เสียงกระแทกของแก้ววิสกี้กระทบลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่น ราวกับเสียงค้อนของผู้พิพากษาที่ปิดฉากการไต่สวนที่ยืดเยื้อมานาน ความเงียบงันอันน่าอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงานขนาดกะทัดรัดในคอนโดมิเนียมย่านชานเมือง กลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์ผสมกับควันบุหรี่จางๆ ลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะใช้มือจับต้องได้
ดร.รินรดา นิ่งเงียบ ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นสายตาจ้องมองของเหลวสีอำพันในแก้วอย่างเยือกเย็น เธอยกมือขึ้นจัดแว่นเล็กน้อย—เป็นภาษากายที่แสดงถึงการตั้งกำแพงป้องกันตัวขั้นสูงสุด—ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"คุณกำลังทำให้ทุกอย่างพัง คีย์" น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่ง ทว่าแฝงไว้ด้วยคมมีดที่กรีดลึก "วิธีสกปรกที่คุณเลือกใช้ มันไม่ได้ต่างอะไรจากพวกมันเลย"
คีย์ ธันวา แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดวงตาคมกริบของอดีตสายลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เขาเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างไม่ยี่หระ มือหนายกบุหรี่ขึ้นสูบก่อนจะพ่นควันสีเทาออกมาช้าๆ
"โลกสีเทาใบนี้ มันไม่เคยสะอาดพอให้คุณมานั่งล้างมือด้วยน้ำมนต์หรอกนะ รินรดา" คีย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบต่ำและกระด้าง "คุณอยากโค่นล้มพวกมันไม่ใช่หรือไง? คนระดับนั้น... ถ้าไม่ใช้วิธีตาต่อตา ฟันต่อฟัน คิดเหรอว่ากฎหมายที่คุณศรัทธาศักดิ์นักหนาจะทำอะไรพวกมันได้"
"เพราะฉันเคยสูญเสียครอบครัวไปต่างหาก ฉันถึงรู้ว่าการใช้อารมณ์นำเหนือเหตุผลมันพาเราไปจุดไหน" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากท่าทีที่นิ่งสงบแต่เด็ดเดี่ยวของเธอบีบให้บรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา "การส่งหลักฐานชิ้นนั้นให้สื่อมวลชนและสำนักงานอัยการสูงสุด คือกระบวนการที่รัดกุมที่สุด มันจะค่อยๆ บดขยี้อำนาจของพวกมันทีละน้อยโดยที่เราไม่ต้องเปื้อนเลือด"
"แล้วระหว่างที่คุณกำลังรอนรกเมตตา พวกมันก็กำลังกวาดล้างพยานทีละคน!" คีย์กระแทกเสียงลุกขึ้นยืนบ้าง ร่างสูงใหญ่ก้าวประชิดโต๊ะทำงานจนรินรดาต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว "คุณมันโลกสวยเกินไป นักจิตวิทยา! คุณคิดว่าพวกมันกลัวกระดาษแผ่นเดียวเหรอ? สิ่งเดียวที่พวกมันกลัว... คือความตาย และความฉิบหายที่จับต้องได้ต่างหาก"
บทสนทนาหยุดชะงักลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ แววตาของคีย์เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดิบเถื่อน มันคือแผลเป็นจากอดีตที่ถูกทรยศและหักหลังในโลกที่ไร้ความปรานี ส่วนรินรดานั้นนิ่งงัน ดั่งกำแพงหินผาที่เผชิญหน้ากับพายุโหมกระหน่ำ ทั้งคู่ต่างมีบาดแผลในใจที่ขับเคลื่อนพวกเขามาถึงจุดนี้ แต่วิธีการเยียวยากลับสวนทางกันราวเส้นขนาน
"ถ้าคุณเลือกที่จะใช้กำลังตัดสิน และแหกกฎทุกข้อเพื่อความสะใจส่วนตัว... เราก็คงร่วมทางกันต่อไม่ได้แล้วล่ะ คีย์" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้คนฟังชะงัก
คีย์นิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยดุดันไหววับชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มหยันที่เจือความขมขื่น เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ
"งั้นเหรอ... ที่แท้คุณก็แค่กลัวความจริงที่ว่า มือคู่นี้มันอาจจะสกปรกกว่าที่คุณคิดตั้งแต่แรกแล้ว" คีย์ก้าวถอยหลัง หันหลังให้เธอเตรียมจะหยิบแจ็คเก็ตที่พาดอยู่บนโซฟา
ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำพูดทำลายความสัมพันธ์ที่เปราะบางนี้ไปมากกว่าเดิม เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอหันไปมองหน้าจอที่สว่างวาบในความมลัวของห้อง ข้อความดังกล่าวมาจากหมายเลขไม่ระบุตัวตน แต่สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอกลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างเพรียวชะงักค้างไปทันที
มันคือภาพถ่ายล่าสุดของสำนักงานลับที่พวกเขาใช้เก็บหลักฐานชิ้นสำคัญ—และที่น่ากลัวกว่านั้น... ในภาพมีเงาร่างปริศนากำลังยืนอยู่หน้าตู้เซฟที่ควรจะมีเพียงเขากับเธอเท่านั้นที่รู้รหัสผ่าน!
คีย์ที่สังเกตเห็นความผิดปกติ หันขวับกลับมามองสีหน้าที่ซีดเผือดของรินรดา "เกิดอะไรขึ้น?" เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในพริบตา
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาที่เคยเยือกเย็นบัดนี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "มีคน... มีคนอื่นรู้ที่ซ่อนของหลักฐานแล้ว"
ก่อนที่คีย์จะได้เอ่วถามอะไรเพิ่มเติม เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สามครั้งจากระเบียงด้านนอกห้อง ในความสูงชั้นสิบห้าของอาคาร ก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน...
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์สีเทาไปกับเรานะครับ
ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา•ตอนที่ 35
คำพูดที่ทิ่มแทง
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!