วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 17

วิศวะขี้หึงออกโรง

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
“นี่ถอยออกไปหน่อยสิคะคุณวิศวะ พื้นที่ส่วนตัวของรินเริ่มจะกลายเป็นพื้นที่ส่วนรวมอยู่แล้วนะ!” ฉันพยายามเบี่ยงตัวหนีจากร่างสูงใหญ่ที่จู่ๆ ก็เดินเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังติดกับโต๊ะดราฟต์งาน เสียงทุ้มต่ำของกันตินันท์ที่ติดจะหงุดหงิดนิดๆ ดังอยู่เหนือศีรษะ พร้อมกับกลิ่นหอมสะอาดๆ แบบน้ำยาซักผ้าอ่อนๆ ที่ชวนให้ใจสั่นจนสมาธิกระเจิง “ผมไม่ได้อยากเข้าใกล้หรอกนะ แต่ดูเหมือนว่ารินจะลืมไปว่าวันนี้มีนัดตรวจงานโปรเจกต์กลุ่ม... แล้วไอ้ ‘พี่รหัส’ คนที่รินยืนคุยด้วยเมื่อกี้เนี่ย ดูท่าทางจะกระตือรือร้นกับงานของริน ‘มากเป็นพิเศษ’ เลยนะ” เขาเน้นคำท้ายเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจ้องเขม็งไปทาง ‘พี่พีท’ รุ่นพี่ต่างคณะที่เพิ่งเดินลับตาไปเมื่อครู่นี้ กันต์ทำท่าจัดปกเสื้อตัวเองนิ่งๆ แต่ทว่ามืออีกข้างกลับวางทาบบนขอบโต๊ะ กักขังฉันไว้ในวงแขนอย่างจงใจ “เขาก็แค่มาแนะนำเรื่องการลงสีน่ะค่ะ กันต์จะมาอารมณ์เสียอะไรใส่รินอีกล่ะ” ฉันตอกกลับ พยายามทำใจดีสู้เสือทั้งที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุอกออกมา “อารมณ์เสียเหรอ? เปล่านี่ แค่รู้สึกว่าช่วงนี้รินดู ‘ฮอต’ จนน่ารำคาญ” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนเราห่างกันเพียงลมหายใจกั้น “เมื่อกี้เห็นหัวเราะร่าเริงเชียว สนิทกันมากหรือไง... ถึงกับต้องโน้มตัวลงไปดูงานใกล้ขนาดนั้น” “หึงหรือไงคะ?” ฉันเลิกคิ้วถามพลางกลั้นยิ้ม แม้จะปากแจ๋วใส่เขาเป็นกิจวัตร แต่ลึกๆ แล้วท่าทีหวงก้างแบบเนียนๆ ของเขามันทำให้ฉันหยุดอาการเขินไม่ได้เลย กันต์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง กรามสันคมขบเข้าหากันแน่น ก่อนจะหันกลับมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่ดูยังไงก็ ‘เก๊ก’ ไม่เนียน “หึง? ตลกน่า... ผมแค่เสียดายเวลาทำงาน ถ้ามัวแต่เสียเวลากับเรื่องไร้สาระ โปรเจกต์เราก็ไม่เสร็จสักที ต่างคนต่างทำหน้าที่ไปดีกว่า” เขาผละออกไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าถ้าอยู่นานกว่านี้จะเผลอหลุดปากพูดอะไรที่มากกว่านี้ออกมา แต่นิ้วมือที่เคาะโต๊ะเป็นจังหวะถี่ๆ กับสายตาที่เหลือบมองมาที่ฉันทุกสามวินาทีนั่นน่ะ... มันฟ้องชัดเจนว่าเขากำลัง ‘หัวร้อน’ ยิ่งกว่าเตาหลอมเหล็กในคณะเสียอีก ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากมือถือในกระเป๋าก็แผดเสียงขึ้นมาระหว่างที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่น ฉันหยิบมันขึ้นมาดูแล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความจากกลุ่มแชตที่ต้นข้าวเป็นคนส่งมา *‘ริน! พี่พีทเขาทักมาบอกว่าประทับใจงานเธอมาก อยากชวนไปกินข้าวเย็นนี้เพื่อดีลงานต่อ เห็นว่าเธอว่างนะ ไปเถอะ เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อน!’* ยังไม่ทันที่ฉันจะพิมพ์ตอบ เสียงเข้มๆ ของคนตรงข้ามก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน “ใครทักมา? หน้าตาดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่เลยนะ... หรือว่าไอ้พี่รหัสนั่นชวนไปเดทแล้ว?” “จะไปไหนมันก็เรื่องของรินไหมคะ?” ฉันแกล้งแหย่ พยายามทำหน้านิ่ง กันต์ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนมันไถลไปด้านหลังเสียงดังลั่นห้องแล็บ เขาเดินอ้อมมาข้างหลังฉันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างหูจนขนลุกชันไปทั้งตัว “ริน...” เขาเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ดูนิ่งขรึมและทรงพลังจนฉันใจหายวาบ “ถ้าคิดจะไป... ก็ลองก้าวขาออกจากประตูห้องนี้ดู แล้วจะรู้ว่าคนอย่างวิศวะขี้หึงคนนี้ จะทำให้ริน ‘ไม่มีเวลาว่าง’ ไปกินข้าวกับใครอีกเลยทั้งเทอม” ฉันนิ่งค้างไปในอ้อมกอดที่ดูเหมือนจะเป็นการกักขังมากกว่าการโอบกอด กันต์หยิบมือถือจากมือฉันไปโดยถือวิสาสะ ก่อนจะพิมพ์อะไรบางอย่างลงไปรัวๆ แล้วกดส่งทันที “ทำอะไรน่ะ!” ฉันโวยวายพยายามจะแย่งคืน แต่เขากลับชูมือถือขึ้นสูงจนฉันเอื้อมไม่ถึง “ส่งคำตอบให้ไง...” เขายิ้มมุมปาก ยิ้มแบบผู้ชนะที่ทำให้ใจฉันเต้นผิดจังหวะ “ผมบอกเขาไปแล้วว่า... ‘ขอโทษนะคะ พอดีคืนนี้รินมีนัดตรวจงานกับแฟน ยาวไปจนถึงเช้าเลยค่ะ’” ฉันตาโตเท่าไข่ห่าน “นี่! ใครเป็นแฟนกัน!” “อ้าว... ไม่ใช่เหรอ? งั้นก็แปลว่าผมต้องเริ่มจีบให้เป็นแฟนจริงๆ ตั้งแต่วินาทีนี้เลยสินะ” เขาวางมือถือลงบนโต๊ะก่อนจะโน้มตัวลงมาประทับจูบเบาๆ ที่พวงแก้มจนร้อนผ่าว ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของฉันหยุดหมุน “แชตที่ส่งไปน่ะ... ลบไม่ได้แล้วนะ เพราะผมบล็อกไลน์เขาทิ้งไปเรียบร้อยแล้วครับ... ที่รัก” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ และสัญญาว่าตอนหน้าจะมีความป่วนระดับสิบมาฝากแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%