ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา•ตอนที่ 26

จังหวะนรก

ผลงานโดย คนมองเมือง
ความมืดไม่ได้ว่างเปล่า... มันมีน้ำหนัก มีกลิ่นอายของสนิมเหล็ก และเสียงลมหายใจที่พยายามควบคุมให้สม่ำเสมอที่สุด "เงียบเสียงหน่อย... พวกมันไม่ได้มาแค่เดินตรวจการณ์" เสียงกระซิบที่แทบจะกลืนไปกับความเงียบของคีย์ ธันวา ดังมาจากความมืดเบื้องซ้าย ห่างออกไปไม่ถึงสองช่วงตัว ร่างสูงใหญ่ในชุดแจ็คเก็ตสีเข้มแนบชิดติดกับเสาคอนกรีตของชั้นสิบสอง อาคารสำนักงานร้างที่ควรจะปลอดภัย กลับกลายเป็นกรงขังมรณะในวินาทีที่หม้อแปลงไฟฟ้าหลักระเบิดสนั่น และตัดการเชื่อมต่อกับโลกภายนอกทั้งหมด ดร.รินรดา ยืนนิ่งอยู่หลังแผงควบคุมระบายอากาศ กลิ่นโอโซนจางๆ จากระบบไฟฟ้าที่ช็อตไหม้ยังสัมผัสได้ในโพรงจมูก หัวใจของเต้นระรัวเป็นจังหวะกระชั้นชิด แต่สมองส่วนหน้ายังคงทำงานอย่างเยือกเย็น เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา หน้าจอดับสนิท—สัญญาณอินเทอร์เน็ตถูกบล็อกด้วยเครื่องตัดสัญญาณความถี่สูง เกมไล่ล่าในความมืดเริ่มต้นขึ้นแล้ว และพวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา "คุณประเมินความเร็วในการเคลื่อนไหวของพวกมันต่ำไป คีย์" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบผ่านความมืด แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าของชายหนุ่ม แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ติดตัวเขามา "ผมยอมรับว่าประเมินพวกมันต่ำไป... แต่ผมประเมินความดื้อรั้นของคุณสูงเกินคาด ดร.รินรดา" คีย์ตอบกลับ น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันเล็กน้อยตามวิสัย แต่มันแฝงความตึงเครียดไว้ทุกอณู "รู้ไหมว่าถ้าเรายอมมอบแฟลชไดรฟ์นั้นให้พวกมันตั้งแต่ตอนอยู่ชั้นสิบสี่ เราคงไม่ต้องมานั่งหายใจรดต้นคอกันในที่มืดแบบนี้" "ถ้าฉันยอมตั้งแต่ตอนนั้น ป่านนี้คุณคงไม่ได้มายืนเถียงฉันอยู่ตรงนี้หรอก... และหลักฐานชิ้นนั้นคงถูกทำลายโดยคนที่คุณก็รู้ว่าใคร" รินรดาตอบกลับทันควัน นัยน์ตาคู่สวยปรับโฟกัสกับความมืดจนเริ่มเห็นเค้าโครงร่างของเสาและหน้าบานกระจกที่สะท้อนแสงจันทร์รำไรจากด้านนอก *คลิック—* เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดังมาจากโถงทางเดินด้านนอก ประตูหนีไฟถูกผลักเปิดออกช้าๆ ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันเป็นความเงียบที่กดดันเสียยิ่งกว่าเสียงกรีดร้อง รินรดากลั้นหายใจ เธอขยับเท้าถอยหลังช้าๆ อย่างระมัดระวังไม่ให้รองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นปูนเปลือย แต่โชคร้าย... ปลายเท้าของเธอไปเตะโดนเศษกระดาษลูกฟูกที่ตกอยู่ *สวบ...* เสียงนั้นเบามาก แต่ในความเงียบสงัด มันดังราวกับเสียงฟ้าผ่า แสงไฟฉายแรงสูงจากกระบอกปืนพุ่งวาบผ่านความมืดเข้ามาในห้องโถงทันที ลำแสงสีขาวนวลกราดกวาดไปทั่วทุกซอกทุกมุม บังคับให้ทั้งคู่ต้องแนบกายติดกับผนังคอนกรีตเย็นเฉียบ รินรดากำด้ามปืนสั้นในมือแน่น เหงื่อกาฬซึมตามไรผม เธอกำลังคำนวณระยะทาง ความน่าจะเป็น และวิถีกระสุนในหัวด้วยสัญชาตญาณของนักจิตวิทยาอาชญากรที่เคยวิเคราะห์ฆาตกรมานับไม่ถ้วน—พวกมันมีกันอย่างน้อยสามคน แยกย้ายปิดตายทางออกทุกด้าน "แยกกันตรงนี้..." คีย์ขยับริมฝีปากกระซิบข้างหูเธอ ใกล้เสียจนเธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน "คุณล่อพวกมันไปทางบันไดหนีไฟฝั่งตะวันตก ส่วนผมจะดึงความสนใจไปที่ลิฟต์บริการ" "ไม่... วิธีนั้นอันตรายเกินไป พวกมันดักรอตรงบันไดหนีไฟอยู่แล้ว ฉันเห็นเงาของคนคนที่สองตอนที่เราขึ้นลิฟต์มา" รินรดากระซิบแย้งทันที ดวงตาคู่คมหันไปสบกับนัยน์ตาของชายหนุ่มในความมืด "เราต้องใช้จิตวิทยาเล่นงานพวกมัน... ทำให้พวกมันคิดว่าเราแตกคอกัน" คีย์ชะงักไปนิดหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "คุณนี่นะ... ในสถานการณ์เป็นตายร้าย The psychological game ยังเป็นทางเลือกแรกของคุณเสมอสินะ" "เพราะมนุษย์เรา กลัวสิ่งที่คาดเดาไม่ได้มากที่สุดต่างหากล่ะ" รินรดาพูดจบ เธอไม่รอให้คีย์ทักท้วง หญิงสาวหยิบเศษเหล็กชิ้นเล็กๆ ที่อยู่บนพื้น แล้วขว้างมันสุดแรงไปยังมุมห้องอีกด้านหนึ่ง เสียงโลหะกระทบผนังดัง *เคร้ง!* ทันใดนั้น ลำแสงไฟฉายทั้งหมดก็พุ่งพรวดไปยังทิศทางนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงวิ่งกรูเข้าไปพร้อมเสียงตะโกนภาษาต่างประเทศกร้าว "อยู่นั่น! ตามมันไป!" นี่คือจังหวะนรกที่พวกเขาต้องคว้าไว้! "ไป!" คีย์คว้าข้อมือของรินรดากระชากให้วิ่งฝ่าความมืดไปยังระเบียงด้านนอกที่เชื่อมต่อกับโครงสร้างนั่งร้านก่อสร้าง แรงบีบที่ข้อมือแน่นหนาแต่มั่นคง สะท้อนความเด็ดเดี่ยวของอดีตสายลับที่ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน ลมราตรีตีปะทะใบหน้าขณะที่ทั้งคู่พุ่งตัวออกสู่พื้นที่โล่งแจ้ง แสงจันทร์เผยให้เห็นโครงเหล็กสูงตระหง่านที่ยื่นออกไปสู่วิวเมืองเบื้องล่าง พวกมันไหวตัวทัน! เสียงฝีเท้าฝ่าประตูระเบียงตามหลังมาติดๆ พร้อมเสียงขึ้นลำกล้องปืนที่ชัดเจนในโสตประสาท "หยุดนะ! ไม่งั้นยิง!" เสียงตะโกนก้องกังวานด้วยความโกรธเกรี้ยว คีย์ผลักรินรดาให้หลบหลังเสานั่งร้านเหล็กหนา ก่อนที่เขาจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับกระบอกปืนที่เล็งตรงมา เสียงปืนนัดแรกดังสนั่นหวั่นไหวทะลุกระจกแตกกระจาย! เศษแก้วร่วงกราวลงมาเหมือนสายฝน รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกวาดสายตามองไปรอบตัวเพื่อหาทางหนีทีไล่ แต่สายตากลับไปสะดุดกับสิ่งหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานชั่วคราวของผู้รับเหมาท่ามกลางความมืด—กล่องพัสดุกันกระแทกขนาดกลางที่ถูกเปิดค้างไว้ หน้าจอแท็บเล็ตเครื่องเก่าที่ยังมีไฟกะพริบสีแดงส้มแปลกๆ เธอย่อตัวคลานเข้าไปใกล้ด้วยความสงสัย นิ้วเรียวเอื้อมไปหยิบเอกสารที่แนบมากับกล่องนั้นขึ้นมาดู ท่ามกลางแสงสลัวจากป้ายไฟโฆษณาตึกฝั่งตรงข้ามที่สาดส่องเข้ามา ดวงตาของนักจิตวิทยาอาชญากรเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่ถูกเปิดเผย มันไม่ใช่เอกสารลับของบริษัทคู่กรณี... แต่มันคือรายงานประวัติการรักษาทางจิตเวช และรายชื่อเหยื่อทุกคนในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสิบปีก่อน... คดีที่ครอบครัวของเธอต้องสังเวยชีวิตไปโดยที่กฎหมายทำอะไรไม่ได้เลย และชื่อที่ลงนามท้ายเอกสารในฐานะ "ผู้สนับสนุนทุนวิจัย" ลับๆ... กลับเป็นชื่อของคนที่กำลังยืนอยู่เคียงข้างเธอในตอนนี้ รินรดาลุกขึ้นช้าๆ มือที่ถือกระดาษสั่นเทาเล็กน้อย เธอกำมันแน่นจนยับยู่ยี่ หัวใจกระหน่ำซัดด้วยความโกรธแค้นและความเจ็บปวดที่เพิ่งปะทุขึ้นมาใหม่ "คีย์..." เสียงของเธอแหบพร่าแต่นิ่งสนิท เย็นชาเสียยิ่งกว่าความมืดรอบตัว "คุณบอกฉันว่าคุณถูกหักหลัง... แต่ความจริงแล้ว คุณต่างหากคือคนเขียนบททั้งหมดนี้ตั้งแต่ต้นใช่ไหม?" คีย์ที่กำลังก้มตัวหลบกระสุนชะงักกึก ชายหนุ่มค่อยๆ หันกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบในความมืดไร้ซึ่งร่องรอยของความตกใจ มีเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ราวกับเขารอเวลานี้มานานแล้ว "ยินดีต้อนรับสู่ตอนจบของเกมที่คุณเป็นคนเลือกเองครับ ดร.รินรดา" ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์สีเทานี้ไปกับเรานะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%