"ถ้าพวกแกคิดว่าใช้ชื่อเสียงของตระกูลพิทักษ์ไพศาลมาข่มขู่แล้วฉันจะยอมถอยล่ะก็... คงต้องบอกว่าพวกแกฝันกลางวันตื่นสายไปหน่อยแล้วล่ะครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องประชุมสำนักงานขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ใจกลางย่านธุรกิจ บรรยากาศรอบด้านตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกเป็นชิ้นๆ ได้ ร่างสูงโปรสง่าของเหนือฟ้าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเข้ารูปยืนประจันหน้ากับชายฉกรรจ์ร่างยักษ์นับสิบคนที่บุกรุกเข้ามาสร้างความวุ่นวายอย่างอุกอาจ
รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม อดีตหนุ่มส่งพัสดุผู้เคยถูกเหยียดหยามจนแทบไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้ได้กลายเป็นเจ้าของอาณาจักรหมื่นล้านผู้กุมชะตากรรมของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทั้งหมดไว้ในกำมือ
"ปากดีนักนะไอ้หน้าอ่อน! แกคิดว่าแค่มีเงินไม่กี่บาทแล้วจะใหญ่ค้ำฟ้าเหรอวะ? นายใหญ่ของฉันต้องการที่ดินแปลงนี้ ถ้าแกยังดึงดันเปิดโครงการต่อไป อย่าหาว่าฉันไม่เตือนว่าร้านกาแฟหรูๆ ของเมียแก... อาจจะโดนไฟไหม้ปริมาณตอนตีสาม!"
หัวหน้าแก๊งมาเฟียท้องถิ่นที่มีแผลเป็นน่าเกลียดพาดผ่านใบหน้าเหี้ยมเกรียมหัวเราะลั่นด้วยความลำพอง มันก้าวเข้ามาประชิดตัวเหนือฟ้าพร้อมกับส่งสัญญาณให้ลูกน้องชักอาวุธเหล็กยาวขึ้นมาขู่
แต่นอกจากเหนือฟ้าจะไม่แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขากลับยกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อสูทราคาแพงของตนเองอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์มองกราดไปยังกลุ่มโจรราวกับพวกมันเป็นเพียงฝุ่นละอองใต้รองเท้า
ข้างกายของเหนือฟ้าคือมินตรา หญิงสาวผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเนิ่นนาน ดวงตาคู่สวยของเธอยังคงมีความกังวลฉายชัดอยู่บ้าง แต่เมื่อเหลือบมองเสี้ยวหน้าอันสุขุมและเด็ดขาดของชายหนุ่ม ความกลัวทั้งหมดก็พลันมลายหายไป เหลือไว้เพียงความเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า... ผู้ชายคนนี้ไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายพวกเขาได้อย่างแน่นอน
"คุณเหนือฟ้าคะ... พวกมัน..." มินตราเอ่ยเสียงแผ่วเบา พร้อมกับขยับเข้าไปใกล้เพื่อส่งผ่านความอบอุ่น
เหนือฟ้าหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้ภรรยาคู่ยาก มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของเธอไว้แน่นก่อนจะบีบเบาๆ เป็นเชิงบอกให้วางใจ "ไม่ต้องห่วงหรอกครับมินตรา คนพวกนี้ไม่มีค่าพอให้เราต้องกังวลเลยสักนิด"
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเหนือฟ้า
*[ติ๊ง! ตรวจพบภัยคุกคามระดับต่ำ: แก๊งมาเฟียรับจ้างตระกูลพิทักษ์ไพศาล]*
*[เงื่อนไขพิเศษกระตุ้น: ปกป้องธุรกิจและภรรยาจากอิทธิพลมืด]*
*[ระบบทำการปลดล็อกทักษะพิเศษ: 'บอดี้การ์ดระดับพระกาฬ (Apex Bodyguard Protocol)' สำเร็จ]*
ร่างกายของเหนือฟ้าพลันรู้สึกถึงกระแสพลังงานอุ่นวาบที่ไหลเวียนไปทั่วทุกอณูผิว ประสาทสัมผัสทั้งห้าถูกยกระดับให้เฉียบคมขึ้นเป็นร้อยเท่า ความเร็ว ปฏิกิริยาตอบสนอง และเทคนิคการต่อสู้ระดับปรมาจารย์ถูกบรรจุเข้าสู่ความทรงจำในเสี้ยววินาที
หัวหน้ามาเฟียเห็นเหนือฟ้ายังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง มันจึงคิดว่าอีกฝ่ายกำลังหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก มันจึงส่งเสียงคำรามลั่นแล้วเงื้อท่อนเหล็กขึ้นหมายจะฟาดลงมาที่ศีรษะของชายหนุ่ม
"ตายซะเถอะไอ้ระยำ!"
*ฟึบ!*
เร็วกว่าความคิด... เหนขฟ้าเคลื่อนไหวราวกับภูตผี ร่างสูงหลบการโจมตีนั้นได้อย่างงดงามอย่างไร้ที่ติ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปประชิดตัวในพริบตาเดียว ศอกขวาที่อัดแน่นด้วยพละกำลังมหาศาลจากระบบกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของหัวหน้ามาเฟียอย่างจังจนเกิดเสียงดังสนั่น
*อั๊ก!*
ร่างของชายฉกรรจ์หนักเกือบร้อยกิโลกรัมปลิวทะลโต๊ะประชุมกระจกแตกกระจายกลายเป็นเสี่ยงๆ มันสำลักออกมาเป็นเลือดคำโตก่อนจะนอนแน่นิ่งหมดสติไปทันทีโดยไม่มีโอกาสได้ร้องขอชีวิต
ลูกน้องที่เหลือทั้งหมดต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง พวกมันไม่คาดคิดเลยว่าชายหนุ่มท่าทางสำอางคนนี้จะมีฝีมือการต่อสู้ที่ดุเดือดและรวดเร็วปานปีศาจ
"เฮ้ย! รุมมันพร้อมกันเลย จัดการไอ้เวรนี่ให้เละ!" สมุนที่เหลือแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว พวกมันกรูเข้ามาหาเหนือฟ้าพร้อมกันจากทุกทิศทุกทางด้วยอาวุธครบมือ
เหนือฟ้าพ่นลมหายใจออกทางจมูกเบาๆ แววตาคมปลาบเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เขาก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างมั่นคง การเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยความสง่างามราวกับศิลปินกำลังร่ายรำ แต่แฝงไว้ด้วยความตายในทุกๆ สัมผัส
หมัดซ้ายซัดเข้าที่กรามของคนแรกจนฟันหลุดร่วงคาสายตา ลูกเตะตัดขากวาดร่างของคนที่สองล้มฟาดพื้นอย่างรุนแรง และศอกกลับอันทรงพลังก็ส่งคนที่สามสลบเหมือดคาที่ในเวลาไล่เลี่ยกัน
ภายในเวลาไม่ถึงสามสิบวินาที สมุนมาเฟียระดับพระกาฬนับสิบคนต่างนอนครวญครางระネระนาดอยู่บนพื้นห้องประชุม บางคนกระดูกหัก บางคนสลบเหมือด ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่จะสามารถลุกขึ้นมาสู้ต่อได้
มินตรามองภาพตรงหน้าด้วยความอึ้งงันทึ่งจนพูดไม่ออก แม้เธอจะรู้ว่าสามีของเธอเปลี่ยนไปมากแค่ไหนในช่วงนี้ แต่ทักษะการต่อสู้ระดับโคตรเซียนที่เหนือกว่าภาพยนตร์แอ็กชันฮอลลีวูดเช่นนี้... มันเกินกว่าจินตนาการของเธอไปไกลโขแล้ว
เหนือฟ้าสะบัดเสื้อสูทเล็กน้อยให้เข้าที่ เขาเดินเข้าไปเหยียบลงบนอกของหนึ่งในสมุนที่พยายามจะคลานหนีด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด
"กลับไปบอกนายของพวกแก... ว่าถ้ายังกล้าส่งสุนัขรับใช้มาเห่าหอนแถวนี้อีก ศาลาวัดแห่งต่อไปที่พวกมันจะได้ไปเยือน คงไม่ใช่แค่การไปทำบุญอย่างแน่นอนครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเตือนด้วยน้ำเย็นยะเยือกจนคนฟังถึงกับสั่นสะท้านไปถึงกระดูกดำ
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะสงบลง เสียงปรบมือดังแปะๆ ก็พลันดังขึ้นมาจากทางประตูทางเข้าห้องประชุมที่เปิดอ้าซ่าไว้
"เก่งมาก... เก่งจริงๆ สมกับที่เป็นไอ้สวะที่เคยเกาะผู้หญิงกินในอดีต แต่ไม่นึกเลยว่าเวลาผ่านไปไม่นาน จะกลายร่างเป็นหมาบ้าที่กัดคนอื่นไปทั่วแบบนี้ซะแล้ว"
ร่างของหญิงสาวในชุดแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยถนัดตา ใบหน้าที่เคยงดงามบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและดูแคลน ดวงตาคู่คมจ้องมองเหนือฟ้าและมินตราด้วยความเหยียดหยามถึงขีดสุด
เธอก็คือ **พิมพิลา**... แฟนเก่าตัวร้ายผู้เคยทิ้งเหนือฟ้าไปหาความสบายกับเศรษฐีใหม่ และในตอนนี้ เธอกลับกลายเป็นตัวแทนของตระกูลใหญ่ที่ถูกส่งมาเพื่อขัดขวางความสำเร็จของเขาโดยตรง
เหนือฟ้าหันไปมองอดีตคนรักช้าๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แววตาที่มองเธอนั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับกำลังมองคนแปลกหน้าคนหนึ่งข้างถนน
"อ้าว... คุณพิมพิลาเองหรอครับ" เหนอนฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ดูท่าทางเครื่องสำอางราคาแพงบนหน้าคุณวันนี้ จะปิดบังความพินาศที่กำลังจะมาเยือนบริษัทของคุณไม่มิดแล้วสินะครับ"
พิมพิลาหน้าถอดสีทันทีเมื่อได้ยินคำพูดแทงใจดำนั้น เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความโกรธแค้นก่อนจะแค่น1เสียงหัวเราะออกมา
"ปากดีไปเถอะเหนือฟ้า! แกคิดว่าล้มพวกกระจอกนี่ได้แล้วจะชนะฉันได้งั้นเหรอ? บอกไว้ตรงนี้เลยนะว่าโครงการนี้ของแกไม่มีทางได้เกิด! เพราะฉันเพิ่งเซ็นสัญญาซื้อที่ดินแปลงข้างเคียงทั้งหมดเพื่อปิดทางเข้า-ออกของแกไว้เรียบร้อยแล้ว!"
พิมพิลาเชิดหน้าขึ้นสูงอย่างลำพองใจในอำนาจเงินตราและอิทธิพลที่ตนมี
เหนือฟ้าไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขากลับควักสมาร์ตโฟนเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น สายตาสบเข้ากับดวงตาของเธอด้วยความรู้สึกเหนือกว่าอย่างแท้จริง
"ซื้อที่ดินแปลงข้างเคียงงั้นเหรอครับ? น่าเสียดายจัง... ที่คุณอาจจะยังไม่รู้ว่า..."
เหนือฟ้ากดหน้าจอสองสามครั้งก่อนจะยิ้มมุมปาก
"ตอนนี้บริษัทแม่ที่ถือหุ้นใหญ่ในตระกูลพิทักษ์ไพศาลของคุณ กำลังถูกกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดโดยกลุ่มทุนนิรนาม... และบุคคลที่ถือครองหุ้นเกินกว่า 51% ในตอนนี้... ก็คือผมเองครับ"
พิมพิลาเบิกตากว้างจนแทบถล่นออกมาจากเบ้า ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดขณะที่เสียงแจ้งเตือนสายเรียกเข้าจากพ่อของเธอเริ่มดังแผดเสียงขึ้นอย่างบ้าคลั่งในกระเป๋าถือ
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "โอเวอร์ลอร์ดซีโร่" เสมอมานะครับ)*
สยบมารยาคุณหนูไฮโซด้วยระบบเลเวลอัปหมื่นล้าน•ตอนที่ 14
เปิดฉากปะทะอำนาจเงิน
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารยาคุณหนูไฮโซด้วยระบบเลเวลอัปหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!