เสียงเข่ากระทบพื้นคอนกรีตดังทึบ สะท้อนก้องกังวานในความเงียบสงบของลานจอดรถห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แม้แต่เสียงเครื่องยนต์รถยนต์หรูยังดูเหมือนจะเงียบลงไปถนัดตา พิมพิลา หญิงสาวผู้เคยเชิดหน้าชูคอด้วยความมั่นใจในฐานะคุณหนูไฮโซผู้เพียบพร้อม บัดนี้ร่างทั้งร่างสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ ดวงตาคู่สวยที่เคยใช้มองเหยียดหยามมนุษย์เงินเดือนผู้ต้อยต่ำ เบิกกว้างจนแทบทะลัก ร่างกายของเธอล้มพับลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี
ภาพของเหนือฟ้าในชุดสูทตัดเย็บพิเศษเข้ารูปพอดีตัว เนื้อผ้าอิตาเลียนทอละเอียดสะท้อนแสงไฟนีออนระยิบระยับ ยืนตระหง่านอยู่เบื้องบนราวกับเทพเจ้าผู้กุมชะตากรรมของโลกใบนี้ ความจริงที่กระแทกเข้าใส่หน้าเธออย่างรุนแรงเมื่อครู่ ทำให้สมองของเธอดับวูบ ผู้ชายที่เธอเพิ่งเอ่ยวาจาดูถูกเหยียดหยาม ไล่ส่งราวกับก้อนกรวดริมทางเมื่อไม่กี่วันก่อน แท้จริงแล้วคือประธานผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่ของกลุ่มบริษัทในเครือที่พ่อของเธอต้องก้มหัวให้
"เป็นไปไม่ได้..." เสียงกระซิบแห้งผากหลุดลอดริมฝีปากที่ซีดเผือดของพิมพิลา "คุณ... คุณเป็นแค่พนักงานส่งพัสดุ... คุณเอาเงินที่ไหนมาซื้อ... นี่มันความฝันใช่ไหม?"
เหนือฟ้าไม่ได้แม้แต่จะก้มลงมองผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเขาเคยรักและทุ่มเทให้ทุกอย่าง สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองผ่านเธอไปราวกับเธอเป็นเพียงธาตุอากาศ ความเย็นชาและสุขุมที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดทับบรรยากาศรอบข้างให้หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
"ความจริงมักจะเจ็บปวดเสมอครับคุณพิมพิลา" เหนือฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้ง แต่น่าเกรงขามจนทำให้คนที่ได้ยินต้องขนลุกซู่ "โลกใบนี้ไม่ได้กว้างอย่างที่คุณคิดหรอกครับ... แค่คุณยืนผิดที่ และมองคนผิดตา ทุกอย่างก็พังทลายลงได้ในพริบตาเดียว"
เขาก้าวเท้าเดินผ่านร่างที่กำลังสั่นเทาของหญิงสาวไปอย่างไร้เยื่อใย โดยมีมินตรา ดีไซน์เนอร์สาวแสนสวยผู้ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่มาโดยตลอดก้าวตามมาติดๆ แม้ในยามที่เหนือฟ้าผงาดขึ้นสู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร มินตราก็ยังคงแสดงออกถึงความเรียบง่ายและจริงใจ รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของเธอบ่งบอกถึงความภาคภูมิใจในตัวชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก โดยไม่มีแววตาแห่งความหยิ่งผยองเจือปนแม้แต่น้อย
"เหนื่อยหน่อยนะครับมินตรา" เหนือฟ้าหันไปกระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นลึกล้ำราวกับมหาสมุทรที่สงบนิ่ง
"ฉันไม่เหนื่อยหรอกค่ะ... เอ่อ... ผมหมายถึง ผมไม่เหนื่อยเลยครับถ้ามีคุณอยู่" มินตราเผลอยิ้มออกมาอย่างเขินอายกับสรรพนามที่เปลี่ยนไปตามสถานะใหม่ ทั้งสองเดินเคียงคู่กันเข้าสู่ภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสสุดหรูระดับมิชลินสามดาวที่ตั้งอยู่ชั้นบนสุดของตึกระฟ้า
บรรยากาศภายในภัตตาคารหรูหราอลังการ ตกแต่งด้วยโคมระย้าคริสตัลแท้จากออสเตรียและเสียงไวโอลินบรรเลงสดคลอเบาๆ โต๊ะอาหารทุกตัวถูกจับจองด้วยกลุ่มคนมีระดับ นักธุรกิจชื่อดัง และเซเลบสาวสังคมพากันนั่งจิบไวน์ราคาแพง ทว่าการปรากฏตัวของเหนือฟ้าและมินตรากลับดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมามองเป็นตาเดียว ไม่ใช่เพราะความโดดเด่นสะดุดตาของชุดที่สวมใส่ แต่เป็นเพราะรัศมีแห่งอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวของชายหนุ่มต่างหาก
"ขอประทานโทษครับท่าน จองโต๊ะไว้หรือเปล่าครับ?" บริกรหนุ่มใหญ่ท่าทางเย่อหยิ่งเดินเข้ามาขวางหน้าด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความดูแคลน สายตาของเขาไล่มองสำรวจการแต่งกายของมินตรา แม้ชุดของเธอจะดูสะอาดสะอ้านและมีรสนิยม แต่ไม่มีแบรนด์เนมตะโกนก้องเหมือนแขกคนอื่นๆ ในร้าน "ทางเราค่อนข้างเข้มงวดเรื่องความเป็นส่วนตัวและสถานะของแขกนะครับ"
มินตราขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่สบายใจ เธอกำลังจะเปิดกระเป๋าเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแสดงการจองโต๊ะที่เหนือฟ้าได้ทำการติดต่อไว้ล่วงหน้าผ่านผู้ช่วยส่วนตัว ทว่ามือหนากลับเอื้อมมาแตะเบาๆ ที่หลังมือของเธอ เป็นการส่งสัญญาณให้เธอวางใจ
เหนือฟ้าปรายตามองบริกรหนุ่มผู้เย่อหยิ่งด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตาคมกริบกลับเยือกเย็นจนบริกรถึงกับชะงัก "ผมไม่ต้องจองโต๊ะหรอครับ... เพราะวันนี้ ผมตั้งใจจะเหมาทั้งร้านนี้ต่างหาก"
สิ้นคำพูดของเหนือฟ้า เสียงหัวเราะเบาๆ ก็ดังขึ้นจากโต๊ะอาหารใกล้เคียง ชายวัยกลางคนในชุดสูทปักลายแบรนด์ดังหันมามองด้วยความขบขัน "ไอ้หนุ่ม แต่งตัวดูดีทีเดียว แต่รสนิยมการคุยโม้ช่างน่าขัน ร้านนี้ค่าบริการต่อคืนไม่ต่ำกว่าหลักล้านบาทนะรู้ตัวหรือเปล่า? คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้าพูดจาแบบนี้"
สายตานับสิบคู่ภายในร้านเริ่มมองมาที่พวกเขาด้วยความสมเพช เวทนา และรอคอยที่จะหัวเราะเยาะเมื่อเด็กหนุ่มคนนี้ถูกไล่ตะเพิดออกไปอย่างไม่เป็นท่า
เหนือฟ้าไม่ได้โต้เถียง เขาเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างใจเย็น ควักกระเป๋าเสื้อสูทด้านในหยิบวัตถุดิบชิ้นเล็กๆ ออกมาวางลงบนโต๊ะอาหารไม้สักทองตรงหน้า บริกรหนุ่มก้มลงมองตามสัญชาตญาณ และในวินาทีนั้นเอง สีหน้าเย่อหยิ่งก็แข็งค้าง ดวงตาเบิกโพลงจนแทบถลนออกมาจากเบ้า
บัตรเครดิตโลหะสีดำสนิททำจากไทเทเนียมผสมทองคำขาว น้ำหนักเฉพาะตัวที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ลวดลายสลักนูนต่ำที่บ่งบอกถึงความพิเศษสุดขีด และที่สำคัญที่สุด... มันไร้ซึ่งตัวเลขหมายเลขบัตรนูนแบบธรรมดา เพราะนี่คือ **American Express Centurion Card** บัตรสีดำในตำนานที่ไม่มีวงเงินจำกัด (Unlimited Spending Limit) บัตรของผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่คัดเลือกสมาชิกเพียงไม่กี่ร้อยคนทั่วเอเชียเท่านั้น!
บริกรหนุ่มถึงกับเข่าอ่อน ลมหายใจสะดุดกึก มือที่สั่นเทายื่นออกไปหมายจะหยิบมันขึ้นมาตรวจสอบ แต่เหนือฟ้ากลับใช้นิ้วชี้กดทับลงบนมุมบัตรไว้เสียก่อน
"รูดไปสิครับ..." เหนือฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทว่าก้องกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงบ "รวมค่าอาหารของผม และค่าทำขวัญให้แขกทุกคนในร้านนี้ที่อยากจะออกไปจากที่นี่... คิดบัญชีมาให้หมด"
บริกรหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง เขารีบก้มโค้งคำนับจนศีรษะแทบชิดพื้น พลางคว้าเครื่องรูดบัตรไร้สายออกมารับด้วยมือที่สั่นระริก
*ติ๊ด! เสียงสัญญาณอนุมัติการทำธุรกรรมดังขึ้นอย่างราบรื่น*
พร้อมกันนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันธนาคารระดับโลกก็ดังขึ้นก้องในโสตประสาทของเหนือฟ้า ท่ามกลางความเงียบงันสนิทของทุกคนในร้านที่อ้าปากค้างจนแทบคาดไม่ถึง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประตูทางเข้ากระจกใสบานใหญ่ของภัตตาคารก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การนัดหมาย ร่างสูงสง่าในชุดสูทรisสตรีสีดำสนิทของหญิงสาวปริศนาผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดหายใจ...
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "โอเวอร์ลอร์ดซีโร่" มา ณ ที่นี้นะครับ
สยบมารยาคุณหนูไฮโซด้วยระบบเลเวลอัปหมื่นล้าน•ตอนที่ 3
บัตรเครดิตสีดำไร้ขีดจำกัด
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารยาคุณหนูไฮโซด้วยระบบเลเวลอัปหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!