"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณอยากไปวิ่งมาราธอนรอบมอตอนเที่ยงคืนนะคะคุณกันตินันท์!"
เสียงหอบหายใจเบาๆ พร้อมกับแรงดึงที่ชายเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ทำให้ร่างสูงใหญ่ของหนุ่มวิศวะปีสามต้องหยุดชะงัก กันต์หันกลับมามองยัยดีไซเนอร์ปากแจ๋วที่ตอนนี้กำลังยืนเท้าเอว หน้ามุ่ยจนแก้มป่องเป็นลูกโป่งอัดลม ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสจ้องเขม็งมาทางเขา ราวกับอยากจะกินเลือดกินเนื้อทั้งที่เมื่อก้าวออกจากตึกคณะเมื่อห้านาทีที่แล้ว เธอยังเป็นฝ่ายเดินนำลิ่วๆ ด้วยความหงุดหงิดอยู่แท้ๆ
กันต์แอบซ่อนรอยยิ้มมุมปากไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉยตามฟอร์มของคนเจ้าระเบียบ เขาปรับฝีเท้าให้ช้าลงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็เผลอเดินเร็วจนเกือบจะกลายเป็นการวิ่งแข่งอยู่รำพึงรำพัน "ก็ใครบอกให้คุณเดินเหม่อลอยล่ะคะ... มัวแต่คิดเรื่องอะไรอยู่ หน้าถึงได้แดงแจ๋ขนาดนั้น หรือว่ากำลังคิดถึงคำพูดของผมเมื่อวานอยู่กันแน่"
"ฮั่นแน่! หลบไปเลยนะยะ ใครเขาจะไปคิดถึงคำพูดเพ้อเจ้อของคุณกัน!" รินรดาแหวใส่เสียงสูง เธอรีบยกมือขึ้นมาพวงแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเองทันทีเมื่อรู้ตัวว่าถูกจับไต๋ได้ ใบหน้าร้อนผ่าวรา과ถูกเตาผิงย่อมๆ แผดเผา ยิ่งนึกถึงประโยคบ้าๆ ที่เขาทิ้งท้ายไว้ในแชตก่อนหน้านี้ — *'เตรียมตัวรับมือกับผมให้ดีล่ะ... เพราะผมไม่ได้แค่ 'มโน' อีกต่อไปแล้วนะริน'* — หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก สมองส่วนเหตุผลพยายามร้องเตือนสติว่าอย่าไปบ้าจี้ตามเกมของนายวิศวะจอมมโนนี่เด็ดขาด แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับทรยศด้วยการจดจำทุกน้ำเสียงและแววตาจริงจังคู่นั้นได้อย่างแม่นยำ
เหตุการณ์บังคับมันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่คาบบ่ายที่ผ่านมา เมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจกต์จบปีสามเกิดนึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรขึ้นมาก็ไม่ทราบ จับคู่ให้นักศึกษาภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน (ฝั่งเธอ) กับวิศวกรรมโยธา (ฝั่งเขา) ต้องมานั่งสุมหัวทำโปรเจกต์ตึกจำลองร่วมกันแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ และในฐานะหัวหน้าทีมของทั้งสองฝั่ง ทำให้พวกเขาต้องมาติดแหง็กอยู่ด้วยกันยาวนานจนเลยเวลาอาหารเย็น และตอนนี้... ท้องของรินรดาก็ส่งเสียงร้องโครกครากออกมาท่ามกลางความเงียบของลานจอดรถคณะอย่างน่าอับอาย
"เสียงอะไรน่ะคะ... เหมือนเสียงลูกแมวหิวข้าว หรือว่าเสียงมโนสำนึกของคุณมันกำลังประท้วงที่ปากไม่ตรงกับใจกันแน่" กันต์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความขบขัน รอยยิ้มเจ้าเลื้อยที่มุมปากนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนรินรดาอยากจะหยิบสมุดสเกตช์ภาพมาฟาดหน้าเขาให้หายมันเขี้ยว
"เสียงท้องฉันเองค่ะ! พอใจหรือยังตาบ้า!" รินรดากัดฟันกรอด ยอมรับความจริงด้วยความจำยอมเพราะความหิวมีอิทธิพลเหนือศักดิ์ศรีทั้งหมดในร่างกายตอนนี้ "แล้วนี่เราจะไปกินอะไรกันคะ เอาแบบด่วนๆ เลยนะ ฉันหิวจนจะกินหัวคนได้อยู่แล้ว"
"ตามผมมาก็แล้วกันครับ... ในฐานะ 'คู่กัด' ที่ดี ผมจะพาไปร้านเด็ดที่รับรองว่าคุณกินแล้วจะต้องเลิกปากแจ๋วไปอย่างน้อยสามวัน" กันต์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกวนประสาท ก่อนจะหันหลังเดินนำไปยังรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กバイクสีดำเงางามที่จอดอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่
"เดี๋ยวนะคะ! ใครบอกว่าจะซ้อนรถคุณไม่ทราบ!" รินรดาโวยวายขึ้นทันทีเมื่อเห็นพาหนะคู่ใจของอีกฝ่าย เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ การซ้อนมอเตอร์ไซค์คันใหญ่โตแบบนั้นหมายความว่าเธอจะต้องนั่งเบียดชิดและเอวของเธออาจจะต้องแตะโดนตัวเขา... ซึ่งมันอันตรายต่อสุขภาพหัวใจของเธอเกินไป!
กันต์หยุดเดินแล้วหันกลับมามอง เธอพินิจพิจารณาร่างบางที่ยืนกอดอกทำหน้ายุ่งอยู่ตรงนั้นด้วยแววตาอ่อนโยนลงอย่างไม่รู้ตัว เขากดเสียงต่ำลงเล็กน้อยเมื่อเอ่ยประโยคถัดมา "ถ้าไม่อยากซ้อน คุณจะเดินเท้าไปร้านก๋วยเตี๋ยวหน้ามออีกสองกิโลฯ ในสภาพท้องร้องจ๊อกๆ แบบนี้ก็ตามใจนะครับ... หรือถ้ากลัวว่านั่งแล้วจะห้ามใจไม่ให้กอดผมไม่ได้ ก็บอกกันตรงๆ ได้นะ ผมอนุญาต"
"ไอ้... ไอ้คนหลงตัวเอง!" รินรดาหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันที เธอขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเจ็บใจที่มักจะหาคำพูดมาเถียงเขาไม่เคยชนะสักที สุดท้ายด้วยความพ่ายแพ้ต่อความหิวโหย เธอจึงจำใจเดินกระแทกส้นเท้าเข้าไปใกล้ตัวรถ ยื่นมือไปคว้าหมวกกันน็อกสีดำมาสวมด้วยความทุลักทุเล "ขับช้าๆ นะคะ ถ้าฉันหัวฟาดพื้นขึ้นมา ฉันจะฟ้องแม่คุณแน่!"
กันต์หัวנסแผ่วเบาในลำคออย่างอารมณ์ดี เขาสวมหมวกกันน็อกของตัวเองบ้างก่อนจะคร่อมขึ้นคร่อมรถ รอจนกระทั่งร่างบางขยับเข้ามาใกล้ด้วยความเก้ๆ กังๆ มือเรียวเล็กเอื้อมมาจับชายเสื้อแจ็คเก็ตของเขาไว้หลวมๆ เหมือนกลัวว่าถ้าจับแน่นกว่านี้จะเสียฟอร์ม
"จับแค่นี้ไม่ร่วงหรอกครับ... แต่ถ้ากลัวตกจริงๆ จะกอดเอวผมไว้เลยก็ได้นะ ผมไม่คิดค่าลิขสิทธิ์" เสียงทุ้มต่ำกระซิบผ่านสายลมทำให้รินรดาร้อนวาบไปทั้งใบหน้า
"ฝันไปเถอะค่ะ!" เธอสวนกลับทันควันพร้อมกับเผลอบีบชายเสื้อเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
รถมอเตอร์ไซค์คันโตเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถมุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ ลมยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้า ท่ามกลางความวุ่นวายของการจราจร รินรดากลับรู้สึกถึงจังหวะหัวใจของตัวเองที่เต้นดังแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจนี้กำลังทำให้กำแพงความเย็นชาที่เธอสร้างไว้สั่นคลอนทีละน้อย
ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที ทั้งคู่ก็มาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำเจ้าดังริมทางที่บรรยากาศเต็มไปด้วยผู้คนคึกคัก กลิ่นหอมของน้ำซุปมะนาวและพริกเผาเตะจมูกทันทีที่ก้าวลงจากรถ ความหิวโหยที่สะสมมาทั้งวันทำให้รินรดาลืมเรื่องความเขินอายไปชั่วขณะ เธอรีบเดินตรงไปจับจองโต๊ะมุมในสุดทันที
"สั่งเลยครับ มื้อนี้ผมเลี้ยง... ถือเป็นการไถ่โทษที่ทำให้คุณต้องอดข้าวเที่ยงเพราะโปรเจกต์บ้าบอนี่" กันต์ทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม หยิบตะเกียบและช้อนขึ้นมาเช็ดด้วยความสะอาดเรียบร้อยตามนิสัยเจ้าระเบียบก่อนจะยื่นส่งให้เธอ
รินรดารับมาด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ปกติแล้วเธอชินตากับภาพผู้ชายคนนี้ในโหมดเนี๊ยบกริบ เป็นหัวหน้าทีมที่เคร่งเครียดกับทุกรายละเอียด แต่มุมที่คอยใส่ใจคนอื่นแบบนี้... มันกลับทำให้หัวใจของเธอวูบวาบอย่างประหลาด "พูดดีแบบนี้ มีแผนอะไรหรือเปล่าคะคุณกันต์ หรือว่าในก๋วยเตี๋ยวชามนี้คุณแอบใส่ยาพิษเพราะกลัวฉันแย่งตำแหน่งหัวหน้าโปรเจกต์"
"ถ้าใส่ยาพิษ คงใส่ยาเสน่ห์มากกว่าครับ... จะได้เลิกปากแข็งแล้วยอมรับสักทีว่าคิดยังไงกับผม" กันต์สบตาเธอนิ่ง แววตาคมกริบนั้นจริงจังจนรินรดากลืนน้ำลายลงคอแทบไม่ลง
เธอยังไม่ทันได้อ้าปากเถียง เสียงเตือนข้อความในสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น *ติ๊ง!*
รินรดาก้มลงมองหน้าจอด้วยความหงุดหงิด คิดว่าเป็นข้อความปั่นประสาทจากยายต้นข้าวเพื่อนสนิท แต่พอเห็นชื่อผู้ส่งบนหน้าจอกลับทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ—**เป็นข้อความจากแชต์ส่วนตัวของกันต์ ที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอนี่เอง!**
นิ้วเรียวรีบกดเปิดอ่านอย่างลืมตัว และข้อความสั้นๆ สามบรรทัดที่ปรากฏบนหน้าจอ ก็ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกຶกทันที
*[กันตินันท์]: ไปกินข้าวกันในฐานะแฟน...*
*[กันตินันท์]: พรุ่งนี้ว่างไหมครับ?*
*[กันตินันท์]: (ข้อความนี้ถูกยกเลิก)*
รินรดารีบเงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้ามทันทีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ทว่ากันต์กลับนั่งไขว่ห้างทำหน้าลอยชายมองไปทางอื่นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ใบหูของพ่อหนุ่มวิศวะคนนั้นกลับขึ้นสีแดงจัดไม่แพ้กัน!
--------------------------------------------------
*(ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความโบ๊ะบ๊ะของคู่กัดคู่นี้เสมอนะคะ!)*
วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 11
ไปกินข้าวกันไหม (ในฐานะคู่กัด)
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!