“นี่นาย! จะเดินวนรอบต้นไม้ต้นเดิมเป็นรอบที่สี่เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีความล้มเหลวของวิศวกรฝึกหัดหรือยังไงคะ!”
รินรดากระแทกเท้าลงบนดินร่วนปนทราย พลางตวัดสายตามองแผ่นหลังกว้างของคนที่เดินนำหน้าด้วยความหงุดหงิด เธอเกลียดการหลงทาง เกลียดความมืดที่เริ่มคืบคลานเข้ามา และที่สำคัญที่สุด... เธอเกลียดที่ต้องมาติดอยู่กลางป่ากับ ‘ไอ้พี่กันต์’ คนที่ชอบทำตัวเหนือกว่าทั้งที่สถานการณ์ตอนนี้มันเรียกได้ว่า ‘วิกฤต’ เต็มขั้น
กันตินันท์หยุดกึก เขาหมุนตัวกลับมามองร่างบางที่ดูเหมือนจะหมดความอดทนเต็มที เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขามีรอยเปื้อนดินจากการตะเกียกตะกายขึ้นเขาเมื่อชั่วโมงก่อน แต่ถึงอย่างนั้น ใบหน้าคมคายของเขาก็ยังคงความนิ่งสงบเอาไว้ได้—ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่รินรดาหมั่นไส้ที่สุด
“ถ้าคุณรินไม่หยุดยืนเท้าสะเอวแล้วใช้เวลาที่เหลือไปกับการช่วยผมดูทิศจากมอสบนต้นไม้ เราคงได้ฉลองคืนนี้ด้วยเมนูรากไม้กันจริงๆ นะครับ” กันต์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แววตาซุกซนนั้นซ่อนความกวนประสาทไว้มิด
“อย่ามาทำเป็นพูดดี! ใครใช้ให้คุณอาสาเป็นผู้นำทางแทนพี่ไกด์ตั้งแต่แรกคะ? สุดท้ายเป็นไง... ป้ายบอกทางหายไปไหนไม่รู้ แล้วตอนนี้สัญญาณมือถือก็กลายเป็นแค่เศษเหล็กไร้ค่าไปแล้ว!”
รินรดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโบกไปมาตรงหน้าเขา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโขดหินข้างทางอย่างหมดแรง บรรยากาศรอบข้างเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม เสียงแมลงเริ่มดังระงมแทนที่เสียงนกที่เงียบไป นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่เธอคาดคิดไว้เลยสักนิด
กันต์ถอนหายใจยาว ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้แล้วนั่งลงบนพื้นดินข้างโขดหินที่เธอเพิ่งนั่งลงไป เขาไม่ได้กวนประสาทต่อ แต่กลับถอดเสื้อแจ็กเก็ตตัวนอกออกแล้วพาดไว้บนไหล่เธอเบาๆ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยของเขาปะทะเข้ากับจมูกเธอ ทำให้หัวใจที่เต้นรัวด้วยความโมโหเมื่อครู่เปลี่ยนจังหวะไปอย่างกะทันหัน
“ขอโทษครับ” เขาพูดเบาๆ สายตามองไปที่พุ่มไม้ตรงหน้า ไม่ได้หันมามองเธอ “ผมแค่อยากให้ทริปนี้มันสมบูรณ์แบบ... อยากให้เราได้เห็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดก่อนใคร แต่สุดท้ายความมั่นใจเกินร้อยของผมมันก็พังทุกอย่าง”
รินรดาชะงัก เธอค่อยๆ ขยับเสื้อแจ็กเก็ตของเขาให้กระชับไหล่มากขึ้น ความรู้สึกประหม่าเริ่มก่อตัวขึ้นในอก “คุณมันพวกเพอร์เฟกต์ชั่นนิสต์เกินไปไงคะกันต์ ทุกอย่างในชีวิตไม่ต้องวางแผนเป๊ะตลอดเวลาก็ได้ แค่... ยอมรับความจริงบ้างว่าบางทีเราก็แค่หลงทาง”
“นั่นสินะ” กันต์หัวเราะในลำคอ “หลงทางในป่าเนี่ย ผมยังพอหาทางออกได้ แต่ถ้าหลงทางในใจใครสักคน... ผมว่าต่อให้ใช้เข็มทิศทั้งโลกก็คงหาทางออกไม่เจอ”
“มุกเสี่ยวๆ แบบนี้เอาไว้ไปเล่นกับเด็กวิศวะปีหนึ่งเถอะค่ะ” รินรดาแหวใส่ แต่ใบหน้ากลับร้อนผ่าวจนต้องเบือนหน้าหนี
ทันใดนั้น เสียงบางอย่างที่ดังแกรกกรากมาจากพุ่มไม้เบื้องหลังทำให้ทั้งคู่ชะงัก กันต์ลุกขึ้นยืนทันทีโดยสัญชาตญาณ เขาคว้าข้อมือรินรดาแล้วดึงให้มายืนอยู่ด้านหลัง
“เงียบก่อน” เขาพึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังจนรินรดาใจคอไม่ดี
เงาร่างใหญ่ตะคุ่มๆ ปรากฏขึ้นภายใต้แสงสลัวของจันทร์เสี้ยวที่เริ่มส่องสว่าง มันไม่ใช่สัตว์ป่าอย่างที่กลัว แต่เป็นเงาของคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินถือไฟฉายเข้ามาใกล้ ท่ามกลางความเงียบงัน เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและดูไม่น่าไว้ใจทำให้หัวใจของรินรดาเต้นรัวเหมือนกลอง
“พี่กันต์... นั่นใครคะ?”
กันต์ไม่ตอบ เขากระชับมือที่กุมข้อมือเธอไว้แน่นขึ้น พลางหยิบไฟฉายกระบอกเล็กในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเตรียมพร้อม ทันใดนั้น ไฟฉายดวงใหญ่จากฝั่งตรงข้ามก็ส่องกราดเข้ามาที่ใบหน้าของทั้งคู่จนต้องยกมือขึ้นบัง
“เจอตัวจนได้นะ ไอ้คุณวิศวะ...” เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกดังขึ้นจากชายร่างยักษ์ที่เดินนำหน้ามา “ทางที่พวกแกกำลังจะเดินไปน่ะ... มันไม่ใช่ทางกลับหอ แต่มันคือทางไปสู่นรกที่ฉันเตรียมไว้ให้!”
รินรดารู้สึกเหมือนลมหายใจขาดห้วง เมื่อเห็นคนกลุ่มนั้นถืออุปกรณ์ที่ดูเหมือนอาวุธในมือ กันต์หันมาสบตาเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากความกวนประสาทเป็นความปกป้องที่รุนแรง
“ริน...” เขาขยับปากกระซิบเบาๆ “ถ้าผมให้สัญญาณ วิ่งไปทางซ้ายสุดแรงเกิด ห้ามหันกลับมามอง... เข้าใจไหม?”
“ไม่! เราจะไม่ทิ้งกัน!”
กันต์ยิ้มบางๆ เป็นยิ้มที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันทั้งเศร้าและเด็ดขาด “ผมถึงบอกไงว่าผมหลงทางในใจคุณแล้ว... เพราะต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร ผมก็จะไม่ยอมให้คุณได้รับอันตราย”
ก่อนที่เธอจะได้โต้ตอบ มือถือในกระเป๋ากางเกงของกันต์ที่จู่ๆ ก็มีสัญญาณติดขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาทีก็สั่นรัว มันแจ้งเตือนข้อความสุดท้ายจากกลุ่มแชตที่ส่งค้างไว้ก่อนจะดับไป
[ข้อความจาก: ต้นข้าว (กุนซือตัวแสบ)]
‘เฮ้ย! กันต์! พวกแกอยู่ที่นั่นใช่ไหม? อย่าขยับ! ตอนนี้ตำรวจตามพิกัด GPS พวกแกไปแล้ว อีกไม่ถึงห้านาทีจะถึง! และที่สำคัญ... รินมันแอบบอกฉันในแชตส่วนตัวว่า “ถ้ากูรอดไปได้ กูจะยอมคบกับไอ้พี่กันต์คนบ้าเนี่ยแหละ!” รีบหนีมานะโว้ย!’
รินรดาเบิกตากว้างจนแทบถลนเมื่อเห็นข้อความนั้นเด้งขึ้นบนหน้าจอของกันต์ที่เขายังถือค้างไว้ด้วยความตกใจ ส่วนกันต์เองก็หันมามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความอึ้งงันปนซาบซึ้ง
ท่ามกลางความมืดและภัยคุกคามที่อยู่ตรงหน้า ความลับที่รินรดาตั้งใจจะเก็บไว้กลับถูกเฉลยออกมาในสถานการณ์ที่บีบคั้นที่สุด!
ขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ!
วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 21
หลงทางในป่า ใจดันหลงเธอ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!