คราบกาแฟเย็นชืดก้นแก้วกระดาษบนโต๊ะทำงานของคีย์ ธันวา กลายเป็นเครื่องวัดเวลาที่ดีที่สุด ว่าเขากับ ดร.รินรดา จมดิ่งอยู่กับกองเอกสารลับชุดนี้มานานเท่าไหร่แล้ว แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากห้องใต้ดินของสำนักพิมพ์เก่า ยิ่งขับให้บรรยากาศรอบตัวอึมครึมและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"คุณกำลังใช้ตรรกะของนักจิตวิทยามาจับพฤติกรรมของนักการเมืองระดับประเทศ ซึ่งมันใช้ไม่ได้ผลกับคนที่ไม่มีแม้แต่สำนึกผิด" คีย์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงของเขาแหบพร่าจากการสูบบุหรี่จัดติดต่อกันหลายมั่วโมง ดวงตาคมกริบใต้ร่มเงาของหมวกแก๊ปสีเข้มมองลอดผ่านควันจางๆ ไปยังหญิงสาวฝั่งตรงข้าม
รินรดาชะอักมือเรียวที่กำลังเรียงเอกสารคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อห้าปีก่อน เธอยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นตามวิสัยของนักวิชาการผู้ผ่านการวิเคราะห์จิตใจอาชญากรมาโชกโชน แต่แววตาไหววูบชั่วขณะที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นสายตา กลับไม่รอดพ้นสายตาอันเฉียบคมของอดีตสายลับ
"ฉันไม่ได้ใช้แค่ตรรกะค่ะ... อ้อ ขอโทษที ฉันหมายถึง ฉันกำลังใช้ 'รูปแบบพฤติกรรม' ต่างหากล่ะคะคุณธันวา" รินรดาแก้คำพูดตัวเองอย่างรวดเร็ว เมื่อเผลอหลุดสำนวนที่เป็นทางการเกินไปกับผู้ชายดิบเถื่อนตรงหน้า มุมปากของเธอหยักขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก "คนประเภทรัฐมนตรีวรุตไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ แต่ขับเคลื่อนด้วยความกลัว... และความกลัวนี่แหละ คือจุดอ่อนที่จะทำให้มันพังทลาย"
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยร่องรอยของประสบการณ์อันเจ็บปวด เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานที่เธอนั่งอยู่ กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงลอยปะทะจมูก รินรดาไม่ได้ถอยหลังหนี เธอยังคงนั่งนิ่ง เงยหน้าสบตากับเขาตรงๆ โดยไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย
"คุณมั่นใจเกินไป ดร.รินรดา" คีย์โน้มตัวลงมาใช้มือสองข้างค้ำขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน "คนที่คุณกำลังสู้ด้วย มันไม่ได้มีแค่เงินในบัญชีลับ แต่มันมีกองกำลังที่พร้อมจะทำให้เราสองคนหายไปจากแผนที่โลกนี้อย่างไร้ร่องรอย... ทำไมคุณถึงดึงดันจะลากคอมันเข้าคุกให้ได้ขนาดนี้ ทั้งที่วิธีที่ง่ายกว่าคือการส่งกระสุนฝังหัวมันซะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเหมือนก่อนหน้า มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมทางอารมณ์ รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมที่เต็มไปด้วยบาดแผลทางใจ เธอมองเห็นความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางดิบเถื่อนนั้น เช่นเดียวกับที่คีย์เองก็มองเห็นไฟแห่งการแก้แค้นที่แผดเผาอยู่ในดวงตาส่งประกายคู่นั้นของเธอ
"เพราะการตายมันง่ายเกินไปสำหรับคนอย่างมัน..." เสียงของรินรดานุ่มนวลแต่เด็ดขาดราวกับใบมีดอาบยาพิษ เธอยื่นมือเรียวออกไปแตะลงบนหลังมือหยาบกร้านของคีย์ที่ค้ำโต๊ะอยู่เบาๆ สัมผัสทางกายที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ทำให้คีย์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "และอีกอย่าง... ฉันไม่อยากให้มือคู่โสโครกของคุณต้องมาแปดเปื้อนเลือดของสุนัขตัวนั้น"
นี่คือการยอมรับ... ไม่ใช่แค่ในแง่ของการทำงานร่วมกัน แต่เป็นความไว้วางใจอันเปราะบางที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพังของอดีต คีย์มองมือเรียวที่วางทับบนมือของตน เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านผิวเนื้อเข้ามาในความหนาวเหน็บของห้องใต้ดิน ความรู้สึกระแวดระวังที่เคยมีต่อเธอมลายหายไป เหลือเพียงความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อผู้หญิงที่เด็ดเดี่ยวคนนี้
"คุณนี่มัน..." คีย์สบถเบาๆ ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าดิบเถื่อนดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด "ปากร้ายไม่เบาเลยนะ ดร.รินรดา"
"ฉันแค่วิเคราะห์ตามความเป็นจริงต่างหากค่ะ" เธอดึงมือกลับอย่างนุ่มนวล พร้อมกับปรับสีหน้าให้กลับมาจริงจังดังเดิม "ไหนล่ะ รายงานที่คุณให้คนไปสืบเรื่องบัญชีม้าของบริษัทลูกในเครือวรุตกรุ๊ป ได้อะไรมาเพิ่มไหม"
คีย์หยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลอีกแฟ้มหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้กองหนังสือพิมพ์เก่าโยนลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบพื้นโต๊ะดังทึบ รินรดารีบคว้าแฟ้มนั้นมาเปิดดูทันที ดวงตาสีเข้มกวาดมองตัวเลขและชื่อบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศอย่างรวดเร็ว
"นี่มัน..." รินรดาขมวดคิ้วแน่น นิ้วเรียวชี้ไปที่บรรทัดสุดท้ายของเอกสารการโอนเงินก้อนโต "เงินจำนวนนี้ไม่ได้ถูกโอนไปยังบัญชีส่วนตัวของวรุต แต่มันถูกกระจายต่อไปยังมูลนิธิการกุศลแห่งหนึ่ง... มูลนิธิเด็กกำพร้าแสงตะวัน?"
"ถูกต้อง" คีย์ดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงข้างๆ เธอ โน้มตัวเข้ามาดูเอกสารแผ่นเดียวกัน "ผมเช็คประวัติมูลนิธินี้แล้ว มันเป็นฉากหน้าในการฟอกเงิน และที่สำคัญกว่านั้น..." คีย์เว้นจังหวะ สายตาคมกริบมองตรงมาที่รินรดาด้วยความระมัดระวัง "ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธินี้ในนามนรินทร์ คือคนที่คุณรู้จักดี... อดีตคู่หมั้นของผมคนที่หักหลังผมไปทำงานให้วรุตไงล่ะ"
รินรดาชะាំងงันไปทันที ข้อมูลนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการทุจริตทางการเมือง แต่มมันคือแผลเป็นในอดีตของคีย์ที่ถูกเปิดออกอีกครั้ง เธอมองหน้าชายหนุ่มผู้ร่วมงาน เห็นกล้ามเนื้อกรามที่ขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ร่องรอยความเจ็บปวดที่พยายามกดทับไว้กำลังปะทุขึ้นมาภายใต้ความนิ่งเงียบ
ก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยคำพูดปลอบโยนหรือวิเคราะห์สถานการณ์ใดๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บันไดทางลงห้องใต้ดิน เสียงนั้นเร่งรีบและไม่ได้พยายามอำพรางแม้แต่น้อย ราวกับพวกมันจงใจส่งสัญญาณให้รู้ตัว
คีย์ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ในเสี้ยววินาที มือหนาเอื้อมไปหยิบปืนพกสั้นที่เหน็บไว้ด้านหลังเสื้อออกขึ้นมาปลดเซฟอย่างไร้เสียง ดวงตาดิบเถื่อนกวาดมองไปรอบห้องเพื่อหาทางหนีทีไล่ รินรดารemปะทะกับสายตาของเขาที่หันมามองเธอด้วยความตื่นตัว
"พวกมันรู้ได้ยังไงว่าเราอยู่ที่นี่..." รินรดากระซิบเสียงเบา หัวใจเต้นรัวด้วยความตึงเครียดแต่สมองยังคงทำงานอย่างรวดเร็ว
เสียงฝีเท้าหยุดลงที่หน้าประตูกระจกฝ้าของห้องใต้ดิน เงาร่างสูงใหญ่สามร่างทาบทับลงบนกระจก บานประตูถูกผลักเปิดออกด้วยความรุนแรง พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาวับวาว และเสียงรองเท้าคอมbatกระทบพื้นซีเมนต์ดัง ก้องกังวาน
"ทางนี้ไม่มีทางออกแล้ว คีย์..." รินรดากระซิบพลันเอื้อมมือไปคว้าแขนของชายหนุ่มไว้แน่น สัมผัสที่บ่งบอกถึงความเปราะบางในสถานการณ์อันตราย
แต่ก่อนที่คีย์จะทันได้เหนี่ยวไกปืนไปยังร่างที่ยืนอยู่หน้าประตู แสงไฟฉายก็สาดเข้าเต็มใบหน้าของบุคคลผู้มาเยือน และคำพูดแรกที่หลุดออกมาจากปากของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มคนนั้น ก็ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ต้องสะดุดกะทันหัน
"ดีใจจริงๆ ที่พวกคุณยังอยู่... เพราะนายท่านฝากข้อความมาบอกว่า การเล่นสนุกมันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง ดร.รินรดา... และคุณธันวา"
---
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์สีเทาไปกับตัวละครทั้งสองนี้นะครับ
ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา•ตอนที่ 8
เส้นขนานที่มาบรรจบ
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!