กลิ่นอับของความชื้นและสนิมเหล็กตีเข้าจมูกทันทีที่บานประตูเหล็กกล้าหนาเกือบฟุตถูกผลักเปิดออกด้วยแรงกดไฮดรอลิก มันไม่ใช่กลิ่นของชั้นใต้ดินธรรมดา แต่มันคือกลิ่นอายของความลับที่ถูกหมักหมมมาหลายทศวรรษ ภายใต้ตึกระฟ้าใจกลางมหานครที่สูงเสียดฟ้าและหรูหราตระการตาแห่งนี้ เบื้องล่างกลับมีห้องนิรภัยที่สถาปัตยกรรมภายนอกไม่เคยบันทึกไว้ในแปลนก่อสร้าง
คีย์ ธันวา ดึงไฟฉายคาดหัวสเตนเลสลงมา ลำแสงสีขาวพุ่งผ่านความมืดทึบ เผยให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างราวกับดวงดาวในสุสาน เขาใช้มือข้างหนึ่งจับด้ามปืนพกเซมิออโตเมติกกระชับมั่น เสียงปลดเซฟดัง *คลิก* เบาหวิวแต่ชัดเจนในความเงียบสงัด
"ระวังเรื่องการหายใจครับ ดร.รินรดา" เสียงทุ้มต่ำกระซิบเตือนลอดไรฟัน "ออกซิเจนข้างล่างนี้น้อยกว่าปกติ แถมระบบระบายอากาศน่าจะถูกตัดขาดตั้งแต่ตึกนี้เปลี่ยนมือเมื่อสิบปีก่อน"
รินรดากลืนน้ำฝาดเหนียวหนืดลงคอ เธอยกชายเสื้อสูทขึ้นปิดจมูกเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบตัวด้วยสัญชาตญาณของนักจิตวิทยาอาชญากร สมองของเธอไม่ได้ตื่นตระหนกกับความมืด แต่กำลังประเมินสภาพแวดล้อมเพื่อหา 'จิตวิทยา' ของผู้สร้างห้องนี้ขึ้นมา
"คนที่สร้างห้องนี้ไม่ได้แค่ต้องการซ่อนของ..." รินรดาเอ่ยเสียงเรียบเย็น รองเท้าส้นสูงเหยียบลงบนพื้นคอนกรีตเปลือยที่เย็นเฉียบ "เขาต้องการซ่อน 'หลักฐานความเป็นมนุษย์' ของตัวเองต่างหาก... สถาปัตยกรรมแบบนี้มีไว้เพื่อกักขังความผิดบาป ไม่ใช่แค่เอกสาร"
ทั้งคู่ก้าวเท้าเดินลึกเข้าไปในความเวิ้งว้าง ผนังทั้งสองด้านเริ่มปรากฏตู้เก็บเอกสารเหล็กกันไฟรุ่นเก่าเรียงรายเป็นแถวยาวเหยียดราวกับซากกระดูกสันหลังของสัตว์ดึกดำบรรพ์ แฟ้มข้อมูลนับพันถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบด้วยระบบรหัสลับที่แม้แต่ตำรวจเศรษฐกิจก็ไม่มีวันเข้าถึง
คีย์ใช้ปลายปืนเขี่ยเปิดแฟ้มบนโต๊ะทำงานไม้สักที่ตั้งอยู่ใจกลางห้อง แผ่นกระดาษสีเหลืองกรอบตามกาลเวลาหลุดลอยขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดอ่านตัวอักษรพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษบนหัวกระดาษ
"โครงการ 'เงาจันทร์'..." คีย์ทวนชื่อโครงการเบาๆ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันมีความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้ลึกๆ แฝงอยู่ "นี่มันชื่อบริษัทเชลล์คอมпанияที่โอนเงินเข้าบัญชีของอดีตคู่หมั้นผมเมื่อห้าปีก่อน... บริษัทที่อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมอำพรางที่ไม่มีวันปิดลงได้"
รินรดาหันขวับมามองชายหนุ่ม เธอมองเห็นเส้นเลือดที่ปูดโปนบริเวณขมับของเขา มันคือความโกรธแค้นที่ถูกแช่แข็งไว้ และบัดนี้กำลังละลายด้วยความร้อนรุ่มของความจริง
"ตั้งสติไว้ครับคีย์ คุณบอกเองว่าเรามาที่นี่เพื่อหาหลักฐานโค่นล้มตระกูลนี้ ไม่ใช่มาทวงแค้นส่วนตัวจนเสียกระบวน" น้ำเสียงของรินรดานุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย แต่มั่นคงพอที่จะดึงสติของชายหนุ่มกลับมาจากขอบเหวแห่งอารมณ์
"ผมควบคุมตัวเองได้น่า รินรดา" คีย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ก่อนจะหันไปสนใจตู้เซฟขนาดใหญ่ที่ฝังอยู่กับผนังคอนกรีตเสริมเหล็กหนาพิเศษด้านในสุดของห้อง "แต่ดูเหมือนเจ้าของบ้านจะไม่อยากให้เราแค่อ่านเอกสารธรรมดา... ตู้เซฟนั่นใช้ระบบสแกนCoded Biometric แบบโบราณที่ต้องใช้รหัสผ่านเจ็ดหลัก ซึ่งเปลี่ยนทุกยี่Aสี่ชั่วโมง"
รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ตู้เซฟสีดำสนิท เธอยื่นมือไปแตะแผงแป้นพิมพ์โลหะที่ขึ้นสนิมเขียว นิ้วเรียวยาวชะงักค้างไว้ครู่หนึ่งราวกับกำลังคำนวณความเป็นไปได้ทางคณิตศาสตร์และจิตวิทยาของมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล
"คนประเภทนี้ไม่ได้ใช้รหัสสุ่มจากคอมพิวเตอร์ครับ" รินรดาเอ่ยวิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ความเย่อหยิ่งทำให้พวกเขาคิดว่า ไม่มีใครฉลาดพอที่จะแกะรอยความผิดของตนเองได้ รหัสผ่านมักจะเป็น 'วันที่เกิดจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต' หรือไม่ก็... 'วันที่พวกเขาทำลายใครสักคนสำเร็จเป็นครั้งแรก'"
เธอเริ่มกดตัวเลขชุดแรกด้วยความมั่นใจ — *1-9-8-4*
เสียงกลไกภายในตู้เซฟส่งเสียงขยับ *กริ๊ก* เบาๆ แต่ไฟสีแดงยังคงกะพริบเตือน แสดงว่าถูกต้องเพียงบางส่วน คีย์มองการกระทำนั้นด้วยความทึ่ง ปนความรู้สึกเสียวสันหลังวาบ รินรดาไม่ใช่แค่ฉลาด แต่เธอกล้าหาญจนน่ากลัว
"ตัวเลขที่เหลือคือรหัสลับเฉพาะตัว" คีย์กระซิบพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นรอยขีดข่วนเล็กๆ บนโลหะข้างแป้นพิมพ์ มันเป็นรอยขูดที่ตั้งใจทำขึ้นเพื่อให้จำง่ายสำหรับคนที่มีอายุมากแล้ว "ลองดูตัวเลขชุดนั้นสิครับ ตรงรอยขูดนั่น มันคือสัดส่วนของวันที่ในใบมรณะบัตรของเหยื่อรายแรก"
รินรดาพยักหน้ารับ เธอกดตัวเลขสี่ตัวสุดท้ายลงไปอย่างไม่ลังเล
*แกร๊ก... โครม!*
เสียงกลไกเหล็กหนาหนักปลดล็อกตัวมันเองออกอย่างรุนแรง แรงดันอากาศภายในตู้เซฟพ่นลมเย็นเยียบออกมาปะทะใบหน้าของทั้งสองคน คีย์รีบใช้มือข้างหนึ่งดึงตัวรินรดาถอยหลังสเต็ปหนึ่งทันทีด้วยสัญชาตญาณระวังภัย
ภายในตู้เซฟไม่มีทองคำแท่งหรือเงินสดสกุลต่างประเทศ... มีเพียงฮาร์ดดิสก์สำรองข้อมูลสีดำสนิทหนึ่งอัน และสมุดบันทึกปกหนังสีเลือดหมูที่ดูเก่าคร่ำคร่า วางอยู่เคียงคู่กับซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกผนึกด้วยครั่งตราประทับรูปตระกูล
รินรดากลั้นหายใจ เธอสวมถุงมือยางสีดำ หยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ทันทีที่เปิดหน้าแรกออก ลายมือหวัดๆ ด้วยหมึกสีดำสนิทก็ปรากฏแก่สายตา มันคือบัญชีรายชื่อของนักการเมือง ตำรวจระดับสูง และผู้พิพากษา ที่รับสินบนแลกกับการปิดคดีฆาตกรรม
"เราได้ตัวการใหญ่แล้วคีย์..." รินรดาพึมพำ ดวงตาเป็นประกายด้วยความสำเร็จอันยาวนาน
แต่ทว่า ในวินาทีที่ความหวังกำลังส่องประกาย เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณบันไดเหล็กด้านนอก... มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของการตรวจตราปกติ แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบ พร้อมกับเสียงเหล็กกระทบกันของอาวุธปืนลูกซองและปืนกลมือที่ถูกขึ้นลำพร้อมยิง
คีย์หน้าถอดสีทันที เขารemove ฮาร์ดดิสก์ออกจากตู้เซฟยัดใส่กระเป๋าเสื้อโค้ตอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงตัวรินรดาให้หมอบลงต่ำชิดกับตู้เก็บเอกสาร
"เวรเอ้ย... พวกมันรู้ตัวเร็วกว่าที่เราคำนวณไว้สามชั่วโมง!" คีย์สบถเบาๆ มือกระชับปืนในมือแน่น สายตาจ้องเขม็งไปที่ประตูทางเข้าห้องลับที่ตอนนี้เงาตะคุ่มของชายชุดดำหลายคนกำลังเดินเข้ามาใกล้ทุกที
ไฟฉายลำแสงแรกสาดส่องเข้ามาภายในห้องลับ กวาดผ่านความมืดตรงมายังจุดที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่... และเสียงฝีเท้าคู่นั้นก็หยุดลงตรงหน้าประตูห้องพอดี
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์สีเทานี้ไปกับเรานะครับ
ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา•ตอนที่ 25
ความลับใต้ตึกระฟ้า
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!