แรงกดอากาศในห้องใต้ดินของโกดังร้างย่านชานเมืองนั้นต่ำเสียจนทำให้แก้วหูอื้ออึง กลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์ผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในความมืดทึบ มีเพียงแสงไฟนีออนดวงเดียวที่กะพริบติดๆ ดับๆ ส่องลงมายังร่างของชายวัยกลางคนผู้กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น มือทั้งสองข้างถูกมัดไพล่หลังด้วยเชือกไนลอนเนื้อเหนียว ใบหน้าของมันบวมปูดจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ มุมปากแตกยับเยินจากแรงกระแทกของรองเท้าคอมแบท
"แก... แกมันไอ้พวกสารเลว! ไหนวะ สัญญาที่บอกว่าจะไว้ชีวิตกู!" เสียงแหบพร่าตะโกนลอดไรฟันที่หักโ메น มันพยายามดิ้นรน แต่แรงปะทะจากสภาพร่างกายที่ยับเยินทำให้ล้มพับลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง
คีย์ ธันวา ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ร่างสูงใหญ่ในเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำกลืนไปกับเงาดำของมุมห้อง เขายังไม่ได้ขยับตัวทำอะไรรุนแรงเกินกว่าการกระชากคอเสื้อให้มันลุกขึ้นมาเผชิญหน้า แต่ดวงตาคมกริบภายใต้เงาหมวกแก๊ปนั้นเต็มไปด้วยกระแสอารมณ์ที่รุนแรงจนน่ากลัว มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวแบบเด็กๆ ที่ระเบิดออกมาอย่างไร้ทิศทาง แต่มันคือ "ความโกรธที่ถูกควบคุม" ไว้ด้วยเส้นด้ายบางๆ ของเหตุผลและแผนการอันยิ่งใหญ่
นิ้วมือแกร่งของอดีตสายลับกำด้ามปืนพกสั้นในกระเป๋าเสื้อแน่นเสียจนข้อต่อขึ้นสีขาว ทุกอณูของกล้ามเนื้อสั่นสะเทือนด้วยแรงกระตุ้นดิบเถื่อนที่ร่ำร้องให้เหนี่ยวไกส่งกระสุนฝังลงกลางกะโหลกของไอ้คนทรยศเบื้องหน้า ชายคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นอดีตสายสืบในเครือข่ายเดียวกันผู้ยอมขายวิญญาณให้กลุ่มอิทธิพลมืด ส่งผลให้ทีมปฏิบัติการของเขาต้องพังพินาศ และทิ้งรอยแผลเป็นทางจิตวิญญาณที่ไม่มีวันจางหายไว้ในใจของคีย์
"ชีวิตเหรอ...?" คีย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบอย่างน่ากลัว มันเยือกเย็นยิ่งกว่าอุณหภูมิในห้องใต้ดินเสียอีก "คนที่ขายเพื่อนร่วมทีมเพื่อแลกกับเงินก้อนโตอย่างแก ยังมีหน้ามาทวงถามคำว่าสัญญาจากคนอื่นอีกงั้นหรือ, ประวิทย์"
ประวิทย์สะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินชื่อจริง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวมองลอดแพขนตาที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ "กู...ูกไม่มีทางเลือก! พวกมันขู่จะฆ่าครอบครัวกู! คีย์... แกก็รู้ว่าพวกมันเหี้ยมแค่ไหน ถือกฎหมายในมือไม่ได้หรอก!"
"ใช่ ฉันรู้ดีว่าพวกมันเหี้ยมแค่ไหน..." คีย์ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว รองเท้าบูทกระทบพื้นคอนกรีตเกิดเสียงก้องกังวาน บรรยากาศรอบตัวกดดันจนประวิทย์แทบหายใจไม่ออก "และฉันก็รู้ด้วยว่า แกโกหก ครอบครัวแกถูกส่งไปต่างประเทศโดยปลอดภัยตั้งแต่สามเดือนก่อนแล้ว... ด้วยเงินทุนของไอ้สารวัตรชัชวาลย์ที่แกแอบไปรับใต้โต๊ะต่างหาก"
คีย์หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลยับยู่ยี่ขึ้นมาจากโต๊ะไม้เก่าๆ ด้านข้าง เขาโยนมันลงไปตรงหน้าประวิทย์ เอกสารปึกนั้นกระจายออก เผยให้เห็นสลิปการโอนเงินและสำเนาหนังสือเดินทางของภรรยาและลูกชายของประวิทย์ที่เพิ่งเดินทางถึงสวิสเซอร์แลนด์เมื่อสัปดาห์ก่อน
ประวิทย์หน้าถอดสี อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก
ในเสี้ยววินาทีนั้น สัญชาตญาณดิบในตัวคีย์แผดเผา ความทรงจำในคืนวันที่เพื่อนร่วมทีมต้องตายต่อหน้าต่อตาผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ นิ้วชี้ที่วางอยู่บนไกปืนในกระเป๋าออกแรงกดลงไปโดยอัตโนมัติ ร่างกายของเขาร่ำร้องว่า *'ฆ่ามันซะ ล้างแค้นให้พวกเขากซะ!'* แต่ในขณะเดียวกัน เสียงเตือนอันทรงพลังของ ดร.รันรดา นักจิตวิทยาอาชญากรสาวผู้เป็นมันสมองของแผนการ ก็ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของเขา
*'จำไว้คีย์ ถ้าคุณฆ่าเขาตอนนี้ เกมจะจบ และไอ้ตัวการใหญ่ลอยนวล เราต้องการหลักฐาน ไม่ใช่ศพ'*
คีย์หลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อตั้งสติ ลมหายใจเข้าออกลึกและยาวนานถูกดึงเข้ามาในปอดเพื่อขับไล่คาร์บอนไดออกไซด์แห่งความเดือดดาลออกไป เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายไฟแห่งความคลุ้มคลั่งได้ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาไร้ก้นบึ้ง สายตาของนักล่าที่รู้จักอดทนรอเวลาเพื่อขย้ำเหยื่อในจังหวะที่เหมาะสม
คีย์ย่อตัวลง นั่งยองๆ ให้ระดับสายตาเสมอกับประวิทย์ที่กำลังตัวสั่นเทา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของอดีตสายลับ
"ฉันอยากจะเป่าสมองแกให้กระจุยตรงนี้จริงๆ, ประวิทย์" คีย์กระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบแต่ทรงพลังราวกับเสียงคำรามของเสือดาว "ความอยากเห็นเลือดของแกมันตีรวนอยู่ในอกฉันจนแทบจะทนไม่ไหว... แต่โชคไม่ดีเลยสำหรับแก ที่ฉันมีสิ่งที่อยากทำมากกว่าการฆ่าหมาลอบกัดอย่างแก"
ประวิทย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "แก... แกจะทำอะไร..."
"ฉันจะไว้ชีวิตแก" คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษฝุ่นที่หัวเข่าออกอย่างไร้ความใส่ใจ "แต่แกต้องแลกกับการเป็นพยานปากเอก ในห้องพิจารณาคดีที่จะเปิดโปงความเน่าเฟะของสารวัตรชัชวาลย์ และองค์กรที่แกก้มหัวให้... ถ้าแกทำตามที่ฉันสั่ง แกอาจจะมีชีวิตรอดไปจนแก่เฒ่า แต่ถ้าแกตุกติกแม้แต่ก้าวเดียว..." คีย์เว้นจังหวะ ปรายตามองด้วยแววตาที่คมกริบดั่งใบมีดโกน "...ฉันนี่แหละ จะเป็นคนลากแกมาฝังไว้ตรงนี้ด้วยมือของฉันเอง"
ประวิทย์พยักหน้ารัวเร็ว น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลพรากอาบสองแก้ม มันแทบจะก้มลงกราบแทบเท้าของคีย์หากไม่ติดที่เชือกพันธนาการ
คีย์หันหลังให้ เตรียมจะก้าวเดินออกไปจากห้องใต้ดินเพื่อรายงานความคืบหน้าให้รันรดาที่จอดรถรออยู่ด้านบนรับรู้ แต่ทว่า—
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่ดังขึ้นอย่างรีบร้อนจากบันไดด้านนอก กลับหยุดชะงักก้าวของเขาลงทันที
มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของรันรดา เพราะจังหวะการเดินนั้นหนักหน่วงและมีระเบียบแบบแผนเกินกว่าจะเป็นของนักจิตวิทยาหญิง และที่สำคัญที่สุด... เสียงเหล็กดัดประตูชั้นบนถูกงัดด้วยชะแลงก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ
คีย์ชักปืนออกจากกระเป๋าในเสี้ยววินาที ดวงตาหรี่ลงด้วยความระแวดระวัง เขาส่งสัญญาณมือให้ประวิทย์เงียบเสียงลง ประวิทย์เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อตระหนักว่า มีบุคคลที่สามกำลังเยื้องย่างเข้ามาในสถานที่ปิดตายแห่งนี้
เงาสำดำทึบของร่างหลายร่างทาบทับลงบนบันไดปูนทีละขั้น... ทีละขั้น... พร้อมกับเสียงกระซิบต่ำๆ ที่ลอดผ่านความมืดเข้ามา
"เคลียร์พื้นที่ให้หมดท่านสารวัตรสั่งมา... อย่าให้เหลือพยานมีชีวิตรอดแม้แต่คนเดียว"
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์สีเทาและเกมเชือดเฉือนนี้ไปกับเรานะครับ
ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา•ตอนที่ 16
ความโกรธที่ถูกควบคุม
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!