ก๊าสสีเทาเข้มลอยอ้อยอิ่งขึ้นจากปลายมวนซิการ์ราคาแพง กลิ่นฉุนของยาสباบชั้นดีอบอวลไปทั่วห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยไม้สักทองแกะสลักอย่างประณีต แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าภายนอกสาดส่องลอดผ่านม่านมู่ลี่ไม้ระแนง ทอดเงายาวทับร่างของชายวัยกลางคนผู้มีแผลเป็นลากยาวจากมุมปากขวาขึ้นไปถึงใบหู
"แกแน่ใจนะว่าข่าวลือเรื่องไอ้เด็กหนุ่มนั่นกว้านซื้อหุ้นอสังหาฯ สามโครงการรวดในคืนเดียว... ไม่ใช่ข่าวลวงจากพวกสำนักข่าวเต้าข่าว?"
เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยขึ้น ทว่าทรงพลังจนทำให้ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำที่ยืนก้มหัวอยู่เบื้องหน้าถึงกับตัวสั่นเทา 'เสี่ยบูรพา' หรือที่คนในวงการสีเทารู้จักกันในนาม "เจ้าพ่อแห่งเขตบูรพาทิศ" ผู้กุมบังเหียนบ่อนการพนัน คลับหรู และธุรกิจปล่อยเงินกู้นอกระบบนับหมื่นล้าน
"เรียน... เรียนท่านบูรพา ข้อมูลทั้งหมดได้รับการยืนยันจากวงในของตลาดหลักทรัพย์แล้วครับท่าน" ลูกน้องคนสนิทกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เด็กหนุ่มคนนั้นชื่อเหนือฟ้า... อดีตเคยเป็นแค่พนักงานส่งพัสดุไร้ชื่อเสียง แต่ตอนนี้ เขากลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับท็อปเท็น และที่สำคัญที่สุด... เงินสดที่เขาใช้กว้านซื้อทั้งหมด ไม่ผ่านระบบสินเชื่อธนาคารแม้แต่บาทเดียวครับ!"
ดวงตาคมกริบของเสี่ยบูรพาหรี่แคบลง รอยแผลเป็นที่มุมปากกระตุกวูบ
ในโลกมืดแห่งเมืองหลวง อำนาจไม่ได้วัดกันที่กฎหมาย แต่วัดกันที่กระสุนและเม็ดเงิน ใครที่มีเงินสดในมือมหาศาลขนาดนั้นย่อมเป็นทั้ง 'เหยื่ออันโอชะ' และ 'ภัยคุกคาม' ที่เขาจะปล่อยให้เติบโตต่อไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด
ในขณะเดียวกัน ณ คาเฟ่กึ่งเลานจ์หรูบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมห้าดาว บรรยากาศรอบตัวของเหนือฟ้ากลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเงียบสงบ แตกต่างจากความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้นในโลกใต้ดินอย่างสิ้นเชิง
"ดื่มน้ำอุ่นก่อนนะครับ คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"
มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอเลื่อนแก้วชาคาโมมายล์อุ่นๆ มาให้ชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด แม้ว่าในตอนนี้เหนือฟ้าจะก้าวขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล มีเงินในระบบเลเวลอัปนับหมื่นล้านคอยหนุนหลัง แต่สำหรับเธอแล้ว เขาก็ยังคงเป็นเหนือฟ้า คนเดิม คนที่เคยคอยกางรอกำบังฝนให้เธอในวันที่ไร้หนทาง
เหนือฟ้าวางแท็บเล็ตแสดงผลประกอบการธุรกิจลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียอบบางของหญิงสาวไว้ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย
"ขอบคุณนะครับมินตรา... สำหรับทุกอย่างที่คุณร่วมเผชิญมากับผม" นิ้วโป้งของเขาไล้หลังมือเธอเบาๆ อย่างทะนุถนอม "จำวันที่เรากินบะหมี่ถ้วยเดียวกันได้ไหมครับ? ผมสัญญาไว้แล้ว... ว่าผมจะเอาโลกทั้งใบมาวางไว้แทบเท้าคุณ และตอนนี้ มันก็เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง"
ใบหน้าหวานของมินตราขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอหลบสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักคู่นั้นด้วยความเขินอาย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความมั่งคั่งรอบตัว แต่เป็นเพราะความมั่นคงในหัวใจของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าต่างหาก คือสิ่งที่ล้ำค่าที่สุด
ติ๊ง!
[แจ้งเตือนจากระบบผู้กล้า: ตรวจพบคลื่นพลังงานอันตรายระดับ B กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้รัศมี 500 เมตร]
[คำเตือน: เป้าหมายคือการเข้าประชิดตัวและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของท่าน]
เสียงแจ้งเตือนจักรกลดังขึ้นในโสตประสาทของเหนือฟ้า รอยยิ้มอ่อนโยนเมื่อครู่เลือนหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความสุขุมลึกลับอันทรงพลัง ดวงตาของเขาคมกริบขึ้นราวกับพญาอินทรีที่มองเหยื่อจากบนฟ้า
"ดูเหมือนว่า... จะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญแวะมาทักทายพวกเราเร็วกว่าที่คิดนะครับ" เหนห้าเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่ทำให้อากาศรอบตัวเย็นเยียบลงถนัดตา
มินตราขมวดคิ้วด้วยความตกใจ "เกิดอะไรขึ้นหรือคะเหนือฟ้า?"
"ไม่มีอะไรต้อง
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนระเบียงดังขึ้นขัดจังหวะ ท่ามกลางความสูงร้อยชั้นที่มีเพียงสายลมพัดผ่าน ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสามคนยืนเกาะอยู่บนระเบียงราวกับภูตผี โดยมีชายผู้มีแผลเป็นที่มุมปากก้าวเท้าเหยียบเข้ามาภายในห้องอย่างอหังการ
เสี่ยบูรพากวาดสายตามองห้องหรูด้วยรอยเหยียดหยาม ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของเหนือฟ้าที่นั่งไขว่ห้างจิบชาอย่างใจเย็น
"แกสินะ... ไอ้หนุ่มดวงดีที่ชื่อเหนือฟ้า" เสี่ยบูรพาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและน่าขนลุก "ฉลาดนักนะที่กว้านซื้อหุ้นจนสะเทือนไปทั้งเมือง แต่แกคงไม่รู้สินะว่า... ข้าวของทุกชิ้นในเมืองนี้ ถ้าไม่ใช่ของกู มันก็ต้องจ่าย 'ค่าคุ้มครอง' ให้กู!"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดถึงขีดสุด มินตราตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่แค่นักธุรกิจทั่วไป แต่เหนือฟ้ากลับยังคงนิ่งสงบ เขาวางถ้วยชาลงบนจานรองอย่างช้าๆ เสียงกระทบกันเบาๆ ช่างบาดลึกเข้าไปในประสาทสัมผัสของเหล่าสมุนมาเฟีย
เหนือฟ้าเงยหน้าขึ้น สบตากับเจ้าพ่อมาเฟียด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัว ราวกับพญาเสือที่กำลังมองมดปลวก
"ค่าคุ้มครองอย่างนั้นหรือครับ..." เหนอฟ้าเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าทรงอำนาจกดดันจนเสี่ยบูรพาถึงกับชะงัก "น่าเสียดายจังนะครับ... เพราะพจนานุกรมของผม ไม่มีคำว่า 'จ่ายเงินให้โจร' อยู่เลยสักหน้าเดียว"
เสี่ยบูรพาหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม! แกคิดว่ามีเงินไม่กี่พันล้านแล้วจะยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าหรือไงวะ! จัดการมัน เอาตัวมันไปคุยกันข้างล่าง ให้มันรู้ว่าใครคือกฎหมายที่แท้จริง!"
สิ้นคำสั่ง ลูกน้องร่างยักษ์สองคนพุ่งเข้าหาเหนือฟ้าทันด้วยความเร็วสูง หมายจะรวบตัวเขาในพริบตา
แต่วินาทีนั้นเอง... ร่างของเหนือฟ้าก็หายลับไปจากสายตา!
*ปัง!*
เสียงกระดูกหักดังสนั่นพร้อมกับร่างของสมุนมาเฟียคนแรกที่ลอยกระเด็นทะลุกระจกห้องทำงานออกไปอย่างไร้การป้องกัน เหนือฟ้ายืนตระหง่านอยู่ตรงจุดที่ชายคนนั้นเคยยืน มือข้างหนึ่งยังคงถือแก้วชาไว้โดยที่ชาแทบไม่กระฉอกออกมาแม้แต่หยดเดียว
เสี่ยบูรพาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า
"แก... แกเป็นใครกันแน่!"
เหนือฟ้ายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา ดวงตาสجประประกายแสงสีทองจางๆ จากระบบเลเวลอัปที่ถูกปลดปล่อยออกมาเต็มพิกัด
"ผมก็แค่... คนที่จะมาล้างบางพวกสุนัขรับจ้างอย่างพวกคุณ ให้พ้นไปจากเมืองนี้ก็เท่านั้นเองครับ"
เหนือฟ้ายื่นมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือราคาแพงขึ้นมากดสั่งการบางอย่างต่อหน้าต่อตาเจ้าพ่อมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่
หน้าจอระบบโชว์ยอดเงินคงเหลือ: **10,000,000,000,000 บาท (โหมดทำลายล้างสูงสุด)**
"และตอนนี้... ผมได้ซื้อตึกนี้ หุ้นทั้งหมดของบริษัทที่คุณแอบอุงอยู่ และแม้กระทั่งตัวตนทางกฎหมายของคุณเรียบร้อยแล้ว..." เหนือฟ้ากดปุ่มยืนยันคำสั่งครั้งสุดท้าย เสียงระบบ AI จักรกลดังชัดเจนก้องห้อง:
[ทำ4รทำลายล้างทางธุรกิจและอิทธิพลมืด: สำเร็จ]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "โอเวอร์ลอร์ดซีโร่" เสมอมานะครับ
สยบมารยาคุณหนูไฮโซด้วยระบบเลเวลอัปหมื่นล้าน•ตอนที่ 13
อิทธิพลมืดแห่งเมืองหลวง
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารยาคุณหนูไฮโซด้วยระบบเลเวลอัปหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!