วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 16

ศัตรูหัวใจที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"บอกแล้วไงคะว่างานดีไซน์คอลเลกชันนี้ รินไม่ได้ขายวิญญาณให้ปีศาจ... แต่รินขายวิญญาณให้เดดไลน์ต่างหากล่ะคะ!" เสียงบ่นงึมงำของรินรดา ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกรรไกรตัดผ้าที่คมกริบฉับๆ ราวกับกำลังระบายความแค้นลงบนผืนผ้าไหมอิตาลีสีพาสเทล ร่างบางในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงเลกกิ้งสบายๆ กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้องสตูดิโอศิลปกรรม กองหนังสือผ้าและกระดาษแพทเทิร์นกระจัดกระจายราวกับสนามรบขนาดย่อม โดยมีแก้วชาเขียวเย็นชืดที่น้ำแข็งละลายจนจืดชืดวางอยู่ข้างกายเป็นเพื่อนยาก ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ดังขึ้นสามครั้ง ตามด้วยใบหน้าหล่อเหลาคมคายของ 'พี่กรณ์' หรือกรณ์ รุ่นพี่ปี 4 ดีกรีประธานสโมสรนักศึกษาและหนุ่มฮอตประจำคณะสถาปัตย์ ที่โผล่เข้ามาพร้อมรอยยิ้มละลายใจและถุงกระดาษแบรนด์ดังในมือ "น้องรินครับ... พี่ยole ผ่านมาแถวตึกศิลปกรรมพอดี เห็นไฟในห้องยังสว่างอยู่ นึกว่ามีผีหลอกซะอีก เลยแวะซื้อชีสเค้กเจ้าดังมาฝากคนเก่งแถวนี้สักหน่อยค่ะ" รินชะงักมือที่กำลังจับเข็มหมุด เธอกะพริบตาปริบๆ ด้วยความแปลกใจ แม้เธอจะรู้จักกับพี่กรณ์ผ่านกิจกรรมคณะบ้างประปราย แต่ช่วงนี้ดูเหมือนรุ่นพี่สุดฮอตคนนี้จะขยันแวะเวียนมาหาเธอถี่เกินความจำเป็นเสียแล้ว จนเพื่อนๆ ในกลุ่มเริ่มแซวกันให้แซด "อ้าว พี่กรณ์... มาทำอะไรดึกดื่นมืดค่ำป่านนี้คะเนี่ย ตึกคณะสิทธาฯ เขาปิดทำการตั้งแต่สามทุ่มแล้วนะคะ" รินวางงานในมือลงแล้วเอ่ยทักทายตามมารยาท พร้อมกับยิ้มแห้งๆ ส่งให้ "ก็พี่เป็นห่วงคนแถวนี้แหละค่ะ กลัวว่ามัวแต่ปั่นงานจนลืมกินข้าวเย็นอีก งานศิลปะน่ะสำคัญ แต่สุขภาพของน้องรินสำคัญกว่าร้อยเท่าเลยรู้ไหมคะ" กรณ์พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ หยิบถุงขนมวางลงบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ศิลปะอย่างถือวิสาสะ สายตาคมกราบกรานสำรวจใบเนียนใสที่เปื้อนรอยดินสอจางๆ ด้วยความเอ็นดู ในขณะเดียวกัน ที่มุมตึกฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นลานจอดรถใต้ร่มไม้ กันตินันท์ในชุดเสื้อช็อปวิศวะสีกรมท่าตัวเก่งกำลังยืนพิงมอเตอร์ไซค์คู่ใจ มือหนากำลังกดโทรศัพท์มือถือยิกๆ เพื่อส่งข้อความหารินด้วยความกระวนกระวายใจ หลังจากที่เขาเห็นโพสต์สตอรี่ของเพื่อนสนิทรินว่าเธอยังนั่งทำงานโต้รุ่งอยู่ที่คณะ [กันต์วิศวะปากหมา]: อยู่ไหน [กันต์วิศวะปากหมา]: ดึกป่านนี้ทำไมยังไม่กลับหอพัก ส่งโลมาเดี๋ยวนี้เลยนะยัยปากแจ๋ว [รินรดาคนสวยขา]: เรื่องของฉันค่ะ! นายเป็นพ่อหรือไงถึงต้องมารายงานตัวด้วย ฉันกำลังยุ่งอยู่ อย่าเพิ่งกวนประสาทได้ไหม กันต์ขมวดคิ้วมุ่นจนแทบจะเป็นปม ดวงตาคมกริบกวาดมองขึ้นไปบนตึกชั้นสาม โซนห้องสตูดิโอออกแบบแฟชั่น แสงไฟสีส้มอบอุ่นจากหน้าต่างบานนั้นส่องให้เห็นเงาร่างของคนสองคนกำลังยืนคุยกันอย่างสนิทสนม หัวใจของวิศวกรหนุ่มกระตุกวูบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด มันไม่ใช่แค่ความหงุดหงิดตามประสาคนชอบหาเรื่อง แต่มันคือความกระวนกระวายที่ตีรวนขึ้นมาในอกอย่างไม่มีเหตุผล เมื่อเห็นผู้ชายอีกคนกำลังก้มหน้าก้มตาพูดคุยกับรินด้วยรอยยิ้มที่เขาดูแล้ว "ขัดตา" เป็นบ้า "ไอ้กรณ์... รุ่นพี่ปีสี่สถาปัตย์นั่นอีกแล้วเหวะ" กันต์พึมพำกับตัวเอง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันตาเห็น มือหนากำด้ามจับโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "ทำไมช่วงนี้มันขยันขายขนมจีบยายเตี้ยนั่นจังวะ หูหนวกตาบอดหรือไงถึงไม่รู้ว่าเขามีเจ้าของ... เอ๊ย หมายถึงมีคู่อริประจำตัวอยู่แล้ว!" ตัดกลับมาภายในห้องสตูดิโอ รินกำลังพยายามถอยห่างจากพี่กรณ์อย่างเนียนๆ เมื่ออีกฝ่ายขยับเข้ามาประชิดตัวเกินความจำเป็นเพื่อชี้ให้ดูดีไซน์บนกระดาษสเกตช์ "พี่ว่าตรงนี้ ถ้าเพิ่มลูกเล่นระบายระบายลงไปอีกนิด น่าจะเข้ากับสไตล์ของรินนะคะ ลองวาดให้พี่ดูหน่อยสิครับ" กรณ์โน้มตัวลงมาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์ดังลอยเข้าจมูก รินผถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน สีหน้าฉายแววอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด แม้พี่กรณ์จะสุภาพและดูเพอร์เฟกต์ทุกกระเบียดนิ้ว แต่เธอกลับรู้สึกอึดอัดและไม่เป็นตัวของตัวเองเอาเสียเลย "เอ่อ... รินว่ารินมีไอเดียของตัวเองแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับขนมนะคะพี่กรณ์ ดึกมากแล้ว เดี๋ยวรินเคลียร์งานเสร็จก็จะกลับแล้วเหมือนกันค่ะ พี่รีบกลับไปพักผ่อนเถอะนะคะ" รินพยายามส่งยิ้มสุภาพเพื่อตัดบท พร้อมกับผลักถุงขนมเค้กกลับไปเบาๆ แต่กรณ์กลับทำเป็นมองไม่เห็นความเกรงใจนั้น เขายื่นมือหนาหมายจะเอื้อมมาแตะปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาเคลียแก้มเนียนของหญิงสาว "รินครับ... คือช่วงนี้พี่..." แกร๊ก! เสียงเปิดประตูกระจกดังขึ้นอย่างแรงจนสะเทือนไปทั้งห้อง ขัดจังหวะคำพูดของกรณ์เสียสนิท รินสะดุ้งสุดตัวหันขวับไปมอง พร้อมกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งในชุดช็อปวิศวะยับยื่น กลิ่นอายความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนอุณหภูมิในห้องดูลดฮวบลงอย่างกะทันหัน "อ้าว... ดึกดื่นป่านนี้ เขาให้คนนอกมาเดินปะปนในตึกคณะศิลปกรรมได้ด้วยเหรอครับเนี่ย นึกว่าตลาดสดซะอีก เสียงดังรบกวนคนอื่นเขาทำงานกันหมด" เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทเอ่ยขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามา กันต์ยืนกอดอกพิงกรอบประตู สายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนจ้องมองไปยังมือของกรณ์ที่ค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับรินด้วยแววตาคาดโทษ กรณ์ชักมือกลับทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นความงุนงงระคนไม่พอใจ "อ้าว น้องกันต์ วิศวะปี 3 นี่ครับ มาทำอะไรที่นี่ดึกๆ ล่ะ แล้วนี่เข้าห้องคนอื่นเขาก็ไม่เคาะประตูเสียมารยาทจังนะ" "อ๋อ พอดีผมเป็นห่วง 'สุนัข' แถวนี้กลัวจะโดนหมาป่าเจ้าเล่ห์แถวนี้คาบไปกินน่ะครับ เลยต้องรีบมาดูให้เห็นกับตา" กันต์ตอบเสียงเรียบ แต่เน้นย้ำคำว่าหมาป่าเจ้าเล่ห์พร้อมกับส่งยิ้มยียวนให้รุ่นพี่หนุ่ม รินอ้าปากค้าง เธออยากจะกรี๊ดใส่หน้าไอ้คุณวิศวะปากเสียคนนี้เสียจริง อยู่ๆ โผล่มาหาเรื่องอะไรอีกเนี่ย! "นี่นายกันต์! ใครเป็นสุนัขฮะ อยากหาเรื่องหรือไง ถึงได้เดินมาเห่าถึงถิ่นฉันเนี่ย!" "ฉันยังไม่ได้เอ่ยชื่อเธอเลยนะรินร้อนตัวทำไมเนี่ย หรือว่าร้อนตัวเพราะรู้ว่าตัวเองซุ่มซ่ามจนเกือบโดนหมาป่าแถวนี้กินจริงๆ" กันต์ลอยหน้าลอยตาตอบ ก่อนจะเดินดุ่มๆ เข้ามาแทรกกลางระหว่างรินและกรณ์อย่างถือวิสาสะ เขาดึงตัวรินให้ถอยห่างออกมาจากรุ่นพี่หนุ่มด้วยแรงที่ไม่เบานัก จนรินต้องเซถลาไปชนอกแกร่งของเขา กรณ์หน้าตึงขึ้นมาทันที "น้องกันต์ครับ ทำแบบนี้มันเสียมารยาทเกินไปแล้วนะ รินเขากำลังทำงานอยู่ พี่แคร์..." "ผมรู้ว่าพี่แคร์... แต่คนของผม ผมดูแลเองได้ครับ ไม่รบกวน 'คนนอก' อย่างพี่หรอกนะ เชิญกลับตึกสถาปัตย์ไปนอนฝันหวานเถอะครับ ดึกแล้ว เดี๋ยวหน้าแก่เร็วนะพี่" กันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่เฉือดเฉือนเสียจนกรณ์พูดไม่ออก รินรีบแกะมือเหนียวๆ ของกันต์ที่คว้าเอวเธอไว้ออก พร้อมกับหน้าแดงแจ๋ด้วยความโกรธและ... ความเขินที่ตีรวนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "ไอ้กันต์! ใครคนของนายฟะ! ปล่อยนะเว้ย!" "เงียบไปเลยเธอน่ะ เดี๋ยวค่อยไปเคลียร์กันที่ห้อง!" กันต์กระซิบเสียงลอดไรฟันใส่หูรินเบาๆ ก่อนจะหันไปยิ้มหวานหยดให้กรณ์ที่ตอนนี้กำหมัดแน่นด้วยความโมโห "ขอบคุณสำหรับขนมนะครับพี่กรณ์ เดี๋ยวผมจัดการ 'เด็กดื้อ' คนนี้เอง กลับดีๆ นะครับ ระวังเจอผีบังตาแถวทางเดินล่ะ" พูดจบ กันต์ก็ไม่รอให้กรณ์ได้ตอบโต้ เขาคว้าข้อมือเล็กของรินแล้วออกแรงดึงให้เดินตามออกมาจากห้องสตูดิโอทันท่ามกลางความตกตะลึงของรินและสีหน้าเขียวคล้ำของกรณ์ที่ยืนกำหมัดแน่นมองตามหลัง บรรยากาศในทางเดินมืดสลัวยามดึกสงัด มีเพียงเสียงฝีเท้าของกันต์ที่เดินจ้ำอ้าวลากเธอลงมาจนถึงลานจอดรถ รินพยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่หน้ามอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของเขา กันต์ปล่อยมือริน แล้วหันกลับมาเผชิญหน้า ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง ดวงตาคมกริบจ้องมองเธอเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "กล้ามากนะริน! ดึกดื่นป่านนี้ยังเปิดโอกาสให้ไอ้รุ่นพี่นั่นมาป้วนเปี้ยนใกล้ชิดถึงในห้องทำงานอีก อยากโดนทำมิดีร้ายหรือไงฮะ!" รินที่หมดความอดทน เงื้อมือขึ้นฟาดแขนแกร่งของกันต์ไปเต็มแรงด้วยความโมโห "นายมีสิทธิ์อะไรมาว่าฉันฮะไอ้บ้ากันต์! นายเป็นใคร ถึงมาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันแบบนี้!" กันต์รับแรงตีนั้นหน้าตาเฉย ไม่มีทีท่าว่าจะเจ็บปวดเลยสักนิด เขาขยับก้าวเข้าไปประชิดตัวรินจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับเบาะรถมอเตอร์ไซค์ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ลอยเข้าจมูกจนรินต้องกั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ดวงตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มก้มลงมองเธอ นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการหยอกล้อเหมือนทุกที มีเพียงความจริงจังและความหึงหวงที่ฉายชัดจนรินไม่กล้าสบตา "ฉันเป็นใครเธอกน่าจะรู้ดีที่สุด..." กันต์กระซิบเสียงพร่า แววตาดุดันเปลี่ยนเป็นความอ่อนละมุนชั่วขณะ "แล้วถ้ายังไม่อยากให้ฉันจูบตรงนี้... เลิกทำตัวน่าหงุดหงิดให้คนอื่นเข้าใกล้สักที... เพราะฉันหึง... จะบ้าตายอยู่แล้วรู้ไหมยัยปากแจ๋ว!" รินเบิกตากว้างสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ ข้อความในหัวใจตีรวนจนพูดไม่ออก ร่างบางแข็งทื่อราวกับถูกสาบให้เป็นหินเมื่อได้ยินคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนที่เธอเถียงด้วยมาตลอดสามปี! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาอมยิ้มและใจสั่นไปกับความปากแข็งของพ่อหนุ่มวิศวะคนนี้ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%