รสสัมผัสของสนิมเหล็กและคาวเลือดจางๆ ที่อบอวลอยู่ภายในโพรงปาก คือเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า คีย์ ธันวา กำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตายอย่างแท้จริง
ความมืดมิดภายในห้องใต้ดินชั้นใต้สุดของตึกบัญชาการบริษัท "โครนอส กรุ๊ป" ไม่ได้เป็นเพียงแค่การขาด1แสงสว่าง แต่มันคือความกดอากาศต่ำที่บีบเค้นกระดูกซี่โครงของเขาให้แทบแตกเป็นเสี่ยงๆ แสงไฟสีแดงจากระบบสปริงเกอร์ฉุกเฉินที่กะพริบถี่เป็นจังหวะ สะท้อนเงายาวทอดทับร่างอันสะท้านเยือกของเขาลงบนพื้นคอนกรีตขัดมัน
ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร ประตูนิรภัยเหล็กกล้าหนาห นิ้วยังคงปิดสนิท มันถูกล็อกด้วยระบบสแกนความร้อนและม่านรังสีที่เขาเพิ่งเสี่ยงตายฝ่ามันเข้ามาได้เมื่อสิบนาทีที่แล้ว
ในมือหนาของคีย์—ที่ตอนนี้สั่นเทาด้วยพิษบาดแผลจากการถูกเฉือนที่ต้นแขนซ้าย—กำลังกำแฟลชไดรฟ์สีดำด้านขนาดเท่าปลายนิ้วไว้แน่น เจ้าสิ่งนี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะลากคอฆาตกรที่อยู่เบื้องหลังการตายของครอบครัวรินรดาลงมาจากบัลลังก์ได้ แต่มันก็เป็นสิ่งเดียวกันที่กำลังจะทำให้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเขาดับสิ้นลงในห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้
"ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด..."
เสียงสัญญาณเตือนภัยความปลอดภัยระดับสามดังขึ้นซ้ำซาก มันไม่ใช่เสียงที่ดังลั่นจนน่าหนวกหู แต่เป็นเสียงที่จงใจกัดกร่อนสติสัมปชัญญะของมนุษย์ให้พังทลายลงทีละน้อย ระบบระบายอากาศภายในห้องถูกตัดขาด ปริมาณออกซิเจนกำลังลดฮวบลงทุกวินาที คีย์หอบหายใจหนักหน่วง หน้าอกกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดจากการถูกกระแทกเข้าที่ชายโครงขวาเมื่อครู่จากลูกน้องของเป้าหมาย ทำเอาทุกครั้งที่สูดอากาศเข้าไปราวกับมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงปอด
*ให้ตายสิ... ยัยหมอจอมเผด็จการนั่นคงกำลังนั่งกังวลจนจิกโซฟาขาดอยู่ที่ห้องพักอีกแน่*
มุมปากที่แตกยับของชายหนุ่มกระตุกยิ้มเยาะให้กับความตายและความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง เขากวาดสายตาดุจเหยี่ยวสำรวจรอบตัวอย่างรวดเร็ว สมองส่วนที่ผ่านการฝึกฝนจากสมรภูมิความลับมาอย่างโชกโชนกำลังประเมินทางรอด
กล้องวงจรปิดตัวสุดท้ายที่มุมห้องกำลังหันเลนส์สีดำสนิทมาทางเขา
ดวงตาสีเข้มของคีย์หรี่ลงอย่างใช้ความคิด ในโลกของจารกรรม ข้อมูลคืออำนาจ และเขาก็เพิ่งกระชากอำนาจนั้นออกมาจากมือของมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำเร็จ แต่คำถามคือ เขามีปัญญาเดินออกไปส่งมันให้ถึงมือ ดร. รินรดา ได้อย่างมีชีวิตรอดหรือไม่
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานส่วนตัวของรินรดา ห่างออกไปหลายกิโลเมตร บรรยากาศรอบตัวเธอกลับเย็นเยียบราศีกุมภ์
ดร. รินรดากำแผ่นกระดาษในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนเจ็บปวดอย่างสุดซึ้ง ข้อความที่ถูกพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดโบราณบนกระดาษรีไซเคิลราคาถูกวางอยู่บนโต๊ะทำงาน มันไม่ใช่จดหมายขู่ แต่มันคือผังเครือข่ายความสัมพันธ์ที่เปิดโปงว่า คนที่อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมพ่อแม่ของเธอเมื่อสิบปีก่อน ไม่ได้มีแค่กลุ่มโครนอส แต่มันมีเงาของใครบางคน... คนที่เธอไว้ใจมากที่สุดแทรกซึมอยู่ด้วย
หัวใจของนักจิตวิทยาอาชญากรสาวเต้นรัวระคนหวาดหวั่น ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะจิ๊กซอว์ทุกตัวในหัวเริ่มต่อเข้าหากันอย่างสมบูรณ์แบบจนน่ากลัว
หน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าเธอแสดงสัญญาณชีพจรของคีย์จากอุปกรณ์ติดตามตัวขนาดจิ๋วที่เธอแอบซ่อนไว้ในปกเสื้อแจ็คเก็ตของเขา กราฟเส้นสีเขียวที่เคยเต้นสม่ำเสมอ ตอนนี้กำลังกระตุกขึ้นลงอย่างบ้าคลั่ง และที่แย่ไปกว่านั้น... สัญญาณภาพจากกล้องวงจรปิดรอบตัวตึกของโครนอสกำลังถูกตัดขาดทีละจุด
"คีย์..." รินรดาพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาหวิว เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยอย่างไร้การควบคุม เธอเอื้อมมือไปหยิบปืนพกขนาด 9 มม. ที่ซ่อนไว้ในลิ้นชักขึ้นมาปลดเซฟ เสียงเหล็กกระทบกันในความเงียบช่างบาดหู
เธอรู้ดีว่าคีย์กำลังทำอะไรอยู่ เขาเข้าไปเสี่ยงตายในรังเสือก็เพื่อดึงเธอออกจากความแค้นส่วนตัว แต่เธอก็รู้ดีเช่นกันว่า หากเขาตายในนั้น ความลับทั้งหมดจะฝังกลบ และเธอจะต้องโดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางสงครามล้างแค้นนี้ไปตลอดกาล
"นายไม่มีสิทธิ์ตายก่อนที่ฉันจะอนุญาตให้นายตาย ธันวา" รินรดาพูดกับความว่างเปล่า แววตาที่เคยเยือกเย็นและใช้ตรรกะนำทาง บัดนี้ลุกโชนด้วยไฟแห่งความเด็ดเดี่ยว เธอลุกขึ้นคว้าเสื้อโค้ทตัวยาวมาสวมทับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวฉับๆ ออกจากห้องไปโดยไม่ลังเล
กลับมาที่ห้องใต้ดินมรณะ
คีย์พิงแผ่นหลังชื้นเหงื่อเข้ากับผนังปูนเย็นเฉียบ เขารวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู หน้าจออัจฉริยะแสดงผลว่าออกซิเจนในห้องเหลือต่ำกว่าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว สติของเขาเริ่มพร่าเลือน ภาพตรงหน้าเริ่มกลายเป็นสีเทาหม่น
แต่ทว่า... ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่น่าหนวกหู เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางช่องระบายอากาศด้านบน
มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เดินลาดตระเวนอย่างเป็นระบบ แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่หนักหน่วง เร่งรีบ และคุ้นเคยอย่างประหลาด
คีย์ฝืนเงยหน้าขึ้นมองเพดาน ดวงตาที่พร่ามัวพยายามเพ่งมองผ่านความมืด
กริ๊ก!
เสียงกลอนล็อกของช่องระบายอากาศถูกปลดออกด้วยอุปกรณ์ช่างขนาดพกพา ฝาตะแกรงเหล็กหนักอึ้งร่วงลงมากระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ท่ามกลางกลุ่มควันจางๆ และแสงไฟสีแดงฉาน ร่างระหงในชุดโค้ทตัวยาวของสตรีผู้ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ในสถานการณ์แบบนี้ ปรากฏกายขึ้นอย่างสง่างามบนขอบช่องระบายอากาศสูงสามเมตร
รินรดากระโดดลงมาสู่พื้นเบื้องล่างอย่างไร้เสียง เส้นผมสีดำสนิทที่รวบไว้หลุดลุ่ยเล็กน้อยเนื่องจากการปีนป่าย เธอกวาดสายตาคมกริบสำรวจสภาพอันสะบักสะบอมของชายหนุ่มตรงหน้าเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่มุมปากบางเฉียบจะเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธปนกังวล
"สภาพดูไม่จืดเลยนะนักข่าวปากเสีย" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น ทว่าราบเรียบและเฉียบขาดจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
คีย์ส่งเสียงหัวเราะแหบพร่าในลำคอ เขาอยากจะเอ่ยปากแซวเธอกลับไปสักประโยคเหมือนทุกครั้ง แต่พิษบาดแผลและอากาศที่เบาบางทำให้ทำได้เพียงอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ มือหนาที่กำแฟลชไดรฟ์ยื่นออกไปข้างหน้าอย่างสั่นเทา ราวกับจะส่งมอบภารกิจสุดท้ายให้เธอ
รินรดาก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้สนใจแฟลชไดรฟ์ในมือเขาในวินาทีนั้น มือเรียวบางทั้งสองข้างเอื้อมมาประคองใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและคราบเลือดเอาไว้มั่น ดวงตาคู่สวยที่เคยซ่อนความรู้สึกไว้ใต้หน้ากากแห่งเหตุผล บัดนี้สะท้อนภาพของเขาด้วยความรู้สึกที่แท้จริง—ความรู้สึกที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดหลายเดือน
"ฉันบอกนายแล้ว... ว่าอย่าทำอะไรบ้าๆ คนเดียว" รินรดากระซิบชิดริมฝีปากของเขา ลมหายใจของเธอร้อนผ่าวและสั่นเทา
คีย์มองลึกเข้าไปในดวงตาทรงเสน่ห์คู่นั้น แม้ความตายจะอยู่ห่างแค่เอื้อม แต่เขากลับรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาในอกอย่างประหลาด เขาฝืนยกมือขึ้นแตะหลังมือของเธอที่ประคองแก้มเขาไว้เบาๆ นิ้วโป้งเกลี่ยคราบน้ำตาที่ปริ่มอยู่ตรงหางตาของเธออย่างแผ่วเบา
"ถ้าฉันไม่บ้า... เธอก็คงไม่ต้องมาเสี่ยงตายกับฉันแบบนี้หรอก ยัยหมอ..."
เสียงของเขาขาดหายไปในลำคอ พร้อมๆ กับสติที่หลุดลอย ร่างหนาทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขนของเธอ รินรดาต้องใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีพยุงร่างสูงใหญ่ของเขาไม่ให้ล้มกระแทกพื้น
แต่ในวินาทีที่เธอคิดว่าพวกเขาอาจจะรอดออกไปได้ทันเวลานั้นเอง...
เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานก็ดังขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องหลังประตูนิรภัยที่ควรจะถูกล็อกตายสนิท
*แปะ... แปะ... แปะ...*
รินรดาชะงักกึก เธอตวัดสายตาขวับกลับไปมองยังต้นเสียงทันที หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวพ้นเงาสลัวออกมา รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏอยู่บนใบหน้าเรียบเฉยของเขา ดวงตาคู่นั้นมองมาที่พวกเขาราวกับแมวหยอกหนู
และที่ทำให้เลือดในกายของนักจิตวิทยาอาชญากรสาวเย็นเฉียบจนแข็งค้าง ก็คือใบหน้าของชายคนนั้น...
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักของฉันนะ ดร.รินรดา... และก็ขอบคุณมากที่ช่วยเก็บกวาดหนูสกปรกให้ฉันจนสะอาดหมดจด"
เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยออกมานั้น... คือเสียงของคนที่เธอเคารพรักและไว้วางใจที่สุดในฐานะ "อาจารย์และผู้มีพระคุณ" มาตลอดสิบปีเต็ม!
---
*(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทศทางในเกมจิตวิทยานี้ด้วยกัน... แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ)*
ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา•ตอนที่ 7
เดิมพันด้วยชีวิต
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!