กลิ่นอับของห้องสอบสวนใต้ดินตลบอบอวลไปด้วยความหวาดระแวง มันเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของสถานที่ที่กฎหมายไม่อาจเอื้อมมือไปถึงอย่างแท้จริง มีเพียงความเงียบงันอันน่าอึดอัด และเสียงพัดลมเพดานเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางหึ่งราวกับจะประท้วงความอยุติธรรมเบื้องล่าง
"คุณกำลังเล่นกับความตาย, ดร.รินรดา"
เสียงแหบพร่าของชายวัยกลางคนดังขึ้น ทว่ามันสั่นเทาจนแทบไม่ได้ศัพท์ นายประวิทย์ อดีตผู้จัดการบัญชีของกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ นั่งตัวงออยู่หลังโต๊ะสแตนเลส ดวงตาของเขาแดงก่ำจากการอดนอน และมือทั้งสองข้างที่ถูกใส่กุญแจมือไว้สั่นเทาระริกจนโซ่กระทบกันเป็นจังหวะน่ารำคาญ
รินรดาไม่ตอบทันที เธอยังคงยืนนิ่งอยู่หลังกระจกเงาทางเดียว แสงไฟนีออนสลัวๆ สะท้อนกรอบแว่นทรงเหลี่ยมของเธอให้ดูคมกริบราวกับใบมีด เธอทอดสายตามองเหยื่อผู้ตื่นตระหนกรายนี้ด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความเวทนาและความเยือกเย็นแบบนักจิตวิทยาอาชญากร สำหรับเธอแล้ว คนที่กลัวตายที่สุดมักจะเป็นคนที่มีความลับมีค่าที่สุดเสมอ
เธอดึงประตูเปิดออก ก้าวเข้าไปในห้องด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบจนแทบไม่ได้ยิน กลิ่นอายของความกดดันแผ่ซ่านทันทีที่เงาร่างของเธอทาบทับลงบนร่างที่สั่นเทาของประวิทย์
รินรดานั่งลงฝั่งตรงข้าม ช้าๆ ท่วงท่าของเธอเปี่ยมด้วยความมั่นใจที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี มือเรียวบางประสานกันบนโต๊ะ ปลายนิ้วแตะกันเป็นรูปปิรามิด เธอยังไม่เอ่ยปากพูดอะไร เพียงแค่ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่เป็นเครื่องมือทางจิตวิทยาในการบดขยี้สติสัมปชัญญะของอีกฝ่าย
"ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่รู้เรื่อง!" ประวิทย์โพล่งขึ้นมาก่อน ทนแรงกดดันจากสายตาของเธอไม่ไหว "พวกมันกำลังมองอยู่! คุณเข้าใจไหม ดร.รินรดา? พวกมันเห็นทุกอย่าง! ถ้าผมปริปากพูดครอบครัวผม... ลูกสาวผม..."
น้ำเสียงของเขาขาดห้วงพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเหี่ยวย่น ความกลัวไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่มันคือจุดอ่อนที่เปราะบางที่สุด และในฐานะนักจิตวิทยา รินรดารู้ดีว่าเธอต้องเหยียบลงตรงไหนเพื่อให้ความกลัวนั้นกลายเป็นช่องโหว่
รินรดาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แววตาของเธอเปลี่ยนจากความเยือกเย็นเป็นความเห็นอกเห็นใจที่คำนวณมาแล้วอย่างแยบยล
"คุณประวิทย์ครับ..." น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าทรงพลังพอที่จะดึงสติของชายตรงหน้าให้กลับมาจดจ่ออยู่ที่เธอ "ความตายไม่ได้น่ากลัวเท่ากับการมีชีวิตอยู่โดยรู้ว่าคุณปล่อยให้คนชั่วลอยนวล และทิ้งให้คนที่คุณรักต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาไม่ได้ก่อหรอกนะครับ"
ประวิทย์สะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาหวาดระแวง "คุณหมายความว่ายังไง..."
"ฉันหมายความว่า ตอนนี้คุณมีทางเลือกแค่สองทาง" รินรดาผายมือออกเล็กน้อย "ทางแรกคือการนั่งรอให้มือปืนของพวกมันหาคุณเจอในคุกแห่งนี้ แล้วตายไปพร้อมกับความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้... กับทางที่สอง ยื่นหลักฐานที่คุณเก็บไว้ในเซฟเฮาส์ให้ฉัน แล้วให้รัฐบาลคุ้มครองคุณและครอบครัวเสียใหม่"
ประวิทย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงช้าๆ ริมฝีปากแห้งผากสั่นระริก เขาลลังเล ความหวาดกลัวต่ออิทธิพลมืดที่แผ่ขยายรากแก้วไปทั่วเมืองยังคงฝังรากลึกในใจ แต่คำพูดของรินรดาก็จี้ถูกจุดตายที่เขากำลังพยายามหลบหนี
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องควบคุมอีกด้านหนึ่ง คีย์ ธันวา ยืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือย ดวงตาคมกริบจับจ้องภาพผ่านจอมอนิเตอร์อย่างไม่วางตา บุรุษหนุ่มในชุดแจ็คเก็ตหนังสีเข้มขยับตัวเล็กน้อยเมื่อเห็นปฏิกิริยาของประวิทย์ เขารู้ดีว่าเกมนี้เดิมพันด้วยชีวิต และความผิดพลาดเพียงนิดเดียวหมายถึงกระสุนปืนที่จะเจาะกะโหลกพยานปากเอกรายนี้ก่อนที่คดีจะขึ้นศาล
"เธอเล่นจิตวิทยาเก่งเป็นบ้า..." คีย์พึมพำกับตัวเอง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความชื่นชมระคนเป็นห่วง "แต่เธอประเมินความเหี้ยมของไอ้พวกนั้นต่ำไปหน่อย..."
ตัดกลับมาที่ห้องสอบสวน รินรดารับรู้ได้ถึงแรงกดดันรอบตัว บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป อุณหภูมิในห้องดูเหมือนจะลดต่ำลงอย่างกะทันหัน เธอเห็นประวิทย์สูดหายใจเข้าลึกราวกับตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต ชายวัยกลางคนก้มหน้าลงกระซิบเสียงสั่น
"ก็ได้... ผมจะบอก" ประวิทย์เงยหน้าขึ้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด "บัญชีลับไม่ได้อยู่ที่อื่น... มันถูกซ่อนไว้ใน..."
*ปัง!*
เสียงกระจกกันกระสุนด้านหลังรินรดาแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเศษกระสุนปริศนาที่พุ่งเจาะทะลุกรอบหน้าต่างฝังลงบนผนังปูนอย่างเฉียดฉิว!
ประวิทย์กรีดร้องสุดเสียง ล้มตัวลงหมอบใต้โต๊ะด้วยความตื่นตระหนก รินรดาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เธอพุ่งหลบหลังกำแพงทึบ ทว่าสายตาของเธอเหลือบไปเห็นเงาดำตะคุ่มวูบผ่านระเบียงทางเดินด้านนอก
ประตูกระจกบานใหญ่ของห้องสอบสวนถูกถีบพังกระเด็นด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาพร้อมกับปืนเก็บเสียงในมือ แววตาภายใต้ความมืดมนไร้ซึ่งความปรานีใดๆ
กระสุนนัดต่อไปไม่ได้เล็งมาที่ประวิทย์... แต่มันกำลังเล็งมาที่หัวใจของเธอ
ก่อนที่นิ้วชี้บนไกปืนจะเหนี่ยวรั้ง ประตูห้องควบคุมด้านข้างก็กระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของคีย์ ธันวา ที่พุ่งเข้ามาชนร่างมือสังหารล้มกลิ้งไปกับพื้นอย่างไม่คิดชีวิต เสียงหมัดกระแทกเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางความโกลาหล
รินรดายืนนิ่ง หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตัว เธอก้มลงมองที่พื้นใกล้โต๊ะสเตนเลส และสิ่งที่เธอเห็นทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก
ไม่ใช่รอยเลือด ไม่ใช่ปลอกกระสุน... แต่เป็นแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่ประวิทย์ทำตกไว้ พร้อมกับหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ถูกทิ้งไว้บนพื้นซึ่งกำลังแสดงข้อความแจ้งเตือนล่าสุดจากเบอร์แปลกปลอม—
*“เกมจบแล้ว, ดร.รินรดา... ยินดีต้อนรับสู่หลุมศพของคุณ”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์สีเทาและปริศนานี้ด้วยกันนะครับ
ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา•ตอนที่ 3
กับดักในห้องสอบสวน
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!