เสียงกระดาษราคาแพงกระทบลงบนพื้นโต๊ะหินอ่อนสีดำสนิท ดัง *ปึก* ยาวนานพอจะทำให้ห้องรับรองพิเศษสั่นสะเทือนในความเงียบงัน
นั่นไม่ใช่จดหมายทวงหนี้ ไม่ใช่หมายศาล และไม่ใช่เอกสารล้มละลายที่คุ้นเคยในอดีต
มันคือ "เทียบเชิญสีทองคำแท้" ประทับตราลายนูนของตระกูลขุนนางเก่าแก่ระดับท็อปเท็นของประเทศ ซึ่งในอดีต... แม้แต่เงาของตระกูลเหล่านี้ เหนือฟ้าก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนมองจากนอกรั้ว
"เรียน ท่านประธานเหนือฟ้า... ทางเรามีความยินดีอย่างยิ่ง หากท่านจะกรุณาให้เกียรติเข้าร่วมงานกาล่าดินเนอร์ส่วนตัว ณ คฤหาสน์บูรพาทิศ"
เสียงทุ้มต่ำของผู้จัดการใหญ่ธนาคารพาณิชย์ระดับประเทศดังขึ้นอย่างระมัดระวัง เขายืนโค้งตัวเกือบเก้าสิบองศา เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ แม้แอร์ในห้องจะเย็นเฉียบจนติดลบ
เหนือฟ้า (ธน ภัทรพงศ์) นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท สายตาคมกริบราวกับพญานกอินทรีทอดมองออกไปนอกกระจกใสบานยักษ์ที่สะท้อนภาพมหานครเบื้องล่าง ตึกระฟ้าทุกตึกที่เห็นในรัศมีนี้... พูดให้ถูกคือ เกือบครึ่งหนึ่งในย่านธุรกิจใจกลางเมืองนี้ ล้วนอยู่ใต้กรรมสิทธิ์ของระบบเลเวลอัปหมื่นล้านที่เขาครอบครองทั้งสิ้น
"ตระกูลอัคร The 100-Year Family ส่งคนมาติดต่อเองเลยอย่างนั้นหรือครับ" เหนือฟ้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังจนทำให้ผู้จัดการธนาคารสะดุ้งเฮือก
"เรียนตามตรงครับท่าน... ตอนนี้บรรดาเจ้าสัวและผู้มีอิทธิพลเก่าแก่ต่างพากันตื่นตระหนก พวกเขารู้แล้วว่าอำนาจการเงินที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในมือของตระกูลดั้งเดิมอีกต่อไป แต่พิกัดอำนาจนั้น... มันถูกรวบมาไว้ที่ท่านแต่เพียงผู้เดียวแล้วครับ"
เหนือฟ้าไม่ได้แสดงความตื่นเต้น ดีใจ หรือแม้แต่ประหลาดใจแม้แต่น้อย ความสำเร็จระดับนี้เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของระบบที่ปลดล็อกขึ้นมาเท่านั้น
เขายกแก้ววิสกี้อายุกว่าห้าสิบปีขึ้นจิบรสชาติเข้มข้น ก่อนจะเหลือบสายตาไปมองหญิงสาวคนสำคัญที่นั่งอยู่ไม่ไกล
มินตรากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ดีไซน์หรู เธอกำลังตรวจแบบร่างคอลเลกชันเสื้อผ้าล่าสุดด้วยความตั้งใจ ชุดเดรสผ้าไหมสีเอิร์ธ톤ขับเน้นผิวพรรณผุดผ่องและสิริโฉมอันงดงามสง่า แม้ในอดีตเธอจะต้องทนใส่เสื้อผ้าราคาถูกและทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำเคียงข้างเขาในห้องเช่าแคաբๆ แต่ในวันนี้ รัศมีแห่งความสุขุมและเกียรติยศที่เหนือฟคอมอบให้ ได้หล่อหลอมให้เธอกลายเป็น "ราชินี" ที่แม้แต่ภรรยาของบรรดาเจ้าสัวก็ยังต้องเหลียวมองด้วยความอิจฉา
เหนือฟ้าวางแก้วลง เดินเข้าไปหาเธออย่างเงียบเชียบ ชายหนุ่มโน้มตัวลงโอบไหล่บางของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้มินตราเงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมด้วยความหมายถูกส่งให้กัน
"เหนื่อยไหมครับช่วงนี้" เหนือฟ้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากยามที่เขาต้องเผชิญหน้ากับเหล่าคนใหญ่คนโต
"ถ้าเทียบกับตอนที่เราต้องมานั่งกินมาม่าห่อเดียวกันเมื่อสองปีก่อน... ตอนนี้สบายใจจนฉันกลัวว่ามันจะเป็นความฝันเลยค่ะ เหนือฟ้า" มินตราตอบพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม เธอยื่นมือเรียวสวยมาสัมผัสแก้วสากของชายหนุ่ม แววตาทอประกายความรักและความภาคภูมิใจอย่างไม่ปิดบัง
"มันไม่ใช่ความฝันครับมินตรา... และพวกมันทั้งหมดที่เคยเหยียบย่ำเราในอดีต จะต้องเรียนรู้ที่จะคุกเข่าลงแทบเท้าของเธอในค่ำคืนนี้"
สายตาของเหนือฟ้าคมกราบลงเมื่อหันกลับไปมองกองเทียบเชิญนับร้อยฉบับบนโต๊ะ
ในอดีต พิมพิลา (แฟนเก่าตัวร้ายผู้เย่อหยิ่ง) เคยทิ้งเขาไปอย่างไร้เยื่อใยเพื่อซบตักทายาทเศรษฐี และใช้คำพูดเหยียดหยามว่าเขาเป็นได้แค่ "ไอ้ขยะไร้อนาคต" แต่วันนี้... ตระกูลของชายคนที่พิมพิลาเลือก กลับเป็นหนึ่งในชื่อแรกๆ ที่ส่งเทียบเชิญมาขอเข้าพบเขาด้วยความหวาดผวา เพื่อขอความเมตตาไม่ให้ธุรกิจของพวกเขาต้องกลายเป็นจุลในชั่วข้ามคืน
ช่างเป็นฉากทัศน์ที่น่าสมเพชเสียจริง
"ท่านครับ... ทางตัวแทนของตระกูลพิทักษ์เดชา (ครอบครัวของอดีตคู่หมั้นที่เคยดูถูกเขา) รออยู่ด้านล่างแล้วครับ พวกเขาบอกว่า... หากไม่ได้เข้าพบท่านเพื่อขอขมาในค่ำคืนนี้ พวกเขาจะยอมคุกเข่ารออยู่ที่หน้าล็อบบี้จนกว่าท่านจะเมตตาครับ" เลขานุการส่วนตัวรีบก้าวเข้ามาในห้องแล้วรายงานด้วยเสียงสั่นเครือ
เหนือฟ้ายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นเย็นเยียบราวกับยมทูตผู้กุมชะตากรรมของมนุษย์
"ให้พวกเขารอสibleครับ... ให้สมกับเวลาที่ฉันและมินตราเคยต้องรอคอยความเมตตาจากพวกมัน"
เหนือฟ้าหันกลับมาประคองมือมินตราให้ลุกขึ้นยืนเคียงข้างเขา ชุดสูทสั่งตัดพิเศษเข้ารูปเน้นย้ำถึงภาพลักษณ์ของราชาผู้ไร้พ่าย ส่วนมินตราในชุดราตรีปักคริสตัลระยิบระยับคือเครื่องยืนยันว่า "ผู้หญิงที่เลือกถูกต้อง" จะได้รับเกียรติสูงสุดเหนือผู้ใดในสังคมไฮโซแห่งนี้
ประตูกระจกบานยักษ์เปิดออก เผยให้เห็นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำใหญ่ที่จอดรออยู่บนดาดฟ้า เสียงใบพัดเริ่มหมุนวนทรงพลัง พร้อมที่จะพาทั้งคู่ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารทางธุรกิจ
ทว่า... ในวินาทีที่เหนือฟ้ากำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องรับรอง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขากลับสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรง หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าที่ถูกบล็อกไว้ แต่วันนี้ระบบกลับปลดล็อกมันขึ้นมาเองอัตโนมัติ
เสียงปลายสายสะอื้นไห้ด้วยความหวาดกลัวดังลอดเข้ามา พร้อมกับเสียงทุบประตูกระจกและเสียงหวีดร้องระคนความสิ้นหวัง
*"เหนือฟ้า... ช่วยฉันด้วย! พิม... พิมไม่มีใครแล้ว พิมยอมแล้ว... ขอร้องล่ะ ช่วยบริษัทของพ่อพิมที!"*
เหนือฟ้านิ่งงันไปชั่วขณะ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาไม่ได้รู้สึกโกรธแค้นหรืออาลัยอาวรณ์อีกต่อไป มีเพียงความว่างเปล่าและความเฉยเมยราวกับกำลังมองดูมดปลวกตัวหนึ่งกำลังจมน้ำ
เขากดตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย โดยไม่แม้แต่จะเอמהคำพูดใดๆ กลับไปให้เสียเวลา
ก่อนที่ปลายนิ้วแกร่งจะกดแตะหน้าจอสมาร์ทโฟนเพื่อโอนเงินมูลค่าห้าพันล้านบาทเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของตระกูลพิมพิลาในคลิกเดียว—พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นว่า: *"ภารกิจกวาดล้างรากฐานตระกูลไฮโซจอมปลอม... สำเร็จลุล่วง 100%"*
ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "โอเวอร์ลอร์ดซีโร่" มาโดยตลอดนะครับ!
สยบมารยาคุณหนูไฮโซด้วยระบบเลเวลอัปหมื่นล้าน•ตอนที่ 36
การยอมรับจากสังคมไฮโซ
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารยาคุณหนูไฮโซด้วยระบบเลเวลอัปหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!