เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ•ตอนที่ 7

ความลับใต้ลิ้นชัก

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
“ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณมีเจตนาบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว และหลักฐานชิ้นนั้น... จะถูกส่งตรงถึงมือสารวัตรใหญ่ในฐานะของกลางคดีอาญา” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากความมืดสนิทบริเวณมุมห้องทำงาน ไม่ได้ทำให้รวินทร์สะดุ้งโหยงอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม นักเขียนหนุ่มเจ้าเล่ห์กลับหยุดปลายนิ้วที่กำลังงัดลิ้นชักล็อกกุญแจไม้สักลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของห้องที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยใบหน้าไร้ระลอกคลื่น ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ “แหม, ผู้กองธันวาครับ... เล่นซ่อนหาในห้องตัวเองแบบนี้ มันออกจะผิดวิสัยคนเจ้าระเบียบไปหน่อยนะครับ” รวินทร์เอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ดวงตาคู่คมกวาดมองร่างสูงในชุดนอนไม่ได้นอนแต่ยังคงกระดุมเม็ดบนติดครบถ้วนอย่างถือวิสาสะ “อีกอย่าง... ของกลางอะไรกันครับ ผมแค่หาที่คั่นหนังสือต่างหาก” ธันวาไม่ขยับเขยื้อn ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละนิดอย่างเงียบเชียบ ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม ปลายนิ้วเรียวยาวของรวินทร์ยังคงแตะอยู่บนขอบโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นประจำตัวของนายตำรวจหนุ่มลอยมาปะทะจมูก เจือด้วยกลิ่นกาแฟดำเข้มข้นที่เจ้าตัวมักจะดื่มยามเครียด “ที่คั่นหนังสืออยู่ในลิ้นชักที่สาม ล็อกกุญแจ และมีเอกสารลับทางราชการซ้อนอยู่สามชั้น...” ธันวาหยุดยืนห่างจากรวินทร์เพียงแค่คืบเดียว ดวงตาสีนิลคู่นั้นก้มลงมองใบหน้านวลที่แหงนเงยขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว “คุณช่วยอธิบายความหมายคำว่า ‘ที่คั่นหนังสือ’ ของคุณให้ผมฟังหน่อยซิครับ รวินทร์” ความกดดันในห้องพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก รวินทร์รู้สึกได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกจากร่างกายของอีกฝ่าย ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายเสียยิ่งกว่าการเผชิญหน้ากับฆาตกรต่อเนื่องในพล็อตนิยายที่เขาเคยเขียนเสียอีก แต่นักเขียนหนุ่มผู้ผ่านสมรภูมิปั่นต้นฉบับมาโชกโชนไม่มีวันยอมเสียฟอร์มให้ผู้กองหนุ่มจอมเนียบได้เห็นรอยร้าวเป็นอันขาด “ก็... หนังสือมันหนามากนี่ครับคุณผู้กอง ผมกลัวว่าถ้าใช้กระดาษธรรมดาคั่น เดี๋ยวเนื้อหาสำคัญในนั้นมันจะ ‘หลุด’ ไปเสียก่อน เหมือนกับความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ลิ้นชักนี้ยังไงล่ะครับ” รวินทร์จงใจเน้นเสียงทุ้มต่ำ ยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รินรดอยู่บนพวงแก้ม ธันวาชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเอื้อnคำพูดเย้าแหย่ ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตาประกายระยับที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้เต็มเปี่ยม หัวใจของนายตำรวจหนุ่มที่ปกติเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอกลับกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย เขารู้ดีว่ารวินทร์กำลังเล่นเกมจิตวิทยา กำลังใช้ความแพรวพราวนี้เบี่ยงiเบนประเด็น แต่ที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าคือ... เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังแพ้ทางลูกล่อลูกชนนี้เข้าอย่างจัง “คุณนี่มัน... ดื้อด้านเสียจริงนะรวินทร์” ธันวาเอ่ยเสียงพร่า มือหนาเอื้อมพรวดเดียวไปทาบลงบนขอบโต๊ะไม้ เพื่อกักขังร่างเพรียวบางเอาไว้ระหว่างอ้อมแขนและโต๊ะทำงาน ปิดตายทุกเส้นทางหลบหนี “ปากเก่งแบบนี้ ไม่ทราบว่าตอนที่คุณรื้อค้นเอกสารของผม คุณได้เจอ... ‘สิ่งนั้น’ ด้วยหรือเปล่าล่ะครับ” คำถามนั้นทำให้รวินทร์ชะงักไปจริง ๆ ดวงตาคู่คมไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที แม้จะพยายามควบคุมสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดแล้วก็ตาม ปลายนิ้วที่เคยซุกซนบนโต๊ะหยุดนิ่ง ภาพถ่ายใบเก่าและเอกสารบันทึกการสืบสวนคดีเก่าเมื่อห้าปีก่อนที่เขาแอบเห็นในลิ้นชักเมื่อครู่ผุดขึ้นมาในหัว พร้อมกับนามสกุลที่คุ้นเคยจนน่าตกใจ “ถ้าคุณหมายถึงแฟ้มประวัติคดีฆาตกรหั่นศพเมื่อห้าปีก่อนล่ะก็...” รวินทร์หรี่ตาลง รอยยิ้มกวนประสาทจางหายไป เหลือเพียงความจริงจังที่วาวโรจน์ขึ้นมาแทนที่ “ผมสงสัยมากกว่าครับว่าทำไมนายตำรวจผู้รักความยุติธรรมอย่างผู้กองธันวา ถึงต้องเก็บซ่อนแฟ้มคดีที่ปิดไปแล้ว เอาไว้ในลิ้นชักลับล็อกกุญแจ... แถมยังมีชื่อของคนใกล้ตัวผมอยู่ในนั้นด้วย” บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดแบบคนรักคู่กัด กลายเป็นความกดดันหนักหน่วงระดับวิกฤต ธันวานิ่งเงียบไป ดวงตาสีนิลลึกล้ำยากจะหยั่งถึง ไออุ่นจากการแนบชิดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของความจริงที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเผชิญหน้า “บางเรื่อง... รู้มากไปมันไม่เป็นผลดีกับตัวคุณหรอกนะรวินทร์” ธันวาพูดเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นเป่ารดอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงนั้นจริงจังจนน่ากลัว “โลกใบนี้มันไม่ได้มีแค่นิยายที่คุณขีดเขียนขึ้นมาตามใจชอบ ความจริงมันโสมمและอันตรายกว่าที่คุณคิดเยอะ และผมไม่อยากให้คุณต้องมา...” “ผมไม่ใช่เด็กน้อยในทุ่งลาเวนเดอร์นะครับผู้กอง!” รวินทร์สวนกลับทันควัน ขยับตัวฮึดฮัดจนหน้าอกแนบชิดกับอกแกร่งของอีกฝ่ายโดยไม่ได้ตั้งใจ ความนุ่มนวลของร่างกายที่เบียดเสียดกันทำเอาธันวาถึงกับลมหายใจสะดุด ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างแนบแน่นในระยะประชิด ความใกล้ชิดที่อันตรายทำให้หัวใจของทั้งสองคนเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก ธันวาจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอด ๆ ด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งหมั่นไส้ และ... หวั่นไหวอย่างรุนแรง เขายกมืออีกข้างขึ้นตั้งใจจะคว้าจับข้อมือบางเพื่อหยุดการดื้อรั้นนี้เสียที แต่ในจังหวะที่ปลายนิ้วกำลังจะแตะโดนผิวเนื้อนั้นเอง— *กริ๊ก!* เสียงปลดล็อกลูกบิดประตูด้านนอกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ตามมาด้วยเสียงไขกุญแจที่ดังชัดเจนจนทำเอาทั้งคู่สะ giวพร้อมกัน “ผู้กองครับ! แฟ้มคดีด่วนจากกองปราบส่งมาถึงแล้วครับ... ผมเปิดเข้ามาเลยนะครับ!” เสียงตะโกนทุบประตูพร้อมกับบานประตูที่กำลังถูกผลักเปิดออกอย่างรวดเร็วของหมวดวิกรม ลูกน้องคนสนิท ทำลายบรรยากาศอันตรายและเคมีที่กำลังพุ่งพล่านในห้องทำงานจนแหลกละเอียด! (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและติดตามความสัมพันธ์อันร้อนระอุนี้ด้วยกันนะครับ - ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%