ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา•ตอนที่ 12

รอยแผลที่เริ่มเปิด

ผลงานโดย คนมองเมือง
ควันสีเทาจางๆ จากปลายบุหรี่ในมือของคีย์ ธันวา ลอยวนขึ้นไปกระทบกับแสงไฟนีออนสลัวๆ ของห้องพักสืบสวนขนาดคับแคบ กลิ่นนิโคตินเจือจางผสมกับกลิ่นอับของแฟ้มเอกสารเก่าๆ ในยามวิกาลสร้างบรรยากาศที่หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าความเงียบงันระหว่างเขากับ ดร.รินรดา กลับทรงพลังเสียยิ่งกว่าเสียงใดๆ ในค่ำคืนนี้ "คุณไม่จำเป็นต้องแบกมันไว้คนเดียวหรอกครับ... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ รินรดาชะงักมือที่กำลังจัดเรียงภาพถ่ายในคดีฆาตกรรมอำพรางบนโต๊ะไม้เก่าๆ เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาไหววับชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เธอยังคงรักษาเกราะกำบังทางจิตวิทยาไว้อย่างเหนียวแน่น แม้ว่ารอยร้าวในใจจะเริ่มขยายตัวกว้างขึ้นทุกทีจากหลักฐานตรงหน้า รินรดาหันไปสบตากับชายหนุ่ม รอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากของคีย์ขยับเล็กน้อยยามที่เขาพ่นควันออกทาง The corner of his mouth คู่นี้ผ่านสมรภูมิชีวิตมามากพอที่จะรู้ว่า ความเห็นอกเห็นใจไม่ใช่สิ่งที่พวกเขามีไว้แจกจ่ายให้ใครพร่ำเพรื่อ แต่มันคือปมเชือกที่รัดร้อยพวกเขากลุ่มคนชายขอบผู้ถูกระบบบดขยี้เข้าด้วยกัน "ฉันไม่ได้แบกมันไว้คนเดียวค่ะ... เอ่อ... ฉันไม่ได้แบกมันไว้คนเดียวค่ะ" รินรดาเผลอหลุดคำพูดที่คุ้นชินออกมา ก่อนจะรีบกลืนคำพูดนั้นลงคอเมื่อนึกขึ้นได้ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบตามวิชาชีพ "ฉันแค่กำลังคำนวณความน่าจะเป็น... ระบบยุติธรรมที่เราศรัทธา มันถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องคนกลุ่มไหนกันแน่ คุณก็น่าจะรู้ดีกว่าใครไม่ใช่หรือคะ... ธันวา" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความขมขื่นและรอยร้าวลึกในทรวงอก เขาดับก้นบุหรี่ลงบนที่เขี่ยบุหรี่แก้วใสจนเศษเถ้ากระเด็น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานที่เธอนั่งอยู่ "ระบบไม่ได้พังหรอกครับ รินรดา... แต่มันถูกสร้างมาให้ทำงานแบบนี้ตั้งแต่แรกต่างหาก" คีย์โน้มตัวลงใช้มือสองข้างค้ำโต๊ะไม้ สายตาคมกริบจดจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ "คุณสูญเสียครอบครัวไปในเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่ถูกปิดตายด้วยคำว่า 'อุบัติเหตุ' ส่วนผม... สูญเสียคนรักไปเพราะเธอรู้มากเกินไปเกี่ยวกับบัญชีลับของพวกมัน ทั้งหมดถูกปัดตกด้วยคำว่า 'ฆ่าตัวตาย' พวกเราต่างก็เป็นแค่เศษฝุ่นที่กระเด็นออกมาจากเฟืองจักรของคนมีอำนาจ... ที่พวกมันคิดว่ากวาดทิ้งลงถังขยะไปแล้ว" คำพูดของเขาเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนรอยแผลเป็นเก่าแก่ที่รินรดาพยายามฝังกลบมันไว้ใต้กองตำราจิตวิทยาและคดีความนับร้อย ความทรงจำในคืนวันนั้น—กลิ่นควันไฟที่แสบจมูก เสียงกรีดร้องที่ไม่มีวันได้รับการเหลียวแล และรอยยิ้มเยาะเย้ยของนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลบนหน้าหนังสือพิมพ์—พรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองของเธอราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก มือเรียวบางของนักจิตวิทยาอาชญากรเริ่มสั่นเทาเล็กน้อย เธอพยายามกำหมัดแน่นเพื่อซ่อนความอ่อนแอ แต่คีย์ซึ่งผ่านการสังเกตสีหน้าและภาษากายของมนุษย์มาอย่างโชกโชนย่อมมองเห็นมันทั้งหมด เขาไม่ได้พูดปลอบประโลมด้วยคำหวานเลี่ยน เพราะคนอย่างพวกเขาสองคนไม่เชื่อถือคำพูดไร้แก่นสารเหล่านั้น สุภาพบุรุษดิบเถื่อนอย่างเขาเลือกที่จะยื่นมือหนาออกไป วางทابลงบนหลังมือที่กำลังสั่นเทาของเธอเบาๆ สัมผัสที่อุ่นจัดจากฝ่ามือของเขาผ่านทะลุความเย็นเยียบของผิวหนัง ตรงดิ่งเข้าสู่กลางใจ รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ชักมือกลับ เธอมองหน้าเขา เนตรคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยศักดิ์ศรี "เราไม่ได้กำลังทำสงครามเพื่อความยุติธรรมหรอกนะครับ" คีย์กระซิบเสียงต่ำ ทว่าทรงพลังจนก้องกังวานในความเงียบ "เรากำลังทำสงครามเพื่อทวงคืนความเป็นมนุษย์... จากพวกมัน" ความใกล้ชิดที่ก่อตัวขึ้นไม่ใช่ความเสน่หาแบบหนุ่มสาว หากแต่เป็นความผูกพันลึกซึ้งระดับจิตวิญญาณของเหยื่อสองรายที่ลุกขึ้นมาถืออาวุธต่อกรกับยักษ์ใหญ่ พวกเขาต่างรู้ดีว่าเส้นทางสายนี้มีตั๋วเที่ยวเดียว และจุดจบอาจไม่ใช่ชัยชนะ หากแต่เป็นความตาย แต่ในนาทีนี้ ความโดดเดี่ยวที่เคยกัดกินหัวใจของทั้งคู่มาเนิ่นนานกลับถูกบรรเทาลงด้วยความเข้าใจอันเงียบงัน ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดิ่งลึกสู่ห้วงอารมณ์อันเปราะบาง เสียงกริ่งเตือนภัยเบาๆ จากคอมพิวเตอร์พกพาบนโต๊ะก็ดังขึ้นทำลายภวังค์ รินรดาดึงมือกลับอย่างรวดเร็ว เธอปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นนักวิเคราะห์ผู้เยือกเย็นอีกครั้ง นิ้วเรียวกระทบแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่วเพื่อตรวจสอบสัญญาณเตือนภัยที่ถูกตั้งค่าไว้สำหรับระบบเซิร์ฟเวอร์ลับ "มีคนพยายามเจาะเข้าระบบฐานข้อมูลที่เราดึงมาจากตู้เซฟของเสธ.ประจักษ์..." รินรดาขมวดคิ้วแน่น ดวงตาจ้องมองหน้าจอที่ตัวอักษรวิ่งรัวเร็วด้วยความเร็วสูง "ไม่ใช่แฮกเกอร์ทั่วไป... รูปแบบการเข้ารหัสแบบนี้... มันคือหน่วยปฏิบัติการพิเศษทางไซเบอร์ของกระทรวง" คีย์หรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณนักข่าวสืบสวนและอดีตสายลับตื่นตัวเต็มพิกัด เขากวาดสายตามองไปรอบห้องพักมืดทึบ ก่อนจะชะงักเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งกำลังเดินตรงมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้อง 304 ของพวกเขา ไม่มีเสียงเคาะประตู ไม่มีแม้แต่สัญญาณเตือนล่วงหน้า ลูกบิดประตูห้องค่อยๆ หมุนช้าๆ จากด้านนอก พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ผุดขึ้นบนมุมปากของคีย์เมื่อเขาชักอาวุธปืนพกเก็บเสียงออกจากซองใต้แจ็คเก็ตอย่างเงียบเชียบ รินรดาลุกขึ้นยืน ชายตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้ปรากฏข้อความสั้นๆ บนหน้าจอสีดำสนิท—ข้อความที่ส่งตรงมาจากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม และมันทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกะทันหัน "ยินดีต้อนรับสู่กับดัก... ดร.รินรดา และคุณธันวา" ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์สีเทาไปกับตัวละครทั้งสองนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%