"ยัยริน! ชั้นซื้อชานมไข่มุกมาฝ... ออุ๊! อุ๊ยตายวายชีวัน! ชั้นมาขัดจังหวะอะไรพวกแกหรือเปล่าเนี่ย!"
เสียงแหลมสูงของต้นข้าวที่ดังแทรกเข้ามากลางห้องประชุมโปรเจกต์พิเศษ พร้อมกับถุงชานมไข่มุกในมือที่สั่นพั่บๆ ทำเอาบรรยากาศที่กำลังมาคุและอบอวลไปด้วยความเงียบงันเมื่อครู่กระเจิงไปคนละทิศละทาง รินรดาแทบอยากจะเอาหัวโขกกับโต๊ะกระจกใสเบื้องหน้าให้รู้แล้วรู้รอด เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่รีบผุดลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้พลาสติกไถลถอยหลังไปครูดกับพื้นเสียงดังครืดคราด
"ข้าว! แกตาฝาดแล้ว ยืนบื้ออะไรอยู่ตรงนั้น เลิกทำหน้าเหมือนเห็นผีแล้วไสหัวออกไปซื้อขนมหน้าคณะใหม่อมยิ้มเดี๋ยวนี้เลยนะ!" รินรดาแหวใส่เพื่อนสนิทเสียงดังกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหู เธอส่งสายตาดุๆ ไปให้ต้นข้าวที่กำลังทำปากยื่นปากยาว ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์แบบที่เห็นแล้วอยากจะคว้าแฟ้มเอกสารฟาดหน้าผากสักที
"แหม... ยัยริน ชั้นแค่วางชานมไว้ตรงนี้นะยะ ไม่ได้ขัดขวางการเข้าสมาคมกระชับมิตรวิศวะกับดีไซน์สักหน่อย เชิญพวกแกสวีตกันต่อตามสบายจ่ะ ชั้นไม่กวนใจแล้ว" ต้นข้าววางแก้วชานมลงกระแทกกับโต๊ะเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินถอยหลังออกไปพร้อมกับขยิบตาให้กันตินันท์ที่นั่งนิ่งเป็นหินอยู่ฝั่งตรงข้าม
ประตูห้องประชุมปิดสนิทลงอีกครั้ง ทิ้งให้ความเงียบงันกลับมาโอบล้อมคนทั้งคู่เอาไว้ แต่ทว่าบรรยากาศข้างในมันกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วค่ะ
รินรดายืนตัวเกร็ง ขยับตัวไปไหนก็ไม่ถูก สายตาคมกริบของพ่อหนุ่มวิศวะเจ้าระเบียบที่ปกติมักจะมองมาด้วยความหงุดหงิดหรือพยายามจับผิดเธอลดความแข็งกระด้างลงไปจนน่าใจหาย กันตินันท์ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ ทว่าดวงตาสองข้างกลับจ้องมองตรงมาที่เธอด้วยประกายบางอย่างที่เธอไมกล้าแม้แต่จะตีความ
"นั่งลงก่อนสิครับ... เอ๊ย... นั่งลงก่อนสิริน" กันตินันท์แก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอหลุดปากใช้น้ำคุ้นเคยออกไป รินรดากะพริบตาปริบๆ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับตีกลองชุด เธอนั่งลงช้าๆ อย่างระแวดระวัง พยายามรักษาระยะห่างระหว่างเธอกับเขาให้มากที่สุดเท่าที่โต๊ะประชุมตัวยาวจะเอื้ออำนวย
"เรื่อง... เรื่องแบบแปลนโครงสร้างฉากเมื่อกี้..." รินรดาพยายามเปิด The Ice Breaking ด้วยเรื่องงานเพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงของตัวเองกลับมา "ฉันว่าตรงส่วนโค้งรับน้ำหนักมันอาจจะมีปัญหาเรื่องความสมดุล ถ้าเราปรับให้มัน..."
"ผมไม่ได้มองเรื่องแบบแปลนตั้งแต่เมื่อกี้แล้วล่ะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแทรกขึ้นมาดะดุดหู รินรดาชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับเขาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
กันตินันท์ถอนหายใจเบาๆ เขายอมขยับเก้าอี้เลื่อนเข้ามาใกล้ฝั่งที่เธอนั่งอยู่ทีละน้อย แววตาของพ่อหนุ่มวิศวะผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครในปฐพีตอนนี้มีความลังเลเจือปนอยู่จางๆ ชายหนุ่มยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดในสิ่งที่รินรดาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินจากปากคนอย่างเขา
"ริน... เธอรำคาญผมมากเลยเหรอเวลาที่ผมชอบบ่นเรื่องระเบียบหรือเรื่องความเป๊ะในงานของเธอ"
คำถามนั้นไม่ใช่คำสั่งสอน ไม่ใช่การประชดประชัน และไม่มีร่องรอยของการถือดีแม้แต่น้อย แต่มันคือคำถามที่เจือความไม่มั่น
รินรดาอ้าปากค้างเล็กน้อย สมองที่เคยประมวลผลคำด่าได้อย่างรวดเร็วกลับชัตดาวน์กะทันหัน เธอมองใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเชิดขึ้นด้วยความมั่นใจเสมอ แต่วันนี้เขากลับนั่งมองเธอด้วยแววตาที่รอคอยคำตอบราวกับเด็กน้อยที่กลัวว่าของเล่นชิ้นโปรดจะถูกแย่งไป
"ทำไม... อยู่ๆ ถึงถามแบบนี้ล่ะ" รินรดาถามเสียงเบา ความกวนประสาทเมื่อครู่หายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เหลือเพียงความประหม่าที่เกาะกุมหัวใจ
"ก็เพราะ..." กันตินันท์เว้นจังหวะไปชั่วครู่ ดวงตาคมเข้มทอดมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "เพราะทุกครั้งที่ผมพยายามจะดุเธอเรื่องงาน เพื่อให้ทุกอย่างมันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด... สิ่งที่ผมสนใจจริงๆ มันไม่ใช่ตัวชิ้นงานเลยริน แต่เป็นสายตาเวลาที่เธอทำหน้ามุ่ยใส่ผมต่างหาก"
ตู้ม! เหมือนมีระเบิดลูกยักษ์ลงกลางห้องประชุม รินรดารู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบvaหน้าจนร้อนผ่าว เธอนั่งตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลนไปหมด ประโยคเมื่อครรภ์มันคืออะไรกัน ทำไมจู่ๆ พ่อหนุ่มวิศวะผู้รักความเพอร์เฟกต์ถึงมาหยอดคำหวานเลี่ยนแบบนี้ใส่เธอได้เล่า!
"นาย... นายกินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่าเนี่ย กันต์!" รินรดาแกล้งทำเป็นโวยวายกลบเกลื่อนความเขินที่กำลังจะระเบิดร่าง เธอยกมือขึ้นพัดใบหน้ารัวๆ "พูดอะไรบ้าๆ ออกมาเนี่ย งานก็คืองานสิยะ จะมาเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนไม่ได้นะ!"
กันตินันท์ไม่โต้เถียง เขากลับระบายยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นละมุนละไมจนคนมองแทบละลายคาเก้าอี้ ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วค่อยๆ เดินอ้อมโต๊ะประชุมมาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่
รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติเมื่อเงาของเขาทาบทับลงมาบังแสงไฟในห้องจนมิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นความสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์ของกันตินันท์ลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินเสียงมัน
"ไม่ได้ปะปนครับ... แต่ผมแค่อยากเคลียร์ความรู้สึกตัวเองให้มันชัดเจน" กันตินันท์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับเธอกลายเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งเดียวในห้องนี้ "ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ที่ผมรู้สึกว่าความไม่สมบูรณ์แบบของเธอมันกลายเป็นสิ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิตผมไปแล้ว"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอลุกขึ้นยืนเพื่อถอยหนี แต่ทว่าขาทั้งสองข้างกลับไร้เรี่ยวแรงจนเกือบจะเซ ทว่าก่อนที่เธอจะล้มลงไป วงแขนแข็งแรงของคนตรงหน้าก็เอื้อมมาคว้าเอวบางเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มที่แดงก่ำ
ในวินาทีที่รินรดากำลังจะอ้าปากต่อว่าเขาแก้เขิน เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
*(เตือนภัยความฟิน: ข้อความแชตกลุ่ม "แก๊งนี้มีแต่คนสวย" เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ)*
**ต้นข้าว:** *วงวารยัยริน ชะตากรรมแกจะรอดเงื้อมมืออีตาวิศวะคลั่งรักคนนี้ได้กี่น้ำ! เอ้า... ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ ประกาศแต่งเลยมั้ยพวกแก!*
**กันตินันท์ (ที่แอบมองหน้าจอผ่านไหล่เธอ):** *ดีครับ... เดี๋ยวผมให้แม่ไป
สู่ขอพรุ่งนี้เลย*
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองหน้าคนพูดที่ตอนนี้แกล้งทำหน้าตาย แถมยังยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์สุดๆ ก่อนที่เธอจะทันได้ผลักอกเขาออก มือหนากลับไวกว่า คว้าโทรศัพท์มือถือของเธอไปถือไว้ แล้วกดส่งข้อความเสียงยาวเหยียดลงไปในกลุ่มแชตทันทีโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว!
"ไอ้กันต์! แกทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย!" รินรดาร้องลั่นพยายามจะแย่งโทรศัพท์คืน แต่กันตินันท์กลับชูมือขึ้นสูงเหนือหัวด้วยความได้เปรียบเรื่องความสูง
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความเสียงจากกันตินันท์ที่ถูกส่งเข้าไปในกลุ่มแชตของเพื่อนสนิท และข้อความถัดมาที่เขาพิมพ์ทิ้งไว้ก่อนจะกดล็อกหน้าจอต่อหน้าต่อตาเธอ...
*(ข้อความล่าสุดจาก กันตินันท์ ถึง รินรดา)*
*กันตินันท์: "พรุ่งนี้ว่างไหมครับ? พอดีผมต้องไปดู 'ว่าที่ภรรยา' ซ้อมออกแบบฉากที่คณะศิลปกรรมทั้งวันเลย"*
รินรดาช็อกค้าง มือที่กำลังจะตีแขนเขาตกลงข้างลำตัวทันที ใบหน้าร้อนผ่าวรากับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ ขณะที่กันตินันท์ก้มลงมาสบตาพร้อมกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำชวนใจสั่น
"เตรียมตัวรับมือกับผมให้ดีล่ะ... เพราะผมไม่ได้แค่ 'มโน' อีกต่อไปแล้วนะริน"
_____________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและอินไปกับความโบ๊ะบ๊ะของยัยรินกับนายกันต์นะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ! - ที่คั่นหนังสือสีชมพู
วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 10
สายตาที่แปลกไป
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!