แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มถูกโยนลงบนโต๊ะไม้สักราคาแพง เสียงกระดาษหนาทึบกระทบผิวไม้ดังทึบ ทว่าก้องกังวานในห้องทำงานที่เงียบสงัดของ ดร.รินรดา
"คุณคิดว่าตัวเองกำลังเชิดหุ่นอยู่ฝ่ายเดียวหรือครับ ดร.รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของใครบางคนดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง รินรดาไม่สะดุ้ง เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน แสงไฟจากโคมไฟสีส้มสาดส่องลงบนใบหน้าด้านข้างที่เรียบนิ่งเป็นเอกลักษณ์ สายตาของเธอทอดมองเอกสารในแฟ้มนั้นด้วยความสนใจเพียงเล็กน้อย ราวกับมันเป็นแค่รายงานสภาพอากาศประจำวัน ไม่ใช่ระเบิดเวลาที่ถูกโยนเข้ามากลางวง
รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตากับผู้บุกรุกยามวิกาล คีย์ ธันวา ยืนค้ำโต๊ะอยู่ด้วยท่าทางตึงเครียด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเล็กน้อยบ่งบอกถึงอารมณ์ที่กำลังพยายามสะกดกลั้นอย่างสุดความสามารถ
"ความลับไม่มีในโลกหรอกครับ คุณธันวา โดยเฉพาะความลับที่ถูกฝังไว้ใต้ดินเมื่อสิบห้าปีก่อน... คนพวกนั้นไม่ได้แค่ซื้อความเงียบด้วยเงิน แต่พวกเขาซื้อความทรงจำที่บิดเบี้ยวได้ด้วย" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราบ แต่นัยน์ตาคมกริบราวกับกำลังผ่าตัดศพเพื่อหา
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "คุณกำลังประเมินศัตรูต่ำไป ฝ่ายนั้นไม่ได้แค่ส่งทนายมาขู่ หรือส่งคนสะกดรอยตามอย่างที่เราคาดการณ์ไว้ พวกมันขุดรากถอนโคนอดีตของคุณขึ้นมาตีแผ่บนหน้าสื่อ เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือในฐานะนักจิตวิทยาอาชญากร... พวกมันกำลังทำให้สังคมเห็นว่า คุณต่างหากคือคนบาปตัวจริง ไม่ใช่พวกมัน"
ในโลกของจิตวิทยาอาชญากรรม รินรดารู้ดีว่าอาวุธที่อันตรายที่สุดไม่ใช่ปืนหรือกระสุน แต่คือ 'การควบคุมการรับรู้ของมวลชน' (Public Perception) ศัตรูในเงาของเธอเลือกใช้กลยุทธ์ที่เฉียบคมและเลือดเย็นที่สุด นั่นคือการเปลี่ยนเหยื่อให้กลายเป็นผู้ต้องหาในสายตาของสังคม
รินรดาหยิบปากกาหมึกซึมด้ามโปรดขึ้นมาหมุนเล่นช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสกับโลหะเย็นเฉียบ "การขุดคุ้ยอดีตเหยื่อ ก็เหมือนกับการเปิดแผลเก่าที่ยังไม่ตกสะเก็ดครับ มันเจ็บปวด... แต่มันก็ทำให้เราเห็นว่า เชื้อโรคตัวไหนที่ยังซ่อนอยู่ข้างใน"
"แต่มันกำลังทำลายแผนการทั้งหมดที่เราวางไว้!" คีย์ตบโต๊ะเสียงดังลั่น ความอดทนของอดีตสายลับขาดผึ่ง "ตอนนี้สำนักข่าวทุกสำนักกำลังเล่นข่าวเรื่องครอบครัวของคุณ ประวัติการสูญเสียเมื่ออดีตถูกบิดเบือนว่าคุณมีส่วนรู้เห็น หรือแม้แต่ทฤษฎีจิตวิทยาที่คุณเคยเขียน ก็ถูกนำมาโจมตีว่าคุณมีอาการทางจิตอ่อนๆ ที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ... คุณยังใจเย็นอยู่ได้ยังไง?"
รินรดาลุกขึ้นยืน ช้าๆ อย่างสง่างาม ความสูงของเธอไม่ได้ด้อยไปกว่าชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย เธอก้าวเข้าไปประชิดคีย์ ชandอ ความห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นอายความดุดันของชายชาตรีปะทะเข้ากับความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ
"ถ้าคุณตื่นตระหนก แสดงว่าคุณกำลังเดินตามเกมที่พวกมันขีดไว้ครับ คุณธันวา" รินรดากระซิบชิดริมห oído แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟแห่งความท้าทายที่ลุกโชน "จำไว้ว่า คนที่วิ่งเข้าหาไฟ คือคนที่รู้ดีว่าไฟนั้นจะเผาผลาญอะไรก่อน... ตัวตนของฉันในอดีตถูกทำลายไปตั้งแต่วันที่ครอบครัวของฉันตายบนท้องถนนแล้ว สิ่งที่คุณเห็นอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ ดร.รินรดา คนเดิมอีกต่อไป"
คีย์ชะงักไป ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกแต่ทรงพลังอย่างลึกซึ้ง เคมีระหว่างคนทั้งสองในห้องแคบๆ นี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดอันตราย ราวกับสารเคมีสองชนิดที่รอเวลาทำปฏิกิริยารุนแรง ทั้งดึงดูดและผลักไสในคราวเดียวกัน
ก่อนที่คีย์จะได้โต้ ฯ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้น *ติ๊ง*
รินรดาผละตัวออก เดินกลับไปหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดอ่าน ข้อความจากเบอร์แปลกปลอมปรากฏขึ้นบนหน้าจอ พร้อมกับภาพถ่ายไฟล์เอกสารลับชุดใหม่ และพิกัดสถานที่แห่งหนึ่งในยามวิกาล
ข้อความสั้นๆ ระบุว่า: *"อยากรู้ความจริงเบื้องหลังอุบัติเหตุเมื่อสิบห้าปีก่อนไหม ดร.รินรดา? มาตามพิกัดนี้คนเดียว... ก่อนที่ความลับทั้งหมดจะถูกเผาทำลายพร้อมกับพยานปากสุดท้าย"*
คีย์ชะโงกหน้ามามองหน้าจอ แววตาดิบเถื่อนฉายแววระแวงทันที "กับดักชัดๆ พวกมันรู้ว่าเรากำลังแกะรอยเรื่องนี้อยู่ และจงใจล่อคุณออกไป"
รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไร้ความอบอุ่น แต่งดงามและอันตรายยิ่งกว่าอาวุธใดๆ เธอดึงกุญแจรถออกจากลิ้นชักแล้วโยนมันลงบนฝ่ามือของคีย์ได้อย่างแม่นยำ
"ผมรู้ครับว่ามันคือกับดัก" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ขณะหยิบเสื้อโค้ทตัวยาวมาสวมทับ "แต่บางครั้ง... คนเราก็ต้องยอมเดินเข้าถ้ำเสือ เพื่อกระชากหน้ากากไอ้เสือตัวนั้นออกมาจากความมืด"
เธอก้าวเดินผ่านหน้าเขาไปอย่างไม่ลังเล ทิ้งให้คีย์ยืนนิ่งงัดกับความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความหงุดหงิด ความเป็นห่วง และความเร้าใจในเกมอันตรายนี้ ชายหนุ่มสบถในลำคอเบาๆ ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ ตามหลังเธอไปติดๆ
รถยนต์สีดำสนิทพุ่งทะยานผ่านท้องถนนยามค่ำคืนของมหานครที่หลับใหล ท่ามกลางแสงไฟนีออนที่สะท้อนผ่านกระจกหน้าต่าง ราวกับภาพยนตร์ฟิล์มนัวร์ที่กำลังดำเนินไปสู่จุดไคลแม็กซ์ บรรยากาศในรถเงียบงัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์คำรามเบาๆ และความคิดของคนทั้งคู่ที่กำลังวางแผนหักเหลี่ยมเฉือนคมกับศัตรูที่มองไม่เห็น
จนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าสู่เขตโกดังร้างริมท่าเรือเก่าแก่ กลิ่นอายของน้ำเค็มและสนิมเหล็กโชยมาตามสายลมยามดึก รินรดาดับเครื่องยนต์ ความมืดมิดโรยตัวปกคลุมรอบด้าน มีเพียงแสงไฟกะพริบจากเสาไฟที่อยู่ไกลออกไปสาดส่องเป็นเงาทอดยาว
ทั้งคู่ก้าวลงจากรถ ฝ่ายรินรดากวาดสายตามองไปรอบบริเวณด้วยสัญชาตญาณนักจิตวิทยาอาชญากรที่ถูกปลุกเร้าเต็มพิกัด ขณะที่คีย์ยกมือขึ้นแตะปืนสั้นที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อแจ็คเก็ตอย่างระแวดระวัง
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ... ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่จะเริ่มดังขึ้นจากความมืดรอบด้าน ปิดตายทุกเส้นทางถอย และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานก็ดังมาจากชั้นลอยของโกดังร้าง
"ยินดีต้อนรับสู่บทสรุปที่คุณไม่มีวันลืมครับ ดร.รินรดา" เสียงทุ้มแหบพร่าผ่านเครื่องขยายเสียงดังสะท้อนก้อง พร้อมกับร่างของชายสูงวัยในชุดสูทเนี้ยบที่ก้าวออกมาจากเงามืด พร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่อาบไล้ด้วยแสงไฟสลัว
รินรดาหรี่ตาลงเล็กน้อย หัวใจเต้นเป็นจังหวะแต่มั่นคง เธอมองสำรวจชายคนนั้น และในวินาทีที่แสงไฟส่องกระทบใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน ความทรงจำสีเลือดเมื่อสิบห้าปีก่อนก็พรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองราวกับเขื่อนแตก
ไม่ใช่แค่ศัตรู... แต่เขาคือคนที่เธอตามล่ามาตลอดชีวิต
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์สีเทาไปกับเรานะครับ
ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา•ตอนที่ 34
เกมที่เริ่มพลิกผัน
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!