ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำด้านที่สะท้อนกับแสงนีออนกระพริบวูบวาบ คือสิ่งสุดท้ายที่มนุษย์ปรารถนาจะเห็นในยามเที่ยงคืนของเมืองที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแห่งนี้
คีย์ ธันวา ไม่ได้หันกลับไปมองทันที สัญชาตญาณของอดีตสายลับสอนให้เขาอ่านความเคลื่อนไหวจากแรงสั่นสะเทือนของพื้นไม้ และเสียงลมหายใจที่ถูกกลืนหายไปในความเงียบ เสียงฝีเท้าสามคู่หยุดนิ่งสนิท ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว ความกดอากาศในบาร์เก่าๆ แห่งนี้ลดต่ำลงจนเกือบถึงจุดเยือกแข็ง
"ถ้าคุณขยับนิ้วแม้แต่นิดเดียว สมองของคุณจะกระจายอยู่บนแฟ้มเอกสารราคาแพงนั่น" เสียงทุ้มต่ำและไร้ซึ่งความปรานีดังขึ้นจากด้านหลัง ร่างในชุดสูทสีเข้มกลืนไปกับเงาดำของมุมบาร์
คีย์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แหաբพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย เขายังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นแบบคนที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน
"พวกแกส่งหมามาเห่าช้าไปหน่อยนะ... หรือว่าเจ้านายของพวกแกเริ่มกลัวความจริงในแฟ้มนี้จนตัวสั่นขึ้นมาแล้วล่ะ?" คีย์ตอบด้วยน้ำเสียงกวนประสาท แต่นัยน์ตาสีสนิมกลับกวาดมองเงาสะท้อนบนกระจกโต๊ะเพื่อประเมินมุมยิงและทิศทาง
ในเสี้ยววินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด ประตูไม้ด้านหลังที่ปิดสนิทก็ถูกกระชากเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงมหาศาล!
แสงไฟสว่างจ้าจากถนนด้านนอกสาดส่องเข้ามา พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดโค้ทสีเทายาวที่ก้าวสวนเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย ดร.รินรดา ไม่ได้วิ่งหนีออกไปอย่างที่คีย์คาดคิด เธอกลับเลือกที่จะเดินกลับเข้ามาในปากเหยื่อ สายตาคมกริบของนักจิตวิทยาอาชญากรคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ทั้งหมดในเวลาเพียงเสี้ยววินาที สมองของเธอนำเข้าข้อมูล วิเคราะห์ และประเมินความเสี่ยงด้วยความเร็วระดับคอมพิวเตอร์
รินรดาไม่พูดพร่ำทำเพลง มือเรียวบางหยิบวัตถุชิ้นเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ทแล้วขว้างมันไปที่คานไม้เหนือหัวของกลุ่มมือสังหารทันที!
*เพล้ง!*
หลอดไฟนีออนดวงสุดท้ายระเบิดออก เศษแก้วกระจายเกลื่อน บาร์ทั้งหลังตกอยู่ในความมืดสนิททันที ความชุลมุนเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที คีย์ไม่รอช้า เขาทิ้งตัวลงราบกับพื้นพร้อมกับกวาดขาเตะตัดลำตัวของมือสังหารคนที่อยู่ใกล้ที่สุดจนล้มคว่ำ เสียงปืนเก็บเสียงดัง *ฟึ่บๆ* เจาะทะลุโต๊ะไม้เสียงดังสนั่น แต่มันไร้เป้าหมาย
รินรดาก้มตัวต่ำ พุ่งเข้ามาคว้าแขนของคีย์ด้วยแรงที่คาดไม่ถึง แรงดึงนั้นฉุดให้อดีตสายลับลุกขึ้นและวิ่งฝ่าความมืดออกทางประตูด้านหลังที่เชื่อมกับตรอกแคบของย่านเมืองเก่า กลิ่นอับชื้นของขยะและฝนที่เพิ่งซาลงปะทะเข้ากับใบหน้า ความเย็นยะเยือกของอากาศช่วยปลุกสติให้ทั้งคู่ตื่นตัวเต็มที่
เสียงฝีเท้าของหน่วยล่าสังหารยังคงไล่ตามมาติดๆ เสียงรองเท้ากระทบพื้นปูนดังสะท้อนไปทั่วตรอกแคบ ทั้งสองวิ่งลัดเลาะผ่านกองลังสินค้าและกำแพงอิฐมอญสีแดงที่ขึ้นตะไคร่น้ำ ก่อนที่คีย์จะผลักรินรดาเข้าไปหลบในซอกตึกแคบๆ ที่ถูกบังด้วยถังขยะเหล็กขนาดใหญ่ ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นชิด ร่างกายแนบชิดกันในความมืดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะหัวใจที่เต้นรัวระรัว
คีย์ยกมือขึ้นปิดปากรินรดาไว้ทันทีเมื่อเสียงฝีเท้าวิ่งผ่านหน้าซอกตึกไปไม่ไกล สายตาของเขามองตรงมาที่เธอในความมืด ประ
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง?" คีย์กระซิบเสียงต่ำชิดใบหูของเธอ ไออุ่นจากลมหายใจของเขารดต้นคอ "ผมบอกให้คุณหนีไป ทำไมถึงโง่กลับเข้ามา?"
รินรดาดึงมือของเขาออกด้วยความเยือกเย็น แววตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งสงบที่น่ากลัว
"ฉันไม่ได้กลับมาช่วยคุณ" รินรดาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "ฉันแค่ต้องการเอกสารในแฟ้มนั้น... และฉันรู้ว่าถ้าคุณตาย คดีแรกที่ฉันพยายามไขมาตลอดสามปีก็จะไม่มีวันถูกเปิดโปง"
คีย์หรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้า หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะไม่ใช่เพราะความกลัวจากมือปืนเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะความดุดันและเฉียบคมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์อันแสนจะเยือกเย็นของเธอ ผู้หญิงคนนี้อันตรายยิ่งกว่ากระสุนปืนนัดไหนที่เขาสองคนเคยเจอมา
"คดีแรก..." คีย์ทวนคำ เสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงจุดเริ่มต้นของฝันร้าย "คุณหมายถึงคดีตึกถล่มเมื่อสามปีก่อน ที่ทำให้ครอบครัวของคุณต้องตาย... และทำให้คู่หูของผมต้องกลายเป็นแพะรับบาปงั้นเหรอ?"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เปลือกตาปิดลงชั่วเสี้ยววินาทีเพื่อกดความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดลงไป ก่อนจะลืมตาขึ้นมาด้วยแววตาที่แข็งกร้าวราวกับเหล็กกล้า
"ไม่ใช่แค่ครอบครัวฉัน..." รินรดาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นน้อยๆ แต่เต็มไปด้วยแรงแค้นที่สะสมมานาน "แต่เอกสารที่คุณถืออยู่เมื่อกี้ มันกำลังบอกว่า... คนที่สั่งเก็บครอบครัวฉันในคืนนั้น คือคนเดียวกับคนที่หักหลังและฆ่าคนรักเก่าของคุณ"
บรรยากาศในซอกตึกแคบๆ เงียบงันลงทันที ความจริงอันน่าตกใจถูกโยนลงมาตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง ราวกับระเบิดเวลาที่ถูกตั้งเวลาไว้
คีย์นิ่งง้ำไปทันที ความรู้สึกโกรธแค้นและเจ็บปวดที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ตลอดหลายปีถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยประโยคเดียวของเธอ
ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ แสงไฟฉายสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาในซอกตึก พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่หยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าทางเข้าซอกตึก ร่างของชายชุดดำคนเดิมก้าวเข้ามาพร้อมกับปลายกระบอกปืนที่เล็งตรงมาที่ศีรษะของคีย์
ทว่า... ก่อนที่นิ้วของมือสังหารจะเหนี่ยวไก เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านบนดึก!
*ปัง!*
ร่างของมือสังหารล้มฟาดลงกับพื้นทันทีโดยที่ยังไม่ทันได้ลั่นไก เลือดสีแดงสดไหลนองพื้นปูน คีย์ดึงรินรดาให้หมอบราบลงกับพื้นด้วยสัญชาตญาณ เขารีบเงยหน้าขึ้นมองไปยังดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้ามในความมืด
ในแสงสลัวของเงาตึก ร่างของใครบางคนยืนถือปืนยาวไรเฟิลอยู่บนนั้น บุคคลปริศนาไม่ได้เล็งปืนมาที่พวกเขา แต่กำลังโยนวัตถุลึกลงมาตกแทบเท้าของรินรดา
รินรดาขยับตัวเข้าไปหยิบมันขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง มันคือ "ธอมป์ไดรฟ์" สีเงินขนาดเล็ก ที่มีรอยขูดขีดเป็นสัญลักษณ์รูปสลักโบราณ—สัญลักษณ์เดียวกับแหวนที่อยู่ในที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมเมื่อสามปีก่อน คดีที่ตำรวจปิดแฟ้มว่าเป็นอุบัติเหตุ!
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับคีย์ในความมืด หัวใจของทั้งคู่เต้นแรงด้วยความตระหนักรู้บางอย่างที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตาย
และในวินาทีนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคีย์ก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนปริศนาที่ส่งตรงเข้ามา
**"ยินดีต้อนรับสู่เกม... ดร.รินรดา และคุณธันวา ตอนนี้พวกคุณไม่มีทางถอยหลังกลับได้อีกแล้ว"**
---
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
*ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์สีเทาและปริศนาอันดำมืดนี้ด้วยกันนะครับ*
ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา•ตอนที่ 2
รอยร้าวในความสมบูรณ์แบบ
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!