"ถ้าเธอยังทำหน้าเหมือนหมางอนกระดูกแบบนั้นอีกสามวินาที ฉันจะถือว่าเธอกำลังใช้มารยาเรียกร้องความสนใจจากวิศวะรูปหล่อรatting ดีกรีเดือนคณะนะคะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดที่ปกคลุมโต๊ะไม้ตัวยาวในร้านกาแฟใต้คณะศิลปกรรม รินรดารีบดึงสายตากลับมาจากใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดของคนตรงข้าม เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงไปกับเหตุการณ์เมื่อครู่ให้กลับเข้าร่าง ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับยังเต้นรัวระรัวราวกับตีกลองเพลในงานวัด
"ใครทำหน้าเหมือนหมาไม่ทราบคะคุณกันตินันท์! พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ ปากเธอนี่มันสมกับเป็นคู่ปรับตัวฉกาจของฉันจริงๆ ประโยคแรกของวันไม่เคยมีคำว่ารื่นหูเลยสักนิด"
รินรดาแหวใส่พร้อมกับคว้าแก้วชาไทยปั่นขึ้นมาดูดจนหมดหลอด เพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่พุ่งริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนตัวโตที่นั่งไขว่ห้างกอดอกทำเป็นมองนู่นมองนี่ แต่หางตาเจ้ากรรมดันเหลือบมามองเธอก่อนจะหลบวูบอย่างมีพิรุธ
กันต์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เขายกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เก้อ ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกทั้งสองข้างวางทับบนโต๊ะ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความขี้เล่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้มาดนิ่งๆ ของหนุ่มเจ้าระเบียบ
"อ้าว ก็เห็นนั่งเงียบ เม้มปากซะจนจะเป็นเส้นตรง นึกว่ากำลังใช้ความคิดขั้นสูงว่าจะสารภาพรักฉันยังไงให้ดูไม่น่าเกลียดซะอีกค่ะคุณดีไซเนอร์"
"กันต์!" รินรดาแทบสำลักวิปครีมที่เพิ่งตักเข้าปาก เธอค้อนปะเหลือกใส่เขาจนตาแทบกลับ "นี่เธอเอาความมั่นหน้ามาจากไหนเป็นโอ่งๆ คะเนี่ย ใครเขาจะไปสารภาพรักคนอย่างเธอ ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่าตื่นค่ะตื่น! กาแฟหมดแก้วแล้วนะยะ"
"อ้าว ก็เห็นหน้าแดงซะขนาดนั้น นึกว่าเขินมุกเมื่อกี้ซะอีก..." กันต์ลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มมุมปากที่ทำเอาสาวๆ โต๊ะข้างๆ ถึงกับเหลียวมองด้วยความอิจฉา "หรือจริงๆ แล้ว... เขินจริงแต่ปากแข็งคะคุณริน"
คำพูดนั้นทำเอารินรดาถึงกับชะงัก เถียงไม่ออกไปชั่วขณะ เพราะมันดันตรงกับความจริงชนิดที่เรียกว่าแทงใจดำเป๊ะๆ เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดแซ่บๆ ตามสไตล์สาวศิลปกรรมปากแจ๋ว แต่ทว่า...
พรวด!
เสียงสำลักน้ำพุ่งพรวดออกมาจากปากของกันต์เองที่กำลังจะยกกาแฟขึ้นดื่มตาม ทันทีที่เขาเห็นสายตาคาดคั้นที่เต็มไปด้วยความรู้ทันของรินรดา พ่อหนุ่มวิศวะเจ้าระเบียบที่เคยคุมเกมมาตลอดถึงกับสำลักไอแคกๆ หน้าดำหน้าแดงจนต้องรีบคว้าทิชชูมาเช็ดโต๊ะแทบไม่ทัน
"อะ...แฮก! อะไรเนี่ย มองหน้าฉันแบบนั้นหมายความว่าไง" กันต์รีบแก้ตัวเสียงหลง ทั้งที่ใบหูแดงแจ๋ลามไปถึงต้นคอ
รินรดาที่ตอนแรกกำลังจะหงุดหงิดใส่ เปลี่ยนมาเป็นหลุดขำพรืดออกมาเสียงดังลั่นร้าน ภาพลักษณ์หนุ่มวิศวะมาดขรึมผู้เพอร์เฟกต์ในสายตาคนอื่นพังทลายไม่เป็นท่าต่อหน้าเธอในเวลานี้ รอยยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันขาวสะอาดและดวงตาที่ระยิบระยับด้วยความสะใจ ทำเอาคนมองถึงกับนิ่งงันไปชั่ววินาที
"ฮ่าๆๆๆๆ โอ๊ย คุณกันตินันท์! วิศวะปีสามผู้ทรงเกียรติ สำลักกาแฟเพราะโดนฉันมองเนี่ยนะ โคตรโป๊ะเลยคุณ!" รินรดาหัวเราะจนตัวงอ มือเรียวบางทุบโต๊ะปุๆ อย่างชอบใจ ความโกรธและความเขินอายเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวเราะใสๆ ที่ก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
กันต์นั่งมองหญิงสาวตรงหน้าที่หัวเราะจนไหล่สั่น ใบหน้าสวยหวานที่ปกติมักจะเชิดใส่เขาตลอดเวลาเวลานี้กลับสดใสเปล่งประกายอย่างไม่มีการปรุงแต่ง รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอกำลังสร้างปฏิกิริยาเคมีประหลาดบางอย่างในอกข้างซ้ายของเขา หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตอนนี้กลับรัวเร็วจbควบคุมไม่ได้
*ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงอะไร เวลาหัวเราะทำไมถึงน่ามองชะมัด*
กันต์คิดในใจ แววตาที่มองรินรดาเปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความอ่อนละมุนอย่างไม่รู้ตัว รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากโดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้ตั้งตัว เขาเผลอมองเธอนานเกินไปจนกระทั่งรินรดารู้สึกตัวและค่อยๆ หุบยิ้มลง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะเมื่อสายตาของทั้งคู่ประสานกันอีกครั้งอย่างลึกซึ้ง
"มองอะไรเล่า มีอะไรติดหน้าฉันหรือไง" รินรดาเอ่ยเสียงเบาลง ความร้อนกลับมาตีตู้ที่พวงแก้มอีกครั้งเมื่อถูกจ้องด้วยสายตาที่อบอุ่นแปลกๆ
"เปล่า..." กันต์ตอบเสียงนุ่ม แววตาไหววับ "แค่คิดว่า... เวลาเธอหัวเราะแบบเมื่อกี้ มันน่ารักดี"
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนลงทันที รินรดารีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูเพื่อหลบสายตากรุ้มกริ่มนั้น หน้าจอแสดงข้อความจากกลุ่มแชต [แก๊งนี้มีแต่คนสวยและรวยมาก] ที่เพื่อนรักอย่างต้นข้าวส่งมาปั่นประสาท
[ต้นข้าวสวยมาก]: อุ๊ยๆๆๆ แอบไปเดตสองต่อสองใต้คณะศิลปกรรม เขินจนสำลักกาแฟทั้งคู่เลยรึเปล่าคะคุณเพื่อนขาาาา เล่าด่วน! ฉันเห็นนะยะ!
รินรดากัดริมฝีปากล่างด้วยความหมั่นไส้เพื่อนสนิท พิมพ์ข้อความตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความลืมตัว
[Rin_Rada]: ยัยข้าวบ้า! ใครเดตกับตาบ้านี่ ประสาท! ละเนี่ย รำคาญหน้ามันมาก อยากจะจับเอาหัวโขกเสาไฟแถวนี้สักรอบสองรอบ หมั่นไส้ความมั่นหน้า!
พิมพ์เสร็จเธอก็กดส่งทันทีโดยไม่ทันสังเกตว่า... มือหนาของคนตรงข้ามเอื้อมมาคว้าโทรศัพท์มือถือของเธอไปถือไว้ในมือเรียบร้อยแล้ว!
"อะ... เฮ้ย! เอาคืนมานะกันต์!" รินรดาอุทานลั่น รีบยืดตัวจะแย่งโทรศัพท์คืน แต่กันต์กลับชูโทรศัพท์ขึ้นสูงเหนือหัว ด้วยความที่ส่วนต่างความสูงทำให้เธอเอื้อมไม่ถึงแม้จะยืนขึ้นเต็มความสูงก็ตาม
กันต์ก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ที่เพิ่งเด้งข้อความด่าเขาหมาดๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่เขาจะพิมพ์ข้อความตอบกลับในแชตกลุ่มของรินรดาดด้วยความรวดเร็วโดยที่เธอไม่มีโอกาสได้ห้ามทัน
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นสิ่งที่นิ้วเรียวยาวของเขากำลังกดส่งหาเพื่อนในกลุ่ม...
[Kuntinun]: *ส่งรูปภาพ* (รูปกันต์กำลังนั่งยิ้มกวนประสาทข้างๆ รินรดาที่หน้าแดงก่ำ)
[Kuntinun]: "รำคาญหน้าผม แต่ตอนนี้หน้าแดงมากเลยนะครับคุณดีไซเนอร์ เดี๋ยวผมพาไปเลี้ยงชานมไข่มุกปลอบใจนะ ห้ามปฏิเสธด้วย เพราะผมรู้ว่าเธอแอบเขินผมอยู่"
"กรี๊ดดดด! อีกันต์ ไอ้คนฉวยโอกาส คืนมือถือฉันมาเดี๋ยวนี้นะโว้ยยยย!"
ที่คั่นหนังสือสีชมพูขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมอมยิ้มและใจสั่นไปกับความโบ๊ะบ๊ะของคู่นี้ด้วยนะคะ!
วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 12
มุกตลกที่ทำให้ใจสั่น
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!