วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 19

โปรเจกต์ก้าวหน้า ใจเริ่มถอยหลัง

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
“ถอยออกไปหน่อยค่ะกันต์ ลายเส้นนี้มันจะเบี้ยวแล้ว!” รินรดาตวาดเสียงแข็ง พลางใช้ปลายดินสอกดดันกระดาษร่างแบบโปรเจกต์มิดเทอมที่วางอยู่กลางโต๊ะทำงานตัวยาวในสตูดิโอคณะศิลปกรรม กลิ่นสีอะคริลิกจางๆ ที่ลอยอบอวลอยู่รอบตัวไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อคนข้างๆ อย่าง ‘กันตินันท์’ กำลังโน้มตัวเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ที่ข้างแก้มของเธอ “ก็คนมันช่วยดูนี่นา จะให้ยืนห่างสามเมตรหรือไงครับ... อ๊ะ ขอโทษทีค่ะ ลืมตัวไปหน่อย” กันต์ชะงักมือก่อนจะผละถอยออกไปนิดเดียว แต่สายตายังคงจ้องเขม็งไปที่เส้นกราฟิกบนหน้าจอแท็บเล็ต “แต่ตรงจุดตัดนั่นน่ะ ถ้าขยายองศาออกอีกหน่อย โครงสร้างตึกมันจะดูมั่นคงขึ้นนะ” “นี่มันโปรเจกต์ดีไซน์ค่ะ ไม่ใช่การคำนวณคานรับน้ำหนักตึกวิศวะ!” รินรดาหันไปจ้องหน้าอีกฝ่าย ตาขวาง “เลิกทำตัวเป็นวิศวกรขี้บ่นในคราบสถาปนิกสักทีได้ไหมคะ คุณกำลังทำให้สมาธิฉันกระเจิงนะ” กันต์เลิกคิ้วมองหญิงสาวตรงหน้า นัยน์ตาสีเข้มของเขาไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะคลี่ยิ้มกวนประสาทที่เธอหมั่นไส้นักหนา “กระเจิงเพราะสมาธิหลุด หรือเพราะว่าใจมันเต้นผิดจังหวะเพราะผมกันแน่คะคุณดีไซเนอร์ปากแจ๋ว” รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ เธอรีบเบือนหน้าหนีแล้วคว้าแก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนจืดชืดขึ้นมาดื่มแก้เก้อ ตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์คู่ข้ามคณะนี้ ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาก็ดูจะสั้นลงจนน่าตกใจ ความใกล้ชิดที่เคยเป็นเรื่องบังเอิญเริ่มกลายเป็นความเคยชินที่น่ากลัว และตอนนี้เธอก็รู้ดีว่าถ้าปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไป คนที่จะพังไม่ใช่โปรเจกต์ แต่เป็นหัวใจของเธอเอง *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนแชตกลุ่มดังขึ้นทำลายความเงียบที่แสนอึดอัด รินรดารีบหยิบมือถือขึ้นมาดูเพื่อหาข้ออ้างหลบเลี่ยงสายตาคมกริบของคนตรงหน้า **[แชตกลุ่ม: แก๊งค์หมาป่ากับยัยลูกแกะ]** **ต้นข้าว:** รินนน! โปรเจกต์ถึงไหนแล้วจ๊ะ? พ่อวิศวะสายมโนเขายังป่วนประสาทอยู่ไหม? **ต้นข้าว:** ได้ข่าวว่าเมื่อวานไปกินข้าวกันสองคน หื้มมม? มีอะไรปิดบังเปล่าาา **รินรดา:** ปิดบังบ้าอะไรล่ะแก! เขามาป่วนฉันจนจะฆ่ากันตายอยู่แล้วเนี่ย! รินรดารีบพิมพ์ตอบรัวๆ ก่อนจะแอบชำเลืองมองกันต์ที่ตอนนี้กลับไปนั่งกอดอกพิงเก้าอี้ จ้องมองงานของเธออย่างครุ่นคิด ลุคหนุ่มวิศวะใส่แว่นสายตาที่ดูเจ้าระเบียบจัดจ้านคนนี้ ในมุมที่ตั้งใจทำงานจริงๆ เขาก็ดูมีเสน่ห์จนน่ากลัว... ไม่ได้สิ! รินรดา! ตั้งสติ! “กันต์” เธอเรียกเสียงนิ่ง พยายามปรับโทนเสียงให้เป็นทางการที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ว่าไงครับ?” กันต์เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ สายตาเขาดูอ่อนลงจนเธอกลัว “ฉันว่า... เราควรขีดเส้นแบ่งกันหน่อยไหมคะ” บรรยากาศในห้องสตูดิโอที่เคยคึกคักดูจะเงียบสนิทลงทันที กันต์วางมือถือลงบนโต๊ะ ช้าๆ เหมือนกับว่ากำลังพยายามทำความเข้าใจกับประโยคเมื่อครู่ “เส้นแบ่ง? หมายถึงอะไร” “เราเป็นแค่เพื่อนร่วมโปรเจกต์กันค่ะ” รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามไม่มองเข้าไปในดวงตาคู่นั้น “ไอ้เรื่องหยอด เรื่องกวนประสาท หรืออะไรที่มันดูเกินเลย... ฉันว่าเราควรหยุดมันไว้แค่นี้ ฉันไม่อยากให้เรื่องงานมันเสีย เพราะความ... ไม่ชัดเจนของเรา” กันต์นิ่งเงียบไปนานจนน่าใจหาย แววตาขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนที่เธออ่านไม่ออก “ไม่ชัดเจนเหรอริน... สำหรับเธอคนเดียวหรือเปล่าที่ไม่ชัดเจน” “ฉันชัดเจนค่ะว่าฉันต้องการอะไร” รินรดายืนยัน พยายามบังคับมือไม่ให้สั่น “ฉันต้องการแค่โปรเจกต์ที่สมบูรณ์แบบ แล้วเราก็แยกย้ายกันไปใช้ชีวิตของใครของมัน” “โอเคครับ” กันต์ตอบรับสั้นๆ น้ำเสียงเรียบเฉยจนเธอนึกใจหาย “ถ้าเธอต้องการแบบนั้น ผมก็จัดให้ได้” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อเชิ้ตให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองโดยไม่หันกลับมามองเธออีกแม้แต่นิดเดียว “งั้นวันนี้พอกแค่นี้ครับ พรุ่งนี้ค่อยมาแก้พาร์ทส่วนที่เหลือ... คนละเวลาแล้วกัน ผมจะไม่มาทำให้เธอเสียสมาธิ” เขาก้าวเดินออกไปจากห้องสตูดิโอด้วยท่าทางมั่นคงดั่งเดิม ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งอยู่ท่ามกลางกลิ่นสีและเงาของความอ้างว้างที่จู่ๆ ก็ก่อตัวขึ้นในอก รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม พลางมองจอแท็บเล็ตที่ตอนนี้ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบตามที่เธอต้องการเป๊ะๆ... แต่ทำไมในใจมันกลับรู้สึกโหวงเหวงเหมือนมีรูรั่วขนาดใหญ่ที่ไม่มีอะไรมาถมเต็มได้ เธอกดเปิดแชตส่วนตัวของกันต์ที่ค้างไว้ รูปโปรไฟล์ของเขาเป็นรูปโต๊ะเขียนแบบรกๆ ที่เธอยังไม่เคยได้ถามเลยว่าเป็นของใคร นิ้วเรียวสั่นเทาขณะพิมพ์ข้อความทิ้งไว้ แต่เธอก็ยั้งมือไว้ทันก่อนจะกดส่ง... *‘ขอโทษนะที่ไล่ไปน่ะ... ที่จริงฉันแค่กลัว... กลัวว่าถ้าข้ามเส้นนี้ไปแล้ว ฉันจะเสียเธอไปตลอดกาล’* ในขณะที่เธอกำลังตัดสินใจว่าจะลบข้อความหรือส่งไปดี เสียงเคาะประตูสตูดิโอดังขึ้นเบาๆ สามครั้ง ก่อนที่บานประตูจะแง้มเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของใครบางคนที่เธอไม่คิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้ “ริน... ทำไมยังไม่กลับบ้านอีกครับ?” เสียงนั้น... เสียงที่เธอเพิ่งขอให้เขาไปให้พ้นหน้าเมื่อครู่ รินรดาเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ แต่ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่กันต์ที่เธอเพิ่งไล่ไป หากแต่เป็นใครอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา... คนที่เธอเคยพยายามลืมไปจากชีวิตจนหมดสิ้น! ขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%