เสียงซิมโฟนีบรรเลงคลอเคลียไปกับเสียงหัวเราะและเสียงแก้วไวน์กระทบกันแผ่วเบาภายในห้องโถงใหญ่ของโรงแรมแกรนด์ริเวอร์ไซด์ งานกาล่าร์การกุศลประจำปีครั้งนี้คือเวทีอวดโฉมของบรรดาเซเลบและมหาเศรษฐีแถวหน้าของเมืองหลวง ทว่าบรรยากาศที่ควรจะรื่นรมย์ กลับอัดแน่นไปด้วยกระแสความอิจฉาริษยาและสายตากลอกกลิ้งที่จับจ้องไปยังคู่รักคู่หนึ่ง
พิมพิลาในชุดราตรีสีแดงเพลิงแบรนด์ดังระดับโลกยืนกระ조กแก้วแชมเปญด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่ง เธอกวาดสายตามองไปรอบงานด้วยความภาคภูมิใจในฐานะคู่ควงของนักธุรกิจหนุ่มทายาทตระกูลใหญ่ ทว่าความมั่นใจนั้นกลับสั่นคลอนลงทันที เมื่อเสียงซุบซิบฮือฮาดังขึ้นที่บริเวณทางเข้าหลัก
"นั่นใครกัน... สวยสะกดจิตชะมัด!"
"ผู้หญิงคนนั้น... ดีไซเนอร์โนเนมที่เคยมีข่าวกับคุณเหนือฟ้าไม่ใช่เหรอ ทำไมถึง..."
พิมพิลาขมวดคิ้วมุ่น เธอหันขวับไปมองตามเสียงฮือฮา หัวใจกระตุกวูบด้วยความริษยาและไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
ณ เบื้องหน้าพรมแดงทอดยาว เหนือฟ้าก้าวเท้าลงมาจากรถลิมูซีนหรูด้วยท่าทีสุขุมและทรงอำนาจ ชุดสูททักซิโด้ตัดเย็บพิเศษเข้ารูปขับเน้นเรือนร่างสง่างาม รัศมีของมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมตลาดการเงินแผ่ซ่านออกมาจนผู้คนรอบข้างต้องหลีกทางให้โดยอัตโนมัติ แต่สิ่งที่ดึงดูดทุกสายตาในห้องโถงให้หยุดนิ่ง คือมือหนาที่ประคองเรียวแขนของหญิงสาวข้างกาย
มินตราปรากฏตัวในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มปักคริสตัลระยิบระยับราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืน การออกแบบชุดเปิดไหล่เน้นความเรียบหรูแต่ทรงพลัง ทรงผมเกล้าสูงเผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าหวานที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา ทว่าเปล่งประกายเจิดจรัสยิ่งกว่าเพชรเม็ดโตบนเรือนร่างของบรรดาคุณหนูไฮโซในงานเสียอีก
เธอบدดุจเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ ก้าวเดินเคียงข้างชายหนุ่มผู้พลิกชีวิตของเธอด้วยความมั่นใจและภาคภูมิใจ สายตาที่เธอมองเหนือฟ้าเต็มไปด้วยความรักและความซาบซึ้ง ขณะที่สายตาของเหนือฟ้าที่มองเธอนั้น เจือไว้ด้วยความคลั่งรักและปกป้องอย่างชัดเจน
"สวัสดีครับคุณเหนือฟ้า ไม่นึกว่าจะให้เกียรติมาร่วมงานของเราในปีนี้" ประธานจัดงานรีบสาวเท้าเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้มกว้าง โค้งคำนับให้อย่างนอบน้อมจนน่าตกใจสำหรับคนนอก
"งานการกุศลดีๆ แบบนี้ ผมย่อมไม่พลาดอยู่แล้วครับ" เหนือฟ้าตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกแต่มั่นคง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง "โดยเฉพาะเมื่อผมต้องการพาคู่ชีวิตของผมมารู้จักโลกกว้างที่เธอควรยืนหยัดเคียงข้างผมมานานแล้ว"
คำว่า 'คู่ชีวิต' กระแทกเข้าเต็มใบหน้าของพิมพิลาที่ยืนมองอยู่ไม่ไกล เธอกำแก้วแชมเปญในมือแน่นจนข้อต่องานขาวซีด ความแค้นแล่นริ้วขึ้นมาจุกอก ภาพของเหนือฟ้าในอดีตที่เคยเป็นแค่หนุ่มส่งพัสดุต๊อกต๋อยซ้อนทับกับมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลในปัจจุบัน มันช่างเจ็บปวดและชวนให้คลุ้มคลั่ง เธอนึกอยากจะกรีดร้องใส่หน้าผู้หญิงที่ยืนเคียงข้างเขาว่า 'นั่นมันควรจะเป็นตำแหน่งของฉัน!'
มินต้ารับรู้ได้ถึงสายตาริษยาที่ทิ่มแทงมา เธอเงยหน้าขึ้นมองสามีผู้เป็นที่รัก เหนือฟ้าบีบมือเธอเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโยค รอยยิ้มอบอุ่นจากชายหนุ่มละลายความกังวลในใจเธอจนหมดสิ้น
"เหนื่อยไหมครับคนเก่ง?" เหนือฟ้ากระซิบถามข้างหู น้ำเสียงอ่อนโยนราวกับโลกทั้งใบมีเพียงแค่เธอ
"ไม่เลยค่ะ... มีคุณอยู่ตรงนี้ มินตราไม่กลัวอะไรทั้งนั้น" เธอกระซิบตอบ รอยยิ้มของเธองดงามจนชายหนุ่มหลายคนในงานถึงกับลืมหายใจ
ทว่า ความสงบสุขในค่ำคืนนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคน เมื่อพิมพิลาทนเห็นภาพบาดตาบาดใจไม่ไหว เธอจึงสะบัดหน้าเดินตรงเข้ามาขวางทางคู่รักทั้งสอง ท่าทางเย่อหยิ่งถูกหยิบยกขึ้นมาใช้เพื่อกลบเกลื่อนความพ่ายแพ้
"ไม่นึกเลยนะคะว่าคนระดับคุณเหนือฟ้า จะรสนิยมตกต่ำถึงขนาดควงผู้หญิงที่เคยเดินดินกินข้าวแกงมางานกาล่าร์ระดับไฮโซแบบนี้ได้" พิมพิลาเอ่ยเสียงดังตั้งใจให้คนรอบข้างได้ยิน รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏบนมุมปาก "หรือว่า... เงินพันล้านที่คุณได้มา มันยังซื้อคลาสให้ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้กันแน่คะ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณนั้นในพริบตา บรรดาแขกเหรื่อต่างหยุดสนทนาและหันมามองความระอุที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าเหนือฟ้าไม่มีแม้แต่ความโกรธเกรี้ยวในแววตา เขายังคงยืนสงบนิ่งราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองมดปลวกดิ้นรน
"รสนิยมของผมจะเป็นอย่างไร มันคงไม่ใช่เรื่องที่คนไร้ค่าอย่างคุณต้องมาใส่ใจนะครับคุณพิมพิลา" เหนือฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เชือดเฉือน ชนิดที่ทำให้พิมพิลาหน้าชา "และที่สำคัญ... ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงนี้ มีค่ามากกว่าเศษเงินทอนในกระเป๋าของคุณที่กำลังจะหมดตัวเสียอีก"
พิมพิลาหน้าถอดสีเมื่อถูกจี้ใจดำเรื่องธุรกิจที่กำลังดิ่งเหว เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความแค้น "คุณเหนือฟ้า! อย่ามาปากดีนะ!"
"ผมไม่ได้ปากดีครับ แต่ผมกำลังพูดความจริง" เหนือฟ้าก้าวเข้าไปใกล้พิมพิลาหนึ่งก้าว กดดันด้วยออร่าที่น่าเกรงขามจนเธอยกถอยหลัง "จำไว้นะครับ ว่าผู้หญิงที่คุณกำลังดูถูก... คือคนที่ผมพร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อปกป้อง"
มินต้ามองแผ่นหลังกว้างของสามีด้วยหัวใจที่พองโต ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในอดีตมลายหายไปสิ้น
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือของพิมพิลาดังขึ้นอย่างทำลายบรรยากาศ เธอหยิบมันขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากผู้จัดการฝ่ายการเงินของตระกูล
พิมพิลาลังเลชั่วครู่ก่อนจะกดรับด้วยความหงุดหงิด "มีอะไร! ฉันกำลังยุ่งอยู่!"
"คุณพิมพิลาครับ!แย่แล้วครับ! บัญชีหลักของบริษัทถูกอายัด... และ... และหุ้นทั้งหมดของเราถูกกว้านซื้อจนเกลี้ยงโดยกองทุนนิรนาม... เรา... เราล้มละลายแล้วครับ!"
เสียงปลายสายดังลอดออกมาท่ามกลางความเงียบ ทุกคนในงานได้ยินอย่างชัดเจน พิมพิลาเบิกตากว้าง โทรศัพท์มือถือร่วงหลุดจากมือตกลงกระแทกพื้นหน้าแตกกระจาย เธอนิ่งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ
เหนือฟ้าก้มลงมองเศษซากโทรศัพท์ที่พื้นเล็กน้อย ก่อนจะยกย่องมุมปากขึ้นอย่างเยือกเย็น พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบในหัวที่ดังขึ้นเบื้องหน้า
[ติ๊ง! ภารกิจกวาดล้างศัตรูทางธุรกิจเสร็จสมบูรณ์ 100%]
[ยอดเงินในบัญชีปัจจุบัน: 50,000,000,000 บาท]
เหนือฟ้าหันมาสบตากับมินตรา เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "กลับกันเถอะครับที่รัก งานเลี้ยงเด็กๆ ตรงนี้... หมดสนุกแล้วล่ะ"
ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "โอเวอร์ลอร์ดซีโร่" มาโดยตลอดนะครับ!
สยบมารยาคุณหนูไฮโซด้วยระบบเลเวลอัปหมื่นล้าน•ตอนที่ 37
งานกาล่าร์การกุศล
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารยาคุณหนูไฮโซด้วยระบบเลเวลอัปหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!