ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา•ตอนที่ 15

ร่องรอยของคนทรยศ

ผลงานโดย คนมองเมือง
เสียงถอนหายใจยาวนานที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของคีย์ ธันวา ไม่ได้บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าทางกาย แต่มันคือร่องรอยของการพังทลายจากภายใน ในห้องทำงานใต้ดินที่อับชื้นกลิ่นกาแฟดำค้างคืนและกระดาษเอกสารคดีเก่า แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนแฟ้มคดีสีน้ำตาลที่ถูกเปิดค้างไว้ รินรดายืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง เขาสายตาของนักจิตวิทยาอาชญากรคู่นั้นกวาดมองผ่านเส้นเลือดฝอยที่แตกอยู่ใต้ตาของชายหนุ่ม เธอรู้ดีว่าความเงียบในห้องนี้ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย แต่มันคือความตึงเครือกก่อนที่พายุลูกใหญ่จะซัดเข้าใส่ "คุณกำลังบอกผมว่า รอยรั่วไม่ได้อยู่ข้างนอก... แต่มันอยู่บนโต๊ะอาหารของเราเองอย่างนั้นหรือ ดร.รินรดา" คีย์เอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง เสียงของเขาแหบพร่าและต่ำลึก ราวกับคนพยายามควบคุมไม่ให้สติสัมปชัญญะหลุดลอยไปในห้วงอารมณ์ที่มืดมนที่สุด รินรดาขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะทำงาน เธอยกปลายนิ้วขึ้นแตะขอบแฟ้มเอกสารที่รวบรวมเส้นทางการเงินและการเข้าออกห้องเซิร์ฟเวอร์ลับ "ความจริงไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คุณคิดหريكคีย์ครับ มันแค่เจ็บปวดเกินกว่าที่คุณอยากจะยอมรับต่างหาก... คนที่รู้รหัสผ่านเข้าระบบสลายการเข้ารหัสลับชุดสุดท้าย ไม่ใช่แฮกเกอร์รับจ้างจากองค์กรไหน แต่มันคือคนที่นั่งกินกาแฟร่วมโต๊ะกับคุณทุกเช้า คนที่คุณไว้ใจให้คُمหลังในยามที่กระสุนปลิวว่อน" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันคือเสียงของความเจ็บปวดที่ถูกบีบอัดจนกลายเป็นความด้านชา นิ้วมือที่หยาบกร้านของอดีตสายลับกำปากกาในมือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน ภาพของอดีตซ้อนทับเข้ามาในหัว ความไว้วางใจที่เขาเคยทุ่มเทให้ใครบางคน กลายเป็นมีดสั้นที่ย้อนกลับมาปักเข้าที่กลางหลังอย่างแม่นยำ "ไอ้กรณ์..." คีย์พึมพำชื่อนั้นออกมา ราวกับรสชาติของยาพิษที่กำลังแผดเผาช่องคอ "เด็กหนุ่มที่ผมเคยช่วยชีวิตไว้จากซากตึกถล่มที่ชายแดน มันบอกว่าอยากใช้ชีวิตอย่างสุจริต มันบอกว่าศรัทธาในสิ่งที่เรากำลังทำ... โลกใบนี้มันตลกดีนะครับ ดร. ยิ่งเราพยายามดึงใครขึ้นมาจากโคลนตมมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งรอจังหวะที่จะผลักเราจมดิ่งลงไปลึกกว่าเดิมเท่านั้น" รินรดามองลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยรอยร้าวของคีย์ เธอเข้าใจความรู้สึกนั้นดี ความสูญเสียในอดีตสอนเธอว่า มนุษย์เราไม่ได้ถูกทำลายด้วยศัตรูที่ถือปืนจ่อหน้า แต่ถูกฆ่าตายอย่างเลือดเย็นด้วยรอยยิ้มของคนที่ยืนอยู่ข้างกาย "ความแค้นหรือความเศร้าไม่ได้ช่วยให้คดีนี้คืบหน้าหรอกนะครับคุณคีย์" เสียงของรินรดานุ่มนวลแต่เด็ดขาด เธอเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและแรงกระเพื่อมของลมหายใจที่หนักหน่วง "สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้ไม่ใช่การนั่งอาลัยอาวรณ์ความไว้วางใจที่สูญเสียไป แต่คือการใช้ความจริงข้อนี้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด กรณ์เป็นสายลับสองหน้า... นั่นหมายความว่าข้อมูลที่เราส่งให้ฝ่ายนั้นเมื่อสัปดาห์ก่อนเกี่ยวกับเส้นทางหลบหนีของพยานปากเอก... เป็นแผนลวงใช่ไหมครับ" คีย์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนัยน์ตาสสีเข้มคู่นั้นทอประกายความคมกริบขึ้นมาวับหนึ่ง ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา ความดิบเถื่อนและสัญชาตญาณนักล่าที่เคยหลับใหลถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง "ฉลาดมากครับคุณหมอ" คีย์เหยียดยิ้มเย็นชาที่มุมปาก "ถ้ากรณ์ส่งข้อมูลเรื่องพยานให้พวกมันจริง แสดงว่าตอนนี้ไอ้สารวัตรชัชวาลและสมุนของมันกำลังเดินทางไปยังเซฟเฮาส์ร้างที่เขตชานเมือง... ซึ่งเป็นจุดที่เราจงใจทิ้งร่องรอยปลอมไว้ตั้งแต่แรก" รินรดาพยักหน้ารับอย่างรู้ทัน เกมจิตวิทยากลับตาลปัตร กลายเป็นว่าผู้ล่าได้กลายเป็นผู้ถูกล่า และสายลับสองหน้าที่พวกเขาเพิ่งค้นพบ ก็คือหมากตัวสำคัญที่พวกเขาจะใช้ล่อให้ปลาตัวใหญ่ติดเบ็ด เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่เร่งรีบดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก ความเงียบในห้องทำงานถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน ทั้งรินรดาและคีย์ต่างชะงัก ร่างสูงของอดีตสายลับขยับตัวอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาห์มืออาชีพ มือขวาเอื้อมไปปลดล็อกเซฟใต้โต๊ะเพื่อหยิบปืนพกสั้นขึ้นมาตรวจสอบกระสุนด้วยความเงียบเชียบที่สุด รินรดาก้าวถอยหลังไปชิดมุมห้อง ดวงตากลมโตหรี่ลงด้วยความระแวดระวัง เธอมองไปที่ประตูไม้บานเก่าที่ปิดสนิท แสงไฟนีออนกะพริบไหวอยู่สองสามครั้งก่อนจะดับลง เหลือเพียงความมืดสลัวและเสียงฝีเท้าที่หยุดกึกอยู่หน้าห้องของพวกเขา *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง จังหวะสม่ำเสมอแต่น่าขนลุก ไร้ซึ่งความลังเล ราวกับผู้มาเยือนรู้ดีอยู่แล้วว่าข้างในห้องมีใครกำลังทำอะไรอยู่ คีย์ส่งสายตาคมกริบมาให้รินรดา เป็นสัญญาณเชิงจิตวิทยาที่พวกเขารู้กันโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ มือของเขาถือปืนมั่น ซ่อนไว้ข้างลำตัว ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูช้าๆ ประตูค่อยๆ เปิดออกอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความมืดและกลิ่นอายของอันตรายที่ลอยวนอยู่ในอากาศ ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทลำลองยืนยันตัวตนอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของแขกยามวิกาลทำให้คีย์ถึงกับกรามกระตุก "ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้... ยังทำงานกันขยันขันแข็งอยู่เลยนะครับ หัวหน้า" กรณ์ยืนยันรอยยิ้มเดิม ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ในมือข้างหนึ่งของเขาถือแฟ้มเอกสารลับที่ควรจะอยู่ในตู้เซฟนิรภัย และในมืออีกข้าง... คือกระบอกปืนเก็บเสียงที่ยกขึ้นเล็งตรงมาที่กลางหน้าอกของคีย์อย่างแม่นยำ ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์สีเทาและเกมเชือดเฉือนนี้ไปกับเรานะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%