"นี่นาย! จะพิมพ์มาทำไมเยอะแยะเนี่ย ฉันบอกว่าไม่ว่างก็คือไม่ว่างไง เข้าใจภาษาคนไหมคุณวิศวะ!"
นิ้วเรียวสวยของรินรดากระแทกลงบนหน้าจอมือถืออย่างหัวเสีย จนแทบจะทะลุแผ่นกระจก เธอกัดริมฝีปากแน่นพลางจ้องหน้าจอที่มีข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมารัวๆ ราวกับเครื่องปั๊มหัวใจที่กำลังรวนหนัก
**[Gun_T: ก็เห็นบ่นในสตอรี่ว่างานดีไซน์ไม่คืบ เลยจะส่งเรฟเฟอเรนซ์ให้เผื่อหัวแล่นไง หรือว่าอยากให้ผมไปช่วยดูที่คณะฯ เลยล่ะ?]**
"เพ้อเจ้อ!" รินรดาสบถเบาๆ ก่อนจะกดพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันยั้งคิด
**[Rin_Rada: ไม่ต้อง! งานฉัน ฉันทำเองได้ นายเอาเวลาไปจัดตารางชีวิตที่เป๊ะเวอร์ของนายเถอะ อย่ามายุ่งกับงานศิลป์ของฉัน!]**
ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะวางมือถือลง ต้นข้าวเพื่อนสนิทตัวดีที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ฉกมือถือไปจากมือเธออย่างว่องไว พร้อมกับแสยะยิ้มที่ดูอย่างไรก็รู้ว่ากำลังวางแผนร้าย
"แกจะทำอะไรน่ะต้นข้าว! คืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!" รินรดาพุ่งตัวจะแย่งคืน แต่ต้นข้าวกลับไวกว่า เธอเลื่อนนิ้วกดยุกยิกอยู่ไม่กี่วินาทีก่อนจะโยนมือถือคืนให้รินรดาด้วยท่าทางยียวน
"ฉันแค่ช่วยเพิ่ม 'สีสัน' ให้ชีวิตอันจืดชืดของแกไงริน ลองอ่านดูสิ แล้วเตรียมตัวรับมือให้ดีนะ"
รินรดาขมวดคิ้วแน่นด้วยความสังหรณ์ใจ ก่อนจะก้มลงอ่านข้อความที่ตัวเองเพิ่งส่งไป... ซึ่งเธอไม่ได้พิมพ์!
**[Rin_Rada: จริงๆ ก็ว่างนะ... แต่ต้องเป็นมื้อเย็นที่ร้านหน้ามอเท่านั้นถึงจะยอมให้ช่วย]**
"ไอ้ต้นข้าว! แกพิมพ์อะไรลงไป! ยกเลิกเดี๋ยวนี้!" รินรดาแทบจะกรีดร้อง เธอพยายามจะกดยกเลิกข้อความ แต่สายไปเสียแล้ว เพราะสถานะข้อความเปลี่ยนเป็น 'อ่านแล้ว' ทันทีที่ปลายนิ้วเธอแตะลงไป
หัวใจของรินรดาสั่นระรัวราวกับกลองศึก เธอเหลือบมองชื่อคนในแชทที่กำลังขึ้นสถานะ 'กำลังพิมพ์...' อย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างความเขินที่ถูกเปิดโปงกับความโกรธที่โดนเพื่อนแกล้งตีกันจนมั่วไปหมด
**[Gun_T: ได้ครับ... เดี๋ยวผมเลิกคลาสแล้วจะรีบไปหา เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ]**
บรรยากาศในห้องสตูดิโอคณะศิลปกรรมที่เคยเงียบสงบในความรู้สึกของรินรดา กลับกลายเป็นกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เธอเหลือบมองต้นข้าวที่ตอนนี้กำลังก้มหน้าก้มตาทำโปรเจกต์ของตัวเองเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่รอยยิ้มมุมปากนั่นน่ะ... มันชัดเจนว่านี่คือฝีมือของยัยตัวแสบ!
"แกทำแบบนี้ทำไมเนี่ย!" รินรดากระซิบเสียงลอดไรฟัน
ต้นข้าวเงยหน้าขึ้นมา สายตาสดใสเป็นประกาย "ก็แกสองคนมันฟอร์มจัดไงริน นายวิศวะนั่นน่ะ ปากแข็งจะตาย แต่พอเห็นแกโพสต์บ่นเรื่องงานทีไร ก็ทักมาป่วนทุกที ส่วนแก... ถ้าไม่ชอบเขาจริงๆ ป่านนี้คงบล็อกไปนานแล้ว ไม่มานั่งกัดกันในแชทให้เสียเวลาแบบนี้หรอก"
คำพูดของเพื่อนสนิทเหมือนน้ำเย็นจัดที่สาดลงบนใจ รินรดาชะงักไป เธอไม่ได้บล็อกเขาจริงๆ ด้วยสิ ไม่ใช่เพราะขี้เกียจหรอก แต่เพราะ... เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
บ่ายวันนั้นรินรดาแทบไม่มีสมาธิกับงานเลย เธอเลือกเสื้อผ้าชุดแล้วชุดเล่า เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีกจนห้องรกไปด้วยชุดที่ถูกกองไว้บนเตียง ความคิดในหัวมันตีกันยุ่งเหยิงว่านี่มันคือกับดัก หรือเป็นโอกาสที่เธอเองก็แอบรอคอยอยู่ลึกๆ กันแน่
หกโมงเย็นตรง... รินรดาก้าวเท้าเดินไปที่ร้านอาหารตามนัดด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เธอเห็นกันตินันท์นั่งอยู่โต๊ะมุมในสุด เขายังคงดูเป๊ะเหมือนเดิม เสื้อเชิ้ตสีขาวรีดเรียบกริบ เส้นผมเซตมาอย่างดี สายตาของเขาที่จ้องมองมายังเธอทำเอารินรดาแทบเสียอาการ
"มาสายไปสามนาทีนะรินรดา" เขาทักด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทว่าแววตาที่มองมากลับมีความขี้เล่นซ่อนอยู่
"ก็นายมาเร็วเกินไปต่างหาก! แล้วใครใช้ให้มาดักรอตรงนี้ล่ะ" รินรดาตอบสวนกลับทันควันเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า
กันตินันท์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเขยิบเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามให้ "นั่งสิ ผมไม่ได้จะมาดักรอหรอก แค่ว่าง... แล้วก็อยากรู้ว่างานที่ว่าไม่คืบเนี่ย มันติดปัญหาตรงไหนถึงต้องเรียกผมมาช่วย"
บทสนทนาเริ่มไหลลื่นอย่างน่าประหลาด จากเรื่องงานที่เขาให้คำแนะนำได้คมคายและมีเหตุผล จนเริ่มไหลไปถึงเรื่องสัพเพเหระ รินรดาพบว่าตัวเองกำลังยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ทุกครั้งที่กันตินันท์กวนประสาท เธอแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะต้องเถียงกลับ แต่มันเป็นความรู้สึก 'โกรธ' ที่มีความ 'หวาน' เคลือบไว้บางๆ
เวลาล่วงเลยไปจนร้านเกือบปิด ทั้งคู่เดินออกมาหน้าร้าน บรรยากาศยามค่ำคืนเงียบสงบ ลมพัดเอื่อยๆ ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ กันตินันท์หยุดเดินแล้วหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาจอมกวนประสาทแบบทุกที แต่มันเป็นแววตาที่จริงจังและค้นหา
"ริน..." เขาเรียกชื่อเธอเสียงแผ่ว
"หืม?"
"แชทที่ส่งมาเมื่อบ่าย... จริงๆ แล้วเป็นความคิดของเธอ หรือว่าเป็นความคิดของเพื่อนเธอที่แอบเอาเครื่องไปเล่นกันแน่?"
รินรดาหน้าชาไปถึงใบหู นี่เขาดูออกตั้งแต่แรกแล้วงั้นเหรอ? หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธออ้าปากค้าง เตรียมจะปฏิเสธ แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากมือถือในกระเป๋าก็สั่นรัวขึ้นมาเสียก่อน เป็นข้อความจากต้นข้าวที่เด้งเข้ามาในกลุ่มแชทลับที่มีแค่เพื่อนสนิทของทั้งสองฝั่ง
**[Ton_Khao: ปฏิเสธไปเลยริน! บอกว่าแกไม่ได้คิดอะไร! เอาให้มันอกหักเล่นไปเลยยย!]**
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความนั้น แต่ทว่า... มือของกันตินันท์กลับเอื้อมมาฉกมือถือจากมือเธอไปอ่านข้อความนั้นด้วยความรวดเร็วที่เธอไม่ทันตั้งตัว
เขาก้มอ่านข้อความที่หน้าจอด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ สายตาของเขาในตอนนี้มันทั้งดุดันและคาดคั้น รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหนูที่ติดอยู่ในกรงขังที่หาทางออกไม่ได้
"งั้นเหรอ..." เขาพูดเสียงเย็น "ไม่ได้คิดอะไร... งั้นที่ยอมมาเจอผมที่นี่ ก็คือเพราะโดนบังคับสินะ?"
เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนรินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ตรงหน้า ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาขนลุกซู่
"ถ้าไม่ได้คิดอะไร... แล้วทำไมใจเธอถึงเต้นแรงจนผมได้ยินเสียงมันชัดขนาดนี้ล่ะ รินรดา?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ และสัญญาว่าตอนหน้าจะมีความป่วนระดับสิบมาฝากแน่นอนค่ะ!
วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 18
แชตลวงโลกของเพื่อนสนิท
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!