กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มชนิดพิเศษลอยอวลผสมปนเปไปกับกลิ่นอายความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวของ “อภิชาติ” ประธานกรรมการบริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ผู้กุมความลับสีเทาของเมืองหลวง แต่ในยามวิกาลเช่นนี้ แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับขับเน้นให้เงาสะท้อนบนกระจกใสบานใหญ่ดูโดดเดี่ยวและเปราะบางเสียยิ่งกว่ากระดาษสา
ดร.รินรดา นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีชาโคล ท่าทีของเธอเยือกเย็นและสงบนิ่งราวกับรูปปั้นสลักจากหินอ่อนชั้นดี ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนพนักแขนเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าสม่ำเสมอ—จังหวะเดียวกับเสียงเข็มนาฬิกาโบราณที่แขวนอยู่บนผนัง ซึ่งมันทำหน้าที่เป็นเครื่องมือบั่นทอนประสาทสัมผัสของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างแยบยล
"คุณรินรดาดูจะสนใจประวัติส่วนตัวของผมเป็นพิเศษนะครับในช่วงนี้" อภิชาติเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความมั่น
รินรดายกถ้วยกาแฟขึ้นจิบน้อยๆ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบมองลอดผ่านเลนส์ใสด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก เธอยังไม่รีաբตอบในทันที ปล่อยให้ความเงียบโรยตัวลงมาราวกับหมอกหนาที่ค่อยๆ แผ่ขยายอาณาเขตบีบอัดออกซิเจนในห้องให้เจือจางลง
"ความสนใจของฉันไม่ได้อยู่ที่ประวัติของคุณหรอกครับ... อภิชาติ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงพลังในทุกพยางค์ "แต่มันอยู่ที่ 'รอยร้าว' เล็กๆ ที่คุณพยายามเอาปูนซีเมนต์ชั้นดีมาโบกฉาบปิดบังเอาไว้ต่างหาก"
มุมปากของนักธุรกิจใหญ่กระตุกเล็กน้อย สายตาคมกริบหวาดระแวงฉายแวววูบไหวแต่ก็ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็วภายใต้หน้ากากแห่งอำนาจ "คุณกำลังพูดเรื่องอะไร ผมเกรงว่านักจิตวิทยาอย่างคุณอาจจะกำลังมองโลกผ่านทฤษฎีสมคบคิดมากเกินไป"
"ทฤษฎีเหรอครับ?" รินรดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "บางครั้งมนุษย์เราก็ไม่ต้องอาศัยทฤษฎีทางจิตวิทยาอะไรมากมายหรอกครับเพื่อจะมองเห็นความกลัว... โดยเฉพาะความกลัวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาพถ่ายใบนั้น"
เธอยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลอ่อนวางไว้บนโต๊ะกระจกตรงกลาง ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาในตอนนี้สั้นเพียงแค่เอื้อมมือ แต่มันกลับกว้างใหญ่ไพศาลด้วยเส้นแบ่งเขตของอำนาจและจิตวิทยาที่เธอกำลังเป็นผู้กุมบังเหียน
อภิชาติเหลือบมองซองเอกสารนั้นด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน มือหนาที่วางอยู่บนตักเริ่มเกร็งแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว "คุณคิดจะเล่นเกมอะไรกันแน่ ดร.รินรดา"
"ฉันไม่ได้เล่นเกมครับ... ฉันแค่กำลังช่วยให้คุณได้ทบทวนความทรงจำที่อาจจะหลงลืมไปแล้วว่า 'ความยุติธรรม' ในรูปแบบที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึงนั้น หน้าตาเป็นอย่างไร" รินรดากล่าวเสียงเรียบ สายตาจดจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของเป้าหมาย ราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมทีละก้าวอย่างใจเย็น
ในขณะเดียวกัน ที่มุมมืดอีกด้านหนึ่งของตึก คีย์ ธันวา กำลังยืนพิงผนังคอนกรีตเปลือยในห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัย แสงไฟกะพริบจากหน้าจอคอมพิวเตอร์นับสิบเครื่องสะท้อนลงบนใบหน้าเคร่งขรึมและรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้ว ปลายนิ้วหยาบกร้านรัวแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วเพื่อเจาะเข้าระบบฐานข้อมูลสำรองที่อภิชาติพยายามซ่อนไว้ให้ลึกที่สุด
หน้าจอแสดงผลไฟล์ลับกำลังดาวน์โหลดทีละเปอร์เซ็นต์ เสียงหัวใจของคีย์เต้นระรัวไม่แพ้จังหวะการกดดันทางจิตวิทยาที่รินรดากำลังดำเนินอยู่เบื้องบน พวกเขาทั้งคู่รู้ดีว่านี่คือการเดินหมากบนปากเหว ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวหมายถึงการถูกอีกฝ่ายบดขยี้จนไม่เหลือซาก
"เอาล่ะ... มาดูกันซิว่าแกจะซ่อนความเน่าเฟะไว้ใต้พรมได้อีกสักกี่น้ำ" คีย์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะที่แถบแสดงสถานะการดาวน์โหลดพุ่งขึ้นถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์
บนชั้นบนสุด อภิชาติทนแรงกดดันจากสายตาและคำพูดของรินรดาไม่ไหวอีกต่อไป เขาตบโต๊ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธผสมความหวาดกลัวที่เริ่มกัดกินขั้วหัวใจ "คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดจาแบบนี้ในบริษัทของผม! ออกไปจากที่นี่ซะ!"
รินรดายังคงนั่งนิ่งสนิท เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ความนิ่งสงบของเธอกลับยิ่งทำให้อภิชาติรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเด็กน้อยที่กำลังอาละวาดอย่างไร้เหตุผล
"การไล่ฉันออกไปจากห้องนี้ไม่ได้ช่วยให้เสียงเตือนภัยในหัวของคุณเงียบลงหريكหรอกนะครับ... อภิชาติ" รินรดาเอ่ยเสียงแผ่วเบา แต่ทุกคำชัดเจนบาดลึก "และยิ่งไปกว่านั้น... สิ่งที่คุณกำลังพยายามปกปิด ไม่ใช่แค่เรื่องเงินใต้โต๊ะหรือโครงการอสังหาฯ สีเทา แต่มันคือเรื่องของ 'คืนวันที่สิบห้า' เมื่อสามปีก่อนต่างหาก"
ร่างของอภิชาติแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน สีหน้าของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลซีดเผือดลงในพริบตา ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่างเมื่อได้ยินตัวเลขและวันที่ที่เขาพยายามลบมันออกจากความทรงจำมาตลอดชีวิต
ในวินาทีนั้นเอง หน้าจอสื่อสารขนาดเล็กในกระเป๋าเสื้อของรินรดาที่มีสัญญาณเชื่อมต่อกับคีย์ ธันวา ก็สั่นเตือนเบาๆ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำลอดผ่านหูฟังไร้สายเข้ามาว่า
"ริน... เราเจอไฟล์วิดีโอบันทึกเหตุการณ์คืนนั้นแล้ว... และมีชื่อคนใหญ่อโตอีกสามคนร่วมลงนามในคำสั่งฆ่าครอบครัวคุณด้วย"
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์สีเทาและเกมจิตวิทยาอันเชือดเฉือนนี้ไปกับเรานะครับ
ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา•ตอนที่ 13
เกมจิตวิทยาเริ่มขึ้น
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!