กลิ่นสนิมเหล็กผสมกับความอับชื้นของหยาดฝนที่หมักหมมมาหลายทศวรรษ คือสิ่งแรกที่ทักทายเราเมื่อก้าวเข้ามาในเขตอุตสาหกรรมร้างแห่งนี้ โกดังหมายเลขเจ็ดตระหง่านอยู่เบื้องหน้าราวกับซากโครงกระดูกของสัตว์ดึกดำบรรพ์ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับจนได้ยินเสียงจังหวะการหายใจของตัวเอง
"ข้อมูลในแฟลชไดรฟ์นั่นบอกว่าเอกสารลับเรื่องการฮุบที่ดินลุ่มน้ำจะถูกส่งมอบที่นี่... แต่ผมว่าเรากำลังเดินเข้าปากเสือมากกว่ามารับของ"
คีย์ ธันวา เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง มือขวาของเขาละจากพวงมาลัยรถกระบะเก่าๆ มาแตะอยู่ที่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตหนังโดยสัญชาตญาณ—ตำแหน่งที่ซ่อนปืนพกสั้นขนาด 9 มม. เอาไว้ ความดิบเถื่อนและสัญชาตญาณนักข่าวสืบสวนที่ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชนกำลังกรีดร้องเตือนภัย แต่ความแค้นฝังหุ่นในอดีตทำให้เขาเลือกที่จะเดินหน้าต่อ ไม่ต่างจากผมที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ
ผม—ดร. รินรดา ปรับแว่นสายตาเล็กน้อยขณะมองผ่านกระจกหน้ารถที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นหนาเตอะ สมองส่วนหน้ากำลังประมวลผลข้อมูลทางจิตวิทยาของศัตรูที่อยู่เบื้องหลังเกมนี้ การล่อพวกเรามายังสถานที่ปิดตาย ไร้สัญญาณโทรศัพท์ และห่างไกลจากตัวเมือง สื่อสารความตั้งใจเดียวอย่างชัดเจน... มันไม่ใช่การเจรจา แต่เป็นการกำจัด
"ความกลัวเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการควบคุมเหยื่อครับคุณคีย์" ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและราบเรียบ แม้ในใจจะตระหนักดีว่าเรากำลังก้าวพลาดครั้งใหญ่ "แต่คนที่ส่งพิกัดนี้มา... เขาไม่ได้ต้องการแค่กำจัดเรา เขาต้องการต้อนให้เราจนมุม เพื่อดูว่าเราจะดิ้นรนอย่างไรก่อนตายต่างหาก"
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "นักจิตวิทยานี่มองโลกในแง่ร้ายได้เป็นระบบดีแทคนะ ดร.รินรดา งั้นบอกผมหน่อยสิ ในฐานะที่คุณเชี่ยวชาญเรื่องจิตใจมนุษย์ ไอ้คนที่รอเราอยู่ในความมืดข้างหน้านั้น มันกำลังคิดอะไรอยู่?"
"มันกำลังสนุกครับ" ผมตอบสั้นๆ ก่อนจะผลักประตูรถเปิดออก แรงกระแทกเบาๆ ทำให้ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายในอากาศ "มันรู้ว่าเรามีปมในอดีตที่สะกิดให้เจ็บได้ มันรู้ว่าคุณตามหาตัวการที่หักหลังคุณ และมันก็รู้ว่าผมต้องการลากคอคนที่ฆ่าครอบครัวผมเข้าคุกด้วยกฎหมายที่พวกมันบิดเบือน... เราสองคนคือเหยื่อที่เดินเข้ากรงด้วยขาของตัวเอง"
พวกเราก้าวลงจากรถพร้อมกัน เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นคอนกรีตที่แตก ริ้วรอยแห่งกาลเวลาของโรงงานแปรรูปโลหะเก่าแก่แห่งนี้สะท้อนเงาทะมึนภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาจากหลังคากระเบื้องที่ผุพังเป็นรูโหว่ บรรยากาศรอบตัววังเวงจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงหยดน้ำที่รั่วไหลจากเพดานกระทบถังน้ำมันเปล่าๆ เป็นจังหวะราวกับนาฬิกาดิจิทัลที่กำลังนับถอยหลังสู่ความหายนะ
เราเดินเคียงบ่าเคียงไหล่เข้าไปในตัวโกดัง กลิ่นน้ำมันเครื่องและฝุ่นปูนคละคลุ้งจนแสบจมูก แสงไฟฉายจากมือถือของคีย์สาดส่องไปตามซอกมุมที่มีเครื่องจักรขึ้นสนิมวางเรียงรายอยู่ประปราย โครงเหล็กขนาดใหญ่ทอดเงายาวน่ากลัวทาบทับลงบนพื้นเบื้องล่าง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาอีก มีเพียงภาษากายที่สื่อสารความเข้าใจซึ่งกันและกันอย่างเงียบเชียบ—ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความไม่ไว้วางใจ ถูกหลอมรวมด้วยความลับ บาดแผล และความเกลียดชังที่มีต่ออำนาจมืดกลุ่มเดียวกัน
"ระวัง!"
คีย์ควחוตัวผมหลบเข้าไปหลังเสาคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ในเสี้ยววินาที เสียงแหวกอากาศของวัตถุบางอย่างดังขึ้นพร้อมกับเสียง "ฉับ!" ฝังลึกเข้ากับเนื้อไม้ของลังสินค้าด้านหลังเรา
มีนัยน์ตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเรามาจากความมืดบนชั้นลอยของโกดัง
ผมหันไปสบตากับคีย์ แววตาของอดีตสายลับผู้นี้ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ มีเพียงประกายความดุร้ายของนักล่าที่พร้อมจะขย้ำ "มันอยู่ข้างบน สามคน... ทางซ้าย สองคน... ทางขวา ปิดทางออกหมดแล้ว" คีย์กระซิบชิดริมหูผม ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกับต้นคอ แต่นั่นไม่ใช่เวลาที่จะมาใส่ใจเรื่องระยะห่างทางกายภาพ
"พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา" ผมวิเคราะห์เสียงกระซิบ "ถ้าต้องการฆ่าเรา คงยิงมาจากข้างนอกตั้งแต่ก้าวแรกแล้ว... พวกมันต้องการเล่นเกมจิตวิทยา"
"งั้นก็มาดูกกันว่าใครจะจิตแข็งกว่ากัน" คีย์ดึงสไลด์ปืนพกในมือ เสียงโลหะกระทบกันดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ มันคือเสียงคำรามเตือนจากฝ่ายเรา
ทันใดนั้น ไฟสปอตต์ไลท์ขนาดใหญ่หลายดวงก็สว่างจ้าขึ้นพร้อมกันที่ด้านบนของชั้นลอย แสงสีขาวนวลสาดส่องลงมายังพื้นที่โล่งตรงกลางโกดัง ทำให้เราตกเป็นเป้าสายตาอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นก้องกังวานจากเบื้องบน ตามด้วยร่างของชายในชุดสูทสีเข้มคนหนึ่งที่ก้าวออกมาจากเงาดำ รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏบนใบหน้าเรียบเฉยที่ผ่านการดูแลอย่างดี
"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของเส้นทางครับ ดร.รินรดา... และคุณธันวา" เสียงทุ้มต่ำก้องกังวานผ่านลำโพงขยายเสียง สะท้อนไปทั่วโกดังร้าง "น่าประทับใจจริงๆ ที่พวกคุณดั้นด้นมาไกลขนาดนี้เพื่อหาความจริง... ความจริงที่ไม่มีวันถูกเปิดเผย"
ผมหรี่ตามองชายบนชั้นลอย สมองส่วนวิเคราะห์ทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อจดจำใบหน้า น้ำเสียง และบุคลิกภาพ "คุณไม่ใช่แค่ลูกน้อง... คุณคือคนที่อยู่เบื้องหลังคำสั่งเก็บครอบครัวผมเมื่อสิบปีก่อน"
ชายคนนั้นหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ "ความทรงจำดีนี่ครับ ดร.รินรดา แต่น่าเสียดายที่คุณไม่มีโอกาสได้เอาความทรงจำนี้ไปบอกใครอีกแล้ว..." เขายกมือขึ้นเป็นสัญญาณ
เสียงฝีเท้าจำนวนมากเริ่มดังขึ้นจากทุกทิศทุกทาง เสียงเหล็กกระทบกัน และเงาร่างนับสิบที่ถืออาวุธครบมือค่อยๆ เดินคืบคลานออกมาจากมุมมืดของโกดัง ล้อมกรอบเราไว้ตรงกลางอย่างแน่นหนา ทางหนีทีไล่ถูกปิดตายทุกเส้นทาง
คีย์ขยับตัวเข้ามายืนบังหน้าผมครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังกลุ่มมือปืนที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ มือของเขาจับด้ามปืนแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว "ดูท่าทางวันนี้เราคงไม่ได้กลับไปนอนห้องพักง่ายๆ แล้วล่ะมั้ง ดร."
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก3 กลิ่นสนิมเหล็กและฝุ่นผงไม่ได้ทำให้ผมหวาดกลัวอีกต่อไป ตรงกันข้าม มันกลับปลุกสัญชาตญาณดิบที่หลบซ่อนอยู่ภายใต้คราบนักวิชาการผู้เยือกเย็นให้ตื่นขึ้น "บางที... เราอาจจะประเมินเกมนี้ต่ำไปจริงๆ ครับคุณคีย์"
ทว่า ในขณะที่ความตึงเครียดพุ่งขึ้นถึงขีดสุด และมือปืนกลุ่มนั้นกำลังยกอาวุธขึ้นเล็งตรงมาที่เรา สายตาของผมก็บังเอิญเหลือบไปเห็นบางสิ่งเข้า... ที่มุมเสาคอนกรีตฝั่งตรงข้าม แสงไฟสะท้อนกระทบกับวัตถุชิ้นเล็กๆ ที่ถูกเสียบคาไว้กับรอยแตกของปูน—มันคือ "เครื่องบันทึกเสียงรุ่นเก่า" ที่เปิดไฟกระพริบสีแดงระเรื่ออยู่เงียบๆ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น... มีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กแปะไว้ พร้อมลายมือที่ผมจำได้ขึ้นใจ เพราะมันคือลายมือของคนที่ตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์สีเทาไปกับตัวละครทั้งสองนี้นะครับ
ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา•ตอนที่ 11
จังหวะที่พลาดพลั้ง
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!