ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา•ตอนที่ 24

ความหวังที่ริบหรี่

ผลงานโดย คนมองเมือง
นิ้วเรียวของ ดร.รินรดา หยุดชะงักลงเหนือปุ่มกดรหัสผ่านดิจิทัล เสียงเครื่องปรับอากาศตัวเก่าในห้องทำงานขนาดกะทัดรัดส่งเสียงฮัมต่ำในความเงียบยามวิกาล บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความกดดันชนิดที่ทำให้เนื้อตัวเย็นเฉียบ แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากตึกฝั่งตรงข้ามสาดส่องผ่านม่านมู่ลี่ทาบทับลงบนใบหน้าด้านข้างที่เรียบนิ่งราวกับรูปสลักหินอ่อน แต่ดวงตาคู่คมกลับไหววูบด้วยประกายแห่งความตื่นตระหนกที่ถูกควบคุมไว้อย่างดีเยี่ยม "คุณกำลังคิดอะไรอยู่... ริน" เสียงทุ้มต่ำและแห้งพร่าของ คีย์ ธันวา ดังขึ้นจากมุมมืดริมหน้าต่าง ชายหนุ่มกำลังเคาะนิ้วชี้ลงบนพนักเก้าอี้หนังสีดำเป็นจังหวะเนิบนาบ ดวงตาคมกริบราวกับสัตว์นักล่าในยามวิกาลกวาดมองแผ่นหลังของหญิงสาวด้วยความระแวดระวัง เขาเพิ่งกลับมาจากการแกะรอยเส้นทางการเงินของกลุ่มทุนสีเทา และสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ผ่านสมรภูมิมาโชคโชนกำลังบอกว่า มีบางอย่างผิดปกติในอากาศ รินรดาไม่ตอบ เธอดึงก้านกุญแจสำรองออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะเสียบมันลงในรูกุญแจกลไกสำรองที่ซ่อนอยู่หลังแป้นพิมพ์ดิจิทัล เสียงเหล็กกระทบกันดังคลิก กลิ่นอายของความลับและอำนาจมืดที่ถูกเก็บงำไว้ในตู้นิรภัยเหล็กกล้ากำลังจะถูกเปิดเผย มันคือฮาร์ดไดรฟ์ตัวเล็กๆ ที่บรรจุไฟล์เสียงสนทนาและเส้นทางการโอนเงินนอกระบบ ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะกระชากหน้ากากนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลและกลุ่มทุนที่พรากครอบครัวเธอไปเมื่อหลายปีก่อน แกร๊ก... บานประตูตู้นิรภัยแง้มออกเล็กน้อย รินรดากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำสีเลือดในอดีตแวบเข้ามาในหัว สมองของนักจิตวิทยาอาชญากรประมวลผลด้วยความเร็วสูง กฎหมายทำอะไรพวกเขาไม่ได้ เธอจึงต้องใช้ ‘ดีลลับ’ นี้เพื่อทำลายมัน แต่ทว่า... เมื่อเธอดันบานประตูออกจนสุดความกว้าง ความมืดมิดภายในตู้กลับว่างเปล่า ไม่มีฮาร์ดไดรฟ์สีดำ ไม่มีเอกสารลับ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการงัดแงะ รินรดานิ่งค้างไปชั่วขณะ โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน ลมหายใจสะดุดกຶดในลำคอ สมองของเธอขาวโพลนไปชั่วขณะ—ความหวังอันริบหรี่ที่ถูกจุดขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาตลอดหลายเดือน ถูกความว่างเปล่าเบื้องหน้ากลืนกินหายไปในพริบตา "มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?" คีย์ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ฝ่ายชายก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้ด้วยสัญชาตญาณดิบ ร่างสูงใหญ่หยุดยืนซ้อนหลังเธอ กลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความเครียดแผ่ออกมาจากตัวเขา เมื่อคีย์มองข้ามไหล่บางเข้าไปในช่องตู้เซฟที่ว่างเปล่า รังสีอำมหิตก็แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาทันที ดวงตาคมกริบหรี่แคบลง ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน "หายไปไหน..." น้ำเสียงของคีย์ต่ำลึกและอันตราย มันไม่ใช่คำถามเพื่อต้องการคำตอบ แต่เป็นเสียงคำรามจากเสือร้ายที่รู้ตัวว่ากำลังถูกตลบหลัง "มันหายไป..." รินรดาพึมพำออกมา เสียงของเธอเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่มันเต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนทางอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ ความเยือกเย็นที่เธอใช้เป็นเกราะกำบังมาตลอดเริ่มปริร้าว เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม แววตาคู่นั้นไม่ได้ฉายแววอ่อนแอ แต่มันคือความโกรธแค้นที่ลุกโชนเป็นไฟสีคราม "เซฟนี้มีแค่ฉันกับคุณที่รู้รหัส และมีกุญแจสำรองแค่ดอกเดียวที่ฉันเก็บไว้กับตัวตลอดเวลา..." คีย์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ เขารู้จักผู้หญิงคนนี้ดี รินรดาไม่ใช่คนสะשל้าสะหลั่นและไม่มีทางทำของสำคัญหล่นหายอย่างไร้ร่องรอย "หมายความว่า มี 'หนอน' อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่เราคิดสินะ" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความขบขัน "คนที่รู้ว่าเราซ่อนหลักฐานไว้ที่ไหน... คนที่เข้าออกห้องนี้ได้โดยไม่ต้องงัดแงะ... และคนที่รู้ว่าคืนนี้เราออกไปข้างนอกทั้งหมด" บรรยากาศในห้องอึมครึมลงถนัดตา ความเงียบงันเข้าปกคลุมราวกับมีใครเอาสำลีก้อนโตมาอุดจมูกของคนทั้งคู่ไว้ บทสนทนาอันตรายที่เคยขับเคี่ยวกันด้วยความฉลาดเฉลียว บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความระแวงสงสัยที่เริ่มกัดกินรากฐานความเชื่อใจอันน้อยนิดที่มีต่อกัน "คุณสงสัยฉัน?" รินรดาถามตรงๆ น้ำเสียงนิ่งสนิท แต่แฝงด้วยความเจ็บปวดลึกๆ ที่ถูกตั้งคำถามในความตั้งใจ "ผมสงสัยทุกคน ริน... รวมทั้งตัวคุณด้วย และแน่นอนว่ารวมถึงตัวผมเองที่อาจจะเผลอทำอะไรโง่ๆ ลงไปโดยไม่รู้ตัว" คีย์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนรินรดาได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วดิบเถื่อนของชายหนุ่ม "ในเกมนี้ ไม่มีมิตรแท้ ไม่มีแม้แต่เงาของตัวเองที่วางใจได้" รินรดาไม่ถอยหนี เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับความกดดันนั้น แม้ว่าภายในใจจะเคว้งคว้างราวกับยืนอยู่บนหน้าผาที่กำลังพังทลาย หลักฐานชิ้นนั้นคือตั๋วเดินทางไปสู่ความยุติธรรม แต่ตอนนี้มันกลับมลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับพวกเธอกำลังเล่นเกมไล่จับกับเงาที่มองไม่เห็นตัว ทว่า... ในจังหวะที่ความตึงเครียดพุ่งขึ้นถึงขีดสุด จนแทบจะหายใจไม่ออก เสียงบางอย่างก็ทำลายความเงียบขึ้นมาจากด้านนอก *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ช้าๆ แต่มั่นคง ราวกับจังหวะนาฬิกาแห่งความตายที่นับถอยหลัง มันไม่ใช่เสียงเคาะของคนร้ายที่บุกรุกเข้ามาอย่างลับๆ แต่เป็นเสียงของผู้มาเยือนที่ตั้งใจจะประกาศการมาถึงอย่างเย่อหยิ่ง คีย์ส่งสัญญาณมือให้รินรดานิ่งเงียบ มือหนาเอื้อมไปหยิบปืนพกสั้นสีดำด้านออกจากสายคาดเอวอย่างคล่องแคล่ว ร่างสูงเคลื่อนตัวไปแนบชิดกับบานประตูฝั่งตรงข้าม ดวงตาส่อประกายระแวดระวังถึงขีดสุด รินรดาสูดหายใจเข้าลึก 3 วินาที เพื่อดึงสติอันกระเจิดกระเจิงให้กลับเข้ารูปเข้ารอย เธอกวาดตามองรอบห้องอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินสถานการณ์ ก่อนจะพยักหน้าให้สัญญาณกับคีย์ *แกร๊ก...* กลอนประตูด้านนอกถูกบิดหมุนอย่างช้าๆ บานประตูไม้เนื้อแข็งค่อยๆ แง้มเปิดออก เผยให้เห็นร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ภายใต้เงาสลัวของทางเดินมืดทึบ บุคคลนั้นก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก และกลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกที่ทำให้รินรดากลั้นหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความตกตะลึง ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์สีเทานี้ไปกับเรานะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%