กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องใต้ดินชั้นสามของอาคารพาณิชย์ร้างย่านบางรัก แสงไฟจากหลอดนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ สาดส่องให้เห็นเงาสะท้อนบนพื้นคอนกรีตเปียกชื้น
รินรดายังคงยืนนิ่ง ค้างอยู่ในท่าที่สายตาจับจ้องไปยังแหวนเงินสลักลายรูปกางเขนหักครึ่งที่นิ้วก้อยของชายแปลกหน้า หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นรัวราวกับกลองศึก แต่ใบหน้าของนักจิตวิทยาอาชญากรกลับเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติที่เกือบหลุดลอย
"ดูเหมือนคุณจะสนใจเครื่องประดับชิ้นนี้เป็นพิเศษนะครับ, ดร.รินรดา" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นจากชายผู้สวมเสื้อโค้ทกันฝนสีเข้ม เขาลดมือที่แตะไหล่เธอกลงอย่างช้าๆ ก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างที่ปลอดภัย แต่นัยน์ตาคมกริบภายใต้ปีกหมวกยังคงจ้องมองเธอไม่วางตา "หรือว่า... มันไปสะกิดความทรงจำส่วนไหนที่คุณพยายามฝังกลบมาตลอดห้าปีที่ผ่านมากันแน่?"
รินรดาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาเต็มตัว แววตาคู่สวยฉายแววระแวดระวัง เธอกวาดสายตามองสำรวจชายตรงหน้าอย่างรวดเร็ว—รูปร่างสูงโปร่ง ไหล่กว้าง ท่าทางที่ฝึกฝนมาอย่างดีราวกับอดีตทหารหรือเจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษ แม้ใบหน้าจะถูกซ่อนไว้ใต้เงาหมวก แต่รอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากข้างขวานั้นคุ้นตาอย่างประหลาด
"ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร" รินรดาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความลังเล "และที่สำคัญ... คุณเป็นใคร และเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของฉันได้อย่างไร"
ชายแปลกหน้าหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่แห้งแล้งและไร้ซึ่งความขบขัน เขายกมือขึ้นถอดหมวกออก เผยให้เห็นเส้นผมสีดอกอานและดวงตาสสีเทาเข้มที่ผ่านเรื่องราวร้ายๆ มาโชกโชน
"ผมชื่อภาคภูมิครับ... เป็นคนที่คุณกำลังตามหาอยู่" เขากล่าวสั้นๆ ก่อนจะกวาดสายตามองกองแฟ้มเอกสารและคอมพิวเตอร์พกพาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานชั่วคราว "และบอกตามตรงนะครับว่า สิ่งที่คุณกำลังขุดคุ้ยอยู่ตอนนี้ มันใหญ่เกินกว่าที่ผู้หญิงตัวคนเดียวจะรับไหว... แม้ว่าคุณจะเป็นนักจิตวิทยาที่เก่งกาจแค่ไหนก็ตาม"
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นที่บันไดด้านนอก ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูเหล็กเสียงดังโครมคราม
"ริน! คุณอยู่ในนี้ไหม?" เสียงทุ้มห้าวของ คีย์ ธันวา ดังแทรกความเงียบขึ้นมา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีตื่นตัว มือขวาของเขาสอดอยู่ในเสื้อแจ็คเก็ตหนังเพื่อกุมด้ามปืนพกไว้อย่างแน่นหนา
ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นชายแปลกหน้ายืนอยู่ใกล้รินรดา รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวของอดีตสายลับทันที นัยน์ตาคมดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งไปยังภาคภูมิราวกับพร้อมจะพุ่งเข้าไปขยี้คอได้ทุกเมื่อ
"ถอยห่างจากเธอซะ" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน มือขวาชักปืนพกออกมาขึ้นลำกล้องอย่างรวดเร็ว เสียงเหล็กกระทบกันดังชัดเจนในความเงียบ "ฉันเตือนคุณแล้วนะ"
ภาคภูมิไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นระดับอกอย่างช้าๆ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ใจเย็นๆ ก่อนครับ คุณธันวา... ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นศัตรู" ภาคภูมิเหลือบมองปืนในมือของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกขบขันเล็กน้อย "ถ้าผมอยากจะฆ่าเธอ ผมคงทำไปตั้งแต่ตอนที่เธอยังยืนเหม่อมองแหวนวงนี้แล้วล่ะครับ"
รินรดายกมือขึ้นแตะแขนของธันวาเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม แม้ว่าอดีตสายลับจะยังคงขมวดคิ้วแน่นและไม่ยอมลดปืนลงก็ตาม
"เก็บปืนก่อนเถอะธันวา เขายังไม่ได้ทำอะไรฉัน" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุม เธอกลับมาควบคุมสถานการณ์ได้อีกครั้ง "พูดธุระของคุณมาซะ ภาคภูมิ... ทำไมคนขององค์กรที่ฆ่าครอบครัวฉัน ถึงมาโผล่ที่นี่ และต้องการอะไรจากฉันกันแน่"
ภาคภูมิหุบยิ้ม สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นทันที เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลกันน้ำที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อโค้ทออกมาวางไว้บนโต๊ะทำงาน
"เพราะว่า... องค์กรที่พวกคุณกำลังตามล่า ไม่ได้เป็นแค่แก๊งมาเฟียท้องถิ่น หรือกลุ่มนักการเมืองคอร์รัปชันธรรมดาๆ อย่างที่พวกคุณเข้าใจ" ภาคภูมิใช้นิ้วเคาะเบาๆ บนซองเอกสาร "สิ่งที่พวกคุณกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ คือเครือข่ายฟอกเงินระดับชาติ ที่เชื่อมโยงไปถึงบัญชีลับของธนาคารกลาง และรายชื่อบุคคลสำคัญในรัฐบาล"
ธันวาหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาหันไปมองหน้ากับรินรดาครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "แล้วทำไมคนขององค์กรอย่างคุณ ถึงเอาความลับระดับชาติมาโยนให้พวกเราดูฟรีๆ ล่ะ? มีแผนอะไรอยู่เบื้องหลังกันแน่"
"เพราะผมเองก็เบื่อหน่ายกับการเป็นสุนัขรับใช้ที่รอวันถูกกำจัดเมื่อหมดประโยชน์แล้วเหมือนกันครับ" ภาคภูมิสบตารินรดานิ่ง "เอกสารในนั้น คือบัญชีรายชื่อธนาคารต่างประเทศที่ใช้ในการฟอกเงินกว่าหมื่นล้านบาท... และที่สำคัญที่สุด มันมีลายมือชื่อของคนที่สั่งฆ่าครอบครัวของคุณรวมอยู่ด้วย"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาอย่างช้าๆ หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก ความแค้นที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเยือกเย็นมานานหลายปีเริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง
เธอดึงเชือกสีขาวออก แล้วหยิบกระดาษแผ่นแรกขึ้นมาอ่าน แสงไฟนีออนกะพริบอีกครั้ง ทว่าในวินาทีที่สายตาของเธอไล่อ่านบรรทัดแรกของเอกสารทางการเงินนั้น ร่างทั้งร่างก็ต้องแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึกลงทันที
ตัวอักษรและลายเซ็นที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น ไม่ใช่แค่ชื่อของนักการเมืองระดับประเทศ หรือนักธุรกิจสีเทาอย่างที่เธอคาดคิด
แต่มันคือลายมือชื่อของ... คนที่เธอไว้ใจและเคารพรักที่สุดในชีวิต คนที่คอยให้คำปรึกษาและอยู่เคียงข้างเธอมาตลอดนับตั้งแต่สูญเสียครอบครัวไป
รินรดากำกระดาษในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนเจ็บปวดอย่างสุดซึ้ง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดนี้ด้วยกันนะครับ
ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา•ตอนที่ 6
ความจริงที่แปรเปลี่ยน
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!