคืน "มันเป็นความผิดของผม..." ธันวาพึมพำออกมาด้วยเสียงอันสั่นเทา กำแพงความเย็นชาที่สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองพังทลายลงในพริบตา นัยน์ตาคมที่เคยเข้มแข็งบัดนี้รื้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ "ถ้าคืนนั้นผมไม่ดึงดันที่จะบุกเข้าไปตามลำพัง... กรณ์ก็คงไม่ต้องเอาตัวมาบังกระสุนแทนผม... เขาควรจะได้แต่งงานและมีชีวิตที่ดีกว่าจะต้องมาจบชีวิตลงเพราะความบุ่มบ่ามของผมเอง" รวินทร์นิ่งเงียบ ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ระบายความอัดอั้นที่เก็บกดไว้ลึกสุดใจ ความกวนประสาทและท่าทีปากร้ายที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น มือเรียวบางยื่นออกไปช้าๆ ก่อนจะวางลงบนบ่ากว้างที่กำลังสั่นเทาเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงถ่ายทอดความรู้สึกผ่านเนื้อผ้า ส่งตรงไปยังหัวใจที่ด้านชาของนักสืบหนุ่ม "การที่คุณแบกความผิดนั้นไว้บนบ่า มันไม่ได้ทำให้คนที่ตายไปฟื้นคืนชีพขึ้นมาหรอกนะครับ ธันวา" รวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้ง และจริงจังอย่างที่อีกฝ่ายไม่เคยได้ยินมาก่อน "และมันก็ไม่ใช่ตั๋วอนุญาตให้คุณเอาชีวิตตัวเองมาทิ้งไว้ในเกมล้างแค้นงี่เง่านี้ด้วย" ธันวาเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันและกัน ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ความรู้สึกโหยหา ลังเล และความปรารถนาอันตรายบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบท่ามกลางพายุอารมณ์ "แล้วคุณล่ะ..." ธันวาเอ่ยเสียงพร่า มือหนายื่นออกไปสัมผัสกรอบหน้าของนักเขียนหนุ่มอย่างเผลอไผล นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่โหนกแก้มเนียนอย่างหลงใหล "ทำไมถึงต้องเอาตัวเข้ามาเสี่ยงในเกมนี้กับผมด้วย ทั้งที่คุณจะหนีไปที่ไหนก็ได้ตามใจชอบ" รวินทร์ชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ภายใต้การสัมผัสที่แสนอ่อนโยนแต่วาบหวิวนี้ ทว่าริมฝีปากบางยังคงยกยิ้มมุมปากตามนิสัยเดิม แม้ว่าใบหน้าจะขึ้นสีเรื่อจางๆ อย่างปิดไม่มิดก็ตาม "ก็เพราะว่า..." รวินทร์กระซิบแผ่วเบา ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่เจือความหวานล้ำ "ผมไม่อนุญาตให้พระเอกของผมต้องมาตายตอนจบแบบโง่ๆ น่ะสครับ... เรื่องนี้ผมเป็นคนแต่งบท เพราะฉะนั้น จุดจบจะเป็นอย่างไร ผมขอเป็นคนกำหนดเอง" รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของธันวาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เสแสร้ง แต่มันมาจากก้นบึ้งของหัวใจที่ถูกความอบอุ่นของคนตรง Heal จนความมืดมนในอดีตจางหายไปชั่วขณะ มือหนาเลื่อนจากกรอบหน้าลงมาโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวโดยอัตโนมัติ รวินทร์ไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้อีกฝ่ายดึงเข้าไปแนบชิดจนรับรู้ถึงไออุ่นและจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะของกันและกัน ความตึงเครียดจากข้อความเตือนภัยภายนอกราวกับถูกลืมเลือนไปชั่วขณะ เหลือเพียงแรงดึงดูดระหว่าบุคคลทั้งสองที่รุนแรงดั่งเปลวสุริยัน "ถ้างั้น..." ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปากของนักเขียนหนุ่ม "ในฐานะที่คุณเป็นคนแต่งบท... ช่วยบอกผมหน่อยสครับ ว่าฉากต่อไปเราควรจะทำอะไรกันดี" รวินทร์หอบหายใจเบาๆ เปลือกตาปิดลงครึ่งหนึ่งเพื่อซ่อนความเขินอายที่กำลังแผดเผาแก้ม ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเตรียมจะเอ่ยคำตอบโต้ที่กวนประสาทตามสไตล์ ทว่า... *ปัง! เสียงกระจกหน้าต่างห้องนั่งเล่นแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเศษกระสุนปริศนาที่พุ่งเจาะทะลุกรอบประตูไม้ด้านหลังอย่างเฉียดฉิว!* ธันวาปฏิกิริยาไวราวกระแสไฟฟ้า ร่างสูงดึงรวินทร์ให้ล้มตัวลงหลบหลังโซฟาตัวหนาทันที แรงกระแทกทำให้ทั้งคู่กลิ้งไปกองกับพื้นในอ้อมแขนของกันและกัน นัยน์ตานักสืบหนุ่มกลับมาแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยสัญชาตญาณนักล่าในเสี้ยววินาที "หมอบลง!" ธันวาตะโกนก้องพร้อมกับชักอาวุธปืนพกออกจากซองคาดเอวอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบกวาดมองผ่านช่องว่างของโซฟาไปยังความมืดมิดนอกหน้าต่างที่แตกละเอียด ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ตั้งตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับเสียงเคาะรัวๆ และเสียงตะโกนอันคุ้นเคยที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ต้องสะดุดกัก "สารวัตรธันวา! เปิดประตู! ตำรวจตรวจค้น!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังเดือดพล่านนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%