กลิ่นอายของกาแฟดำคั่วเข้มผสมผสานกับความตึงเครียดในอากาศราวกับสนามรบขนาดย่อม รวินทร์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีชาตัวโปรด ปลายนิ้วเรียวเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะตามความคิดที่กำลังวิ่งวนอยู่ในหัว ขณะที่สายตากลับไม่ได้มองเอกสารคดีตรงหน้า แต่มันกำลังจดจ้องอยู่กับสันจมูกโด่งเป็นคมและคิ้วที่ขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปมของคนตรงข้าม
"ถ้าคุณยังเอาแต่มองหน้าผมโดยไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมา ผมจะถือว่าคุณกำลังใช้สายตาคุกคามทางเพศในยามปฏิบัติหน้าที่นะครับ คุณรวินทร์"
ธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากแฟ้มคดีในมือ นิ้วโป้งและนิ้วชี้ข้างหนึ่งกำลังหยิกสันจมูกตัวเองเบาๆ เพื่อขับไล่ความปวดไมเกรนที่เริ่มเล่นงานตั้งแต่เที่ยงวัน
"โอ้โห ท่านสารวัตรผู้แสนเคร่งครัด พูดจาแบบนี้หมายความว่าคุณกำลังเขินผมอยู่หรือเปล่าครับ" รวินทร์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "ผมแค่วิเคราะห์ว่า ระหว่างคดีฆาตกรรมอำพรางกับหน้าตาบึ้งตึงของคุณ อะไรมันยากจะเข้าถึงมากกว่ากันต่างหาก"
"มีสติหน่อยครับ เรากำลังคุยเรื่องเบาะแสชิ้นสุดท้ายที่อาจจะพลิกคดีได้ทั้งคดีนะ ไม่ใช่เวลามาเล่นลิ้น"
ธันวากระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังพอสมควร แรงปะทะทำให้กาแฟในแก้วกระเพื่อมเล็กน้อย ดวงตาคู่คมดุที่มักจะนิ่งสงบเสมอ บัดนี้กลับฉายแววหงุดหงิดปนระอาอย่างปิดไม่มิด—และนั่นคือสิ่งที่รวินทร์จงใจทำให้เกิดขึ้นทุกครั้ง เพื่อทำลายเกราะป้องกันความเนี๊ยบของอีกฝ่าย
นักเขียนหนุ่มยักไหล่ ยอมโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างวางทับบนเข่า ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมเจือจางสะอาดๆ จากตัวของธันวาโชยปะทะจมูก ชวนให้เผลอสูดดมเข้าไปลึกกว่าที่ควร
"ก็เพราะผมมีสตินี่แหละครับ ถึงได้เห็นสิ่งที่คนละเอียดลอออย่างคุณมองข้ามไป" รวินทร์หุบยิ้มกวนประสาท เปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจังขึ้นมาฉับพลัน ปลายนิ้วเรียวยื่นไปหยิบกระเป๋าพลาสติกใสใบเล็กที่วางอยู่มุมโต๊ะ ขึ้นมาส่องกับแสงไฟ "นี่คือร่องรอยที่คนร้ายทิ้งไว้... หรือพูดให้ถูกคือ มันจงใจทิ้งไว้เพื่อเยาะเย้ยคุณต่างหาก"
ในถุงพลาสติกนั้นบรรจุ "กระดุมโลหะสีทองเหลืองรมดำ" ขนาดเท่าเหรียญบาท สลักลายรูปกางเขนไขว้ขอบโค้งมน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มชนชั้นสูงหรือองค์กรลับบางแห่งที่แม้แต่กรมตำรวจยังต้องหลบเลี่ยง
ธันวานิ่งงันไป ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่อพิจารณาลวดลายบนกระดุมนั้นอย่างถี่ถ้วน รังสีความจริงจังแผ่ซ่านออกมาจากตัวนักสืบหนุ่มจนบรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในพริบตา "คุณไปได้มันมาจากไหน... ตอนที่ผมไม่อยู่ในห้องครัวเมื่อคืนใช่ไหม"
"ฉลาดมากครับสมกับเป็นผู้กองของผม" รวินทร์ลากเสียงกวนประสาทเล็กน้อยที่ท้ายประโยค "มันซ่อนอยู่ใต้ขาโต๊ะอาหาร ตัวที่เยื้องไปทางมุมมืดหน่อย ถ้าผมไม่ก้มลงไปเก็บปากกาที่ทำตกเมื่อคืนนี้ เราคงไม่มีทางได้เห็นของขวัญชิ้นนี้หรอก"
ธันวาขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะมากขึ้น ความโกรธขึงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณนักสืบที่ตื่นตัวเต็มที่ ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว จนรวินทร์สามารถนับแพขนตาที่ยาวงอนของคนตรงข้ามได้ หัวใจนักเขียนหนุ่มเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้เกินไปจนเกือบจะละลายความถือตัวของทั้งสองฝ่าย
"มันไม่ใช่แค่กระดุมธรรมดา..." ธันวาพึมพำเสียงต่ำ ดวงตาจดจ้องอยู่ที่วัตถุในมือรวินทร์ "รอยขีดข่วนที่ขอบกระดุม... มันคือรหัส Morse เก่าที่ใช้เฉพาะในหน่วยลาดตระเวนลับรุ่นก่อน"
"ว้าว คุณดูออกด้วยเหรอครับเนี่ย นึกว่าสมองคุณจะมีแต่กฎหมายอาญาและคู่มือปฏิบัติงานตำรวจเสียอีก" รวินทร์แกล้งเอ่ยแซวเพื่อกลบเกลื่อนจังหวะหัวใจที่เต้นแรงอย่างไร้เหตุผลของตัวเอง
"รวินทร์ เลิกกวนประสาทผมสักห้านาทีจะได้ไหม" ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ ความจริงจังในแววตาคู่นั้นทำให้รวินทร์ถึงกับชะงัก คำพูดติดตลกที่เตรียมไว้กลืนหายไปในลำคอ "มันแปลว่าคนร้ายไม่ใช่คนนอก... แต่เป็นคนใกล้ตัวเราคนใดคนหนึ่งที่รู้ความเคลื่อนไหวของเราทุกฝีก้าว"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ กลายเป็นเสียงเดียวที่ได้ยิน ความตึงเครียดไม่ได้มาจากความขัดแย้งของคนทั้งคู่แต่อย่างใด หากแต่มาจากเงาปริศนาของฆาตกรที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เซฟเฮาส์แห่งนี้ทุกที
รวินทร์เพิ่งจะอ้าปากเตรียมเอ่ยวิเคราะห์ต่อ ทว่ายังไม่ทันที่เสียงพูดจะหลุดออกจากริมฝีปาก ประตูไม้สักบานหนาของเซฟเฮาส์ก็ถูกกระชากเปิดผางเข้ามาด้วยแรงมหาศาล!
ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงหอบหายใจรุนแรงและคราบเลือดสดๆ ที่เปรอะเปื้อนอยู่บนเสื้อเชิ้ตสีขาว
"สารวัตร! แย่แล้วครับ... สายลับที่เราส่งไปสืบเรื่องนี้ที่โกดังร้าง... ถูกเก็บเรียบร้อยแล้วครับ!"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ปราณธาตุเก้าสุริยัน" มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ•ตอนที่ 10
ร่องรอยที่ถูกทิ้งไว้
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบสายเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!