เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ ทว่าไร้ซึ่งความนอบน้อม มีแต่ความเย่อหยิ่งของผู้มาเยือนที่จงใจประกาศศักดา เหนือฟ้าไม่ได้ขยับตัวไปไหน เขายังคงยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกใสบานยักษ์ของเพนต์เฮาส์หรูใจกลางมหานคร ทอดสายตามองทัศนียภาพเบื้องล่างที่แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าทอประกายระยิบระยับดั่งดวงดาวบนพื้นดิน รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาก่อนหน้านี้ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสุขุมลุ่มลึก ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับกดดันจนมินตราที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ
"เปิดสิครับ... อยากรู้เหมือนกันว่าสุนัขรับใช้ตัวไหนส่งเสียงเห่าตั้งแต่หัวค่ำ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังจนมินตราสะท้านในอก หญิงสาวลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาเคียงข้างสามี ดวงตาคู่สวยฉายแววห่วงใย เธอเอื้อมมือเรียวไปสัมผัสต้นแขนของเขาเบื้องล่างเนื้อผ้าสูทตัด
"ระวังตัวด้วยนะครับเหนือฟ้า... ข่าวลือเรื่องตระกูลบูรพาภิรมย์พยายามกดดันซัพพลายเออร์ของเราเริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ แล้ว" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล แม้เธอจะเชื่อมั่นในตัวชายหนุ่มผู้พลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือคนนี้เพียงใด แต่ชื่อชั้นของตระกูลเก่าแก่อย่างบูรพาภิรมย์ก็ไม่ใช่สิ่งที่มองข้ามได้ง่ายๆ ในโลกธุรกิจ
เหนือฟ้าหันมามองภรรยาคู่ยาก แววตาคมกริบที่เคยเย็นชาพลันอ่อนละมุนลงทันที เขายกมือขึ้นลูบผมของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสอบอุ่นนี้คือเกราะป้องกันเดียวที่ทำให้จิตใจของเขาไม่อาจถูกทำลายด้วยเล่ห์กลใดๆ ในโลก
"ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับมินตรา... มดปลวกที่คิดจะต่อกรกับช้างสาร ย่อมไม่รู้ตัวหรอกว่าจุดจบของพวกมันคือการถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือแม้แต่ซาก"
สิ้นเสียงพูด ประตูห้องเพนต์เฮาส์ก็ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ ปักตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลบูรพาภิรมย์อย่างเด่นชัดก้าวเข้ามาด้วยท่าทางผยอง ตามด้วยบอดี้การ์ดชุดดำอีกสี่นายที่แผ่รังสีคุกคามรอบด้าน
"สามหาว! สามีเธอนี่ช่างปากกล้าเสียจริงนะคุณมินตรา..."
เสียงหัวeเราะเยาะดังขึ้นจากชายผู้มาใหม่ "คุณชาย" หรือ 'กิตติภัทร บูรพาภิรมย์' ทายาทสายตรงผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในสภาธุรกิจเก่าแก่ เขาปรายตามองเหนือฟ้าด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับกำลังมองเศษขยะข้างถนน "ได้ยินว่าบริษัท 'เหนือฟ้า กรุ๊ป' ของแกกำลังเติบโตเอามากๆ จนลืมหูลืมตาไม่ขึ้น... ถึงขนาดกล้าปฏิเสธคำสั่งของตระกูลเรา"
เหนือฟ้าไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าผู้มาเยือน เขาหยิบแก้วคริสตัลบรรจุไวน์แดงราคาแพงขึ้นจิบรสชาติช้าๆ ราวกับกิตติภัทรเป็นเพียงอากาศธาตุ
ความเงียบที่น่าอึดอัดโรยตัวลงในห้องชั่วขณะ กิตติภัทรหน้าเสีย สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธที่ถูกเมินเฉยอย่างจงใจ
"แก! ไอ้เด็กสร้างภาพ ไร้หัวนอนปลายเท้า!" กิตติภัทรตวาดลั่น "คิดว่ามีเงินไม่กี่หมื่นล้านแล้วจะยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าหรือไง? ตระกูลบูรพาภิรมย์ของเรามีอิทธิพลรากหยั่งลึกในวงการนี้มาเป็นร้อยปี! ฉันมาที่นี่วันนี้เพื่อจะบอกแก... ว่าสัญญาทุกฉบับที่บริษัทแกทำไว้กับคู่ค้า ถูกสั่งระงับทั้งหมดแล้ว! ไม่มีใครหน้าไหนในประเทศนี้กล้าค้าขายกับแกอีกต่อไป!"
มินตราหน้าถอดสีทันที ข่าวลือกลายเป็นความจริง ตระกูลบูรพาภิรมย์ใช้อำนาจมืดบีบบังคับเครือข่ายธุรกิจเพื่อหวังจะบอยคอตและบีบให้บริษัทของพวกเขาพินาศภายในชั่วข้ามคืน นี่คือแผนร้ายที่แยบยลและเลือดเย็นที่สุด
ทว่า เหนVARIABLEฟ้ากลับวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง *กริ๊ง*
เขาก้าวช้าๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับกิตติภัทร ร่างสูงสง่าแผ่แรงกดดันมหาศาลจนบอดี้การ์ดทั้งสี่นายของฝ่ายตรงข้ามต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
"ตระกูลบูรพาภิรมย์... รากเหง้าโบราณที่เกาะกินประเทศนี้มานานสินะครับ" เหนฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกคำพูดกลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณคิดว่าการสั่งห้ามซัพพลายเออร์ร่วมมือกับผม จะทำให้ 'เหนือฟ้า กรุ๊ป' ล่มสลายได้จริงๆ หรือ?"
"หึ! แกล้งทำเป็นปากแข็งไปเถอะ!" กิตติภัทรแค่นHเสียงหัวeเราะในลำคอ พยายามเรียกความมั่นใจกลับคืนมา "พรุ่งนี้เช้า ข่าวการล้มละลายของบริษัทแกจะขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ! แกจะต้องคุกเข่าร้องขอชีวิตเหมือนสุนัขข้างถนน!"
เหนือฟ้าแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและอำนาจเหนือล้น เขายกมือขึ้นปัดเสื้อสูทเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้กิตติภัทรต้องชะงักงัน
"น่าเสียดายจริ๊งๆ นะครับ... ที่คุณไม่รู้เลยว่า เมื่อครึ่งนาที่แล้ว ระบบของผมเพิ่งทำการซื้อหุ้นทั้งหมดของตระกูลบูรพาภิรมย์ไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว"
"บ้าน่า! เป็นไปไม่ได้!" กิตติภัทรเบิกตากว้าง ตะโกนลั่นด้วยความตระหนก "ตระกูลเราถือหุ้นใหญ่ในตลาด... ใครหน้าไหนจะกว้านซื้อได้หมดในพริบตาเดียว!"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของกิตติภัทรก็ดังขึ้นพร้อมกันอย่างบ้าคลั่ง *ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!*
ชายวัยกลางคนตัวสั่นเทา หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมืออันสั่นระริก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเห็นข้อความอีเมลจากตลาดหลักทรัพย์และทนายความประจำตระกูลส่งเข้ามานับร้อยฉบับ... *ตระกูลบูรพาภิรมย์ถูกถอดถอนอำนาจการบริหารทั้งหมด และทรัพย์สินทุกอย่างถูกอายัดโดยผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่*
ผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ที่ใช้เงินสดหมื่นล้านซื้อกิจการของพวกเขาจนหมดตัวในเวลาเพียงสามวินาที!
กิตติภัทรเข่าอ่อนยวบ ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมราคาแพง สีหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดราวกับคนใกล้ตาย เข เงยหน้าขึ้นมองเหนือฟ้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดผวา ราวกับกำลังมองมัจจุราชที่ก้าวลงมาจากนรก
เหนือฟ้าก้มตัวลงเล็กน้อย ใช้สายตาสوขุมมองผู้ยิ่งใหญ่แห่งตระกูลเก่าแก่ที่บัดนี้กลายเป็นเพียงสุนัขจนตรอก
"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของตระกูลคุณนะครับ... กิตติภัทร" เหนฟ้าเอ่ยเสียงเรียบ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเหนือฟ้ากลับแผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ เขาหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว รอยยิ้มที่เคยเยือกเย็นก็พลันเปลี่ยนเป็นแววตาอันตรายยิ่งกว่าเดิม เมื่อหน้าจอปรากฏชื่อสายเรียกเข้าที่ไม่คาดคิด... สายจาก "พิมพิลา" แฟนเก่าผู้เคยเหยียดหยามเขา ที่โทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงกรีดร้องสติแตก
"เหนือฟ้า! ช่วยฉันด้วย! บริษัทของฉันกำลังถูก...!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "โอเวอร์ลอร์ดซีโร่" เสมอมานะครับ
สยบมารยาคุณหนูไฮโซด้วยระบบเลเวลอัปหมื่นล้าน•ตอนที่ 21
แผนร้ายจากตระกูลใหญ่
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารยาคุณหนูไฮโซด้วยระบบเลเวลอัปหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!