เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ•ตอนที่ 17

นิยายที่เขียนไม่จบ

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
"สารวัตรธันวา! เปิดประตู! ตำรวจตรวจค้น!" เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินแยก แรงสะเทือนนั้นส่งตรงมาถึงบานกระจกหน้าต่างเซฟเฮาส์จนสั่นระริก ทว่าสิ่งที่ตรึงหัวใจของรวินทร์ให้อยู่กับที่ในวินาทีนี้ หาใช่เสียงตะโกนเกรี้ยวกราดจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษด้านนอกไม่... แต่เป็นร่างสูงโปร่งของนายตำรวจหนุ่มผู้เจ้าระเบียบ ที่ตอนนี้กลับทรุดฮวบลงไปนั่งพิงกับบานประตูไม้เนื้อแข็ง ลมหายใจหอบกระชั้นจนอกกระเพื่อมไหว และคราบเหงื่อกาฬที่ผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย "ธันวา!" รวินทร์พุ่งเข้าไปประคองร่างนั้นอย่างไม่คิดชีวิต ปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้น พรมราคาแพงซับเสียงกระแทกนั้นไว้ แต่มันกลบเสียงหัวใจที่เต้นรำด้วยความตื่นตระหนกของเขาไม่ได้เลย ร่างกายของธันวาเย็นเฉียบ ทั้งๆ ที่อุณหภูมิห้องเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ค่อนข้างต่ำ สารวัตรหนุ่มผู้เคยยืนหยัดอย่างองอาจต่อหน้าความอยุติธรรม บัดนี้กลับมีสีหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววความเจ็บปวดลึกซึ้งที่ซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึมมาตลอด "อย่า... อย่าเพิ่งเปิด..." เสียงแหบพร่ากระซิบลอดไรฟัน มือใหญ่เอื้อมมาคว้าชายเสื้อยืดสีดำของนักเขียนหนุ่มไว้แน่น ราวกับว่านี่คือสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวในโลกที่กำลังพังทลาย "พวกมัน... มีหมายค้นของศาลพิเศษ... ถ้าคุณเปิด... คุณจะซวยไปด้วย รวินทร์" "ผมไม่สนห่าเหวอะไรทั้งนั้น!" รวินทร์ตวาดกลับเสียงสั่น น้ำเสียงที่มักจะกวนประสาทและเรียบเฉย บัดนี้เจือไปด้วยความเกรี้ยวกราดที่เกิดจากความห่วงใยล้วนๆ "คุณกำลังจะตายอยู่รอมร่อ ร่างกายคุณไม่ไหวแล้วสารวัตร! ปล่อยมือ! ผมจะไปเปิดประตู!" "หยุดนะ..." ธันวาออกแรงดึงรั้งสุดแขน แม้เรี่ยวแรงจะถดถอยลงไปมาก แต่ดวงตาที่มองมากลับดื้อรั้นและจริงจังจนน่าโมโห "ถ้าคุณก้าวออกไปตอนนี้... หลักฐานทั้งหมดในแฟ้มชุดนั้นจะถูกทำลาย... แผนกของเรา... คนของเรา... จะไม่เหลือใครเลย..." ห้องทำงานขนาดกะทัดรัดในเซฟเฮาส์อบอวลไปด้วยความตึงเครียด แสงไฟสีส้มสลัวสาดส่องลงบนโต๊ะไม้ที่มีต้นฉบับนิยายเรื่องล่าสุดกางคาไว้ หน้าจอแล็ปท็อปยังคงสว่างวาบด้วยตัวอักษรบรรทัดสุดท้ายที่ยังเขียนไม่จบ — *'และในที่สุด ความลับก็ถูกฝังกลบไว้ใต้รอยยิ้มของฆาตกร'* รวินทร์มองหน้าจอเครื่องมือทำมาหากิน สลับกับใบหน้าซีดเซียวของคนตรงหน้า สมองของนักเขียนสายปั่นที่มักคิดพล็อตหักมุมได้ในเสี้ยววินาที กลับตีบตันอย่างสิ้นเชิง ในฐานะนักเขียน... เขาควรจะหยิบต้นฉบับชิ้นนี้ ปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเดินหนีเอาตัวรอดไปตามสัญชาตญาณของมนุษย์ผู้รักอิสระและเกลียดการผูกมัด นี่คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด ชีวิตของเขาจะกลับไปสงบสุข ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับคดีฆาตกรรม อำนาจมืด หรือความลับเน่าเฟะของตำรวจนอกรีต แต่ทว่า... ภาพของสารวัตรหนุ่มจอมเฮี้ยบที่คอยบังคับให้เขากินข้าวตรงเวลา คอยบ่นเรื่องความรกของห้อง และคอยใช้สายตาดุๆ ดึงเขาออกจากหน้าจอตอนตีสาม กลับสลักลึกอยู่ในห้วงคำนึงจนยากจะลบเลือน ถ้าเขาเลือกความปลอดภัย... ธันวาจะกลายเป็นแพะรับบาปในคดีที่ไม่ได้ก่อทันที เสียงทุบประตูด้านนอกหยุดลง แทนที่ด้วยเสียงโลหะกระแทกกับวงกบ — *โครม!* การงัดกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว! "รวินทร์..." ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตา หยากเหงื่อไหลย้อยลงตามสันจดากร ริมฝีปากแห้งผากขยับยากเย็น "ฟังผมนะ... เปิดลิ้นชักโต๊ะทำงาน... หยิบแฟ้มสีน้ำเงิน... แล้วออกไปทางระเบียบหนีไฟ... เขียนนิยายของคุณให้จบ... อย่าเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เพื่อคนแบบผมเลย" "หุบปากน่าธันวา!" รวินทร์ตวาดลั่น ดวงตากลมโตสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความดื้อรั้นไม่แพ้กัน มือเรียวคว้าคอเสื้อของคนเจ็บขึ้นมาบังคับให้มองตาตรงๆ "คุณคิดว่าผมเป็นคนยังไงวะ? สารเลวเห็นแก่ตัวที่เอาแต่หนีปัญหาอย่างงั้นเหรอ? ถ้าผมทิ้งคุณแล้วเดินหนีไป... ผมคงเขียนนิยายตอนต่อไปไม่จบไปชั่วชีวิตแน่ๆ!" ธันวาชะงักไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคที่เต็มไปด้วยความรู้สึกดิบเถื่อนและจริงใจจากปากของนักเขียนหนุ่ม "ผมไม่ใช่พระเอกนิยายโรแมนติกน้ำเน่าที่จะยอมตายเพื่อใครหรอกนะ..." รวินทร์พูดต่อ น้ำเสียงอ่อนลงแต่ยังคงความเฉียบคม สันจมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามนิสัย "แต่ถ้าจะต้องให้ผมนั่งพิมพ์ฉากจบที่ไม่มีคุณอยู่ในโลกใบนี้... ผมบอกเลยว่าผมทำไม่ได้!" *ปัง!* เสียงประตูห้องพังทลายลงพร้อมกับฝุ่นควันและเศษไม้ที่กระจายว่อนไปทั่วอากาศ แสงไฟฉายสว่างจ้าแยงตาจนมองอะไรไม่เห็น ร่างในชุดเครื่องแบบสีดำหลายนายกรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ แต่ก่อนที่ปลายกระบอกปืนจะเล็งมาที่ร่างทั้งสอง รวินทร์กลับตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขากระชากตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใช้ร่างของตัวเองบังร่างของธันวาไว้มิดชิด พร้อมกับคว้าแฟ้มสีน้ำเงินบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้าง... คว้าข้อมือของสารวัตรหนุ่มแล้วออกแรงดึงสุดกำลังให้ลุกขึ้นตามมา "ถ้าอยากได้ตัวพวกเรานัก... ก็ตามมาเอาให้ได้สิวะ!" รวินทร์ตะโกนก้อง ก่อนจะพุ่งตัวทะยานพาธันวาพังประตูระเบียงกระจกออกไปสู่ความมืดมิดของค่ำคืนเบื้องล่าง ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งยิงและเสียงฝีเท้าที่ไล่หลังมาติดๆ สายลมยามค่ำคืนพัดตีปะทะใบหน้า แผ่นหลังของธันวาแนบชิดติดกับแผ่นหลังของเขาในจังหวะที่กระโดดหลบลงสู่หลังคาตึกแถวข้างเคียง หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางความเสี่ยงตายที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่เสียงปืนนัดแรกจะดังแหวกอากาศขึ้น... มือใหญ่ของธันวาที่กำข้อมือเขาไว้แน่น กลับกระชากตัวรวินทร์เข้ามาหลบหลังกำแพงปูนเปลือยอย่างแรง ลมหายใจร้อนผ่าวรดอยู่ข้างใบหู พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ทำเอาหัวใจนักเขียนหนุ่มกระตุกวูบ "ถ้าเราอดตาย... เอ้ย... รอดตายไปได้... คุณต้องเขียนนิยายภาคต่อให้ผมเป็นพระเอกคู่กับคุณ... ห้ามเปลี่ยนบทเด็ดขาดนะ... รวินทร์" ดวงตาสองคู่ประสานกันท่ามกลางแสงจันทร์สลัวที่ส่องทะลุผ่านกลุ่มควัน... เป็นประกายคมกริบที่ซ่อนความรู้สึกอันลึกซึ้งไว้เกินกว่าจะเอ่ยวาจา --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งเสียงเชียร์เคมีคู่นี้มาจนถึงตอนนี้ครับ **ปราณธาตุเก้าสุริยัน**
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%