"เสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่เหยียบย่ำลงบนพื้นหินอ่อนขัดมันของคฤหาสน์ตระกูลบูรพาภิรมย์ในยามวิกาล บัดนี้ไม่ได้สร้างความน่าเกรงขามให้กับใครอีกต่อไป... ตรงกันข้าม มันคือกจังหวะย่างก้าวแห่งความสิ้นหวังที่ดังสะท้อนก้องกังวาน บีบหัวใจของทุกคนในห้องโถงใหญ่ให้แทบหยุดเต้น"
เจ้าสัวกิตติ์ ผู้นำตระกูลผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเชิดหน้าชูตาและเหยียดหยามมนุษย์เงินเดือนธรรมดาอย่างไม่ไยดี บัดนี้เข่าทั้งสองข้างทรุดฮวบลงกระแทกกับพื้นหินเย็นเฉียบอย่างไร้ศักดิ์ศรี ร่างกายที่เคยอวบอิ่มด้วยอำนาจและเงินตรากลับสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงขีดสุด เมื่อตระหนักได้ว่าอาณาจักรหมื่นล้านที่สร้างมาตลอดชีวิตกำลังจะมลายหายไปในพริบตา ด้วยปลายนิ้วสัมผัสเดียวของชายหนุ่มที่ตนเคยคิดว่าเป็นเพียง 'ไอ้ขยะไร้ค่า'
"ผมขอร้อง... ท่านเหนือฟ้า ได้โปรดเมตตาตระกูลบูรพาภิรมย์สักครั้งเถอะครับ" เสียงแหบพร่าของชายวัยชราผู้เคยค้ำฟ้าเอ่ยขึ้น พร้อมกับก้มกราบจนหน้าผากแนบพื้นหินอ่อน ความหยิ่งทะนงถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
เหนือฟ้า (ธน ภัทรพงศ์) นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สั่งทำพิเศษ แสงไฟสลัวจากโคมระย้าคريสตัลสาดส่องลงมาขับเน้นใบหน้าคมคายที่เรียบเฉย เย็นชา และเปี่ยมด้วยอำนาจล้นพ้น รัศมีของระบบผู้กล้าที่ยกระดับเลเวลจนถึงขีดสุดแผ่ขยายออกไปจนบรรยากาศรอบตัวกดดันราวกับออกซิเจนกำลังจะหมดลง สายตาคู่คมกริบมองก้มลงไปยังร่างที่กำลังคุกหมอบแทบเท้าด้วยความรู้สึกว่างเปล่า ไร้ซึ่งความสงสาร ไร้ซึ่งความเยาะเย้ย มีเพียงความเด็ดขาดของสุภาพบุรุษผู้ถือไพ่เหนือกว่าในทุกประตู
ข้างกายของเหนือฟ้า มินตรา ดีไซน์เนอร์สาวผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาในวันที่เขายังเป็นเพียงหนุ่มส่งพัสดุต้อยต่ำ เธอนั่งเคียงคู่ด้วยชุดเดรสเรียบหรูที่สะท้อนรสนิยมอันสง่างาม มือเรียวบางถูกกุมไว้ด้วยมืออุ่นของชายหนุ่ม สายตาของเธอมองภาพตรงด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโล่งใจ ตื้นตัน และภาคภูมิใจในชายหนุ่มที่เธอเลือกฝากชีวิตไว้ ผู้ชายคนนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คำดูถูกทั้งหมดในอดีตเป็นเพียงแค่เสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนน
"คำว่าเมตา... คุณเคยใช้มันกับผมและมินตราในวันที่พวกคุณไล่เราออกจากร้านอาหารหรูเมื่อหลายเดือนก่อนหรือเปล่าครับ เจ้าสัวกิตติ์?"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่กังวานและเฉียบคมราคมมีดกรีดลงกลางใจผู้ฟัง เหนช้าเอ่ยถามด้วยจังหวะจะโคนที่ไม่รีบร้อน ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงใหญ่จนได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดของเหล่าบอดี้การ์ดและคนรับใช้ที่ยืนหลบมุมอยู่รอบห้อง
เจ้าสัวกิตติ์เงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก ใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบและคราบน้ำตา "วันนั้น... วันนั้นผมตาบอดเองครับ! ผมไม่รู้ว่าท่านคือ... คือผู้มีอำนาจที่แท้จริง ได้โปรด ถอนคำสั่งอายัดบัญชีและหยุดการเทขายหุ้นของพวกเราเถอะครับ ไม่อย่างนั้น ตระกูลบูรพาภิรมย์ต้องพินาศย่อยับภายในเช้าวันพรุ่งนี้แน่ๆ!"
พิมพิลา อดีตแฟนสาวตัวร้ายผู้เคยเหยียดหยามเหนือฟ้าอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้เธอยืนตัวสั่นเทาอยู่หลังบิดา ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวและสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง เธอมองหน้าเหนือฟ้าสลับกับมินตรา ภาพความทรงจำที่เธอเคยทิ้งผู้ชายคนนี้ไปหาเศรษฐีใหม่ที่คิดว่าร่ำรวยกว่า ย้อนกลับมาตบหน้าเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวินาทีนี้ ใครจะไปคิดว่าผู้ชายที่เธอเคยด่าทอว่าเป็นตัวถ่วงชีวิต จะกลายเป็นราชาผู้กุมชะตากรรมของคนนับล้านได้ในชั่วข้ามคืน?
"พิม... ลูกช่วยพ่อพูดสิลูก! ช่วยกราบขอร้องเขาแทนพ่อที!" เจ้าสัวกิตติ์หันไปคว้าข้อเท้าของบุตรสาวผู้เป็นแก้วตาดวงใจ ให้ทรุดลงคุกเข่าเคียงข้างตน
พิมพิลาสะอื้นไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่เธอเคยเหยียบย่ำ น้ำตาไหลนองหน้าด้วยความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ "เหนือฟ้า... พี่คะ พิมขอโทษ... พิมขอโทษจริงๆ ทุกอย่างที่ผ่านมาพิมทำผิดไปแล้ว ช่วยพวกเราด้วยเถอะนะ ถือว่าเห็นแก่ที่เราเคย... เคยมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน"
เหนือฟ้าหันไปมองหญิงสาวผู้เคยเป็นอดีตคนรัก สายตาของเขาไม่มีความโกรธเกลียดหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความรังเกียจและความเฉยชาที่น่ากลัวยิ่งกว่าความเกรี้ยวกราด
"ความรู้สึกดีๆ อย่างนั้นหรือครับ?" เหนช้าแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทสีเข้มให้เข้าที่อย่างเนิบนาบ "วันที่คุณหัวเราเยาะเย้ยผมในวันที่ผมไม่มีแม้แต่เงินกินข้าว วันที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผม คุณเคยนึกถึงความรู้สึกพวกนั้นบ้างไหมครับ พิมพิลา?"
คำถามนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ทำให้พิมพิลาทรุดฮวบลงกับพื้น ร้องไห้โฮออกมาอย่างหมดสภาพ เธอยื่นมือหมายจะไปแตะชายกางเกงของเหนือฟ้า แต่กลับถูกบอดี้การ์ดชุดดำของตระกูลอื่นที่เหนือฟ้าจ้างมาคุ้มกันขวางไว้เสียก่อน
เหนือฟ้าหันไปสบตากับมินตราภรรยาอันเป็นที่รัก รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่ม ราวกับโลกทั้งใบเหลือเพียงแค่คนสองคน ก่อนที่เขาจะเอמהด้วยน้ำเสียงกังวานที่ประกาศิตสิทธิ์ขาดทุกอย่าง
"จำไว้นะครับ... นี่คือ 'คำเตือนครั้งสุดท้าย' ของผม" เหนือฟ้าก้มลงมองเจ้าสัวกิตติ์ที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างเป็นครั้งสุดท้าย "ผมให้เวลาพวกคุณถึงเที่ยงคืนนี้ ในการเก็บกระเป๋าออกจากคฤหาสน์หลังนี้ เพราะตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ที่ดินผืนนี้ทั้งหมด... ตกเป็นของผมอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว"
สิ้นคำพูดนั้น เหนช้ายื่นมือไปโอบเอวบางของมินตรา เพื่อเตรียมตัวเดินออกจากขุมนรกแห่งความโลภนี้ โดยไม่หันกลับมามองเสียงคร่ำครวญและเสียงร้องขอชีวิตที่ดังระงมไล่หลังมาเลยแม้แต่น้อย
ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังก้าวเท้าเดินผ่านประตูบานใหญ่เพื่อออกไปยังลานจอดรถด้านนอก ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงจากสมาร์ทโฟนหรูในกระเป๋าเสื้อสูทของเหนือฟ้าก็ดังขึ้น พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบผู้กล้าที่ปรากฏตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบถี่รัว...
*[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับโอมิกอน: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของ 'กองกำลังปริศนา' นอกระบบ ที่กำลังมุ่งเป้ามายังพิกัดปัจจุบันของคุณ โดยใช้อาวุธทำลายล้างสูงที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของกฎหมายเศรษฐกิจ!]*
เหนือฟ้าชะงักฝีเท้าลงทันที ดวงตาคมกريบหรี่แคบลงด้วยความระแวกระวัง เขากระชับอ้อมกอดมินตราให้แนบชิดลำตัวยิ่งขึ้น พร้อมกับหันขวับกลับไปมองความมืดมิดนอกบานกระจกใสของคฤหาสน์ ที่บัดนี้... ใบพัดของเฮลิคอปเตอร์รบทางทหารจำนวนสามลำกำลังบินแหวกเมฆลงมาจอดสนิทที่ลานสนามหญ้า พร้อมกับกลุ่มชายชุดดำติดอาวุธหนักนับสิบนายที่ก้าวลงมาจากเครื่องด้วยท่าทีคุกคาม!
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "โอเวอร์ลอร์ดซีโร่" มาโดยตลอดนะครับ!
สยบมารยาคุณหนูไฮโซด้วยระบบเลเวลอัปหมื่นล้าน•ตอนที่ 29
คำเตือนครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารยาคุณหนูไฮโซด้วยระบบเลเวลอัปหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!