เสียงแจ้งเตือนไลน์กลุ่มโปรเจกต์ ‘ศิลปกรรม X วิศวะ: ตึกถล่มเพราะเรารักกัน’ (ซึ่งรินรดาเป็นคนตั้งชื่อเองด้วยความหมั่นไส้ส่วนตัว) ดังขึ้นรัว ๆ เป็นจังหวะสามช่า ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าของวันอาทิตย์ วันที่มนุษย์ปกติเขาควรจะได้นอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่น ๆ ไม่ใช่มานั่งตาค้างอยู่หน้าจอโทรศัพท์พร้อมกาแฟดำเข้มข้นแก้วโตแบบนี้
รินรดากัดริมฝีปากตัวเองเบา ๆ ขณะเลื่อนอ่านข้อความที่ค้างคาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน
**กันตินันท์**: *รับทราบครับ... ที่รัก เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันแปดโมงเช้าที่เดิมนะครับ ห้ามเลทนะ*
ให้ตายเถอะ! คำว่า ‘ที่รัก’ นี่มันหลุดออกมาจากสมองส่วนไหนของนายวิศวะเจ้าระเบียบคนนั้นกันนะ เผลอแป๊บเดียว สมาชิกคนอื่นในกลุ่มเริ่มทยอยตื่นและเข้ามาส่องมหรกรรมความมึนงอกันอย่างพร้อมเพรียงราวกับนัดกันมา
**ต้นข้าว**: *อุ๊يส์... กลิ่นความรักมันลอยทะลุจอออกมาเลยค่ะคุณผู้ฟัง นี่ฉันตื่นมาเจออะไรเนี่ย ริน แกอธิบายด่วน!*
**ไอ้ปั้น (วิศวะ)**: *เฮ้ย ไอ้กันต์! มือลั่นหรือสมองลั่นวะเพื่อน ปกติเห็นมันนิ่งเป็นหุ่นยนต์ทาสแมว แต่นี่ถึงขั้นพิมพ์หยอดกลางกลุ่มโปรเจกต์ ดีนะอาจารย์ที่ปรึกษายังไม่เข้ากลุ่ม ไม่งั้นมีหวังโดนแซوจนต้องย้ายภาควิชาหนีแน่*
**กันตินันท์**: *พิมพ์ถูกแล้วครับ ไม่ได้ลั่น*
รินรดาแทบจะพ่นกาแฟพุ่งใส่หน้าจอ มือเรียวรีบพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความเร็วแสงเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของสาวคณะศิลปกรรมผู้ไม่เคยยอมแพ้ใคร
**รินรดา**: *@กันตินันท์ ประสาทกลับเหรอคะคุณกันต์ ใครที่รักคุณ ทุเรศมากนะ ลบข้อความเดี๋ยวนี้เลย! แล้วเลิกเรียกฉันแบบนั้นด้วย ขนลุกจนจะกลายร่างเป็นตุ๊กแกอยู่แล้วค่ะ*
**กันตินันท์**: *ก็พูดความจริง... เอ้ย หมายถึง พิมพ์ความจริง จะให้ลบทำไม ในเมื่อตกลงกันไว้แล้วว่าต้องดูแลกันให้ดีตลอดโปรเจกต์นี้*
**ต้นข้าว**: *โอ้โหหหหห มีการตกลงกันด้วย! ริน แกแอบไปดีลอะไรกับพ่อหนุ่มวิศวะคนนี้มาคะเนี่ย เล่ามาเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นฉันจะเอาภาพสมัยปีหนึ่งที่แกใส่ชุดนอนลายเป็ดเหลืองไปประจานลงเพจคณะ*
**รินรดา**: *ไอ้ข้าว! แกอย่ามามั่ว นายนี่ต่างหากที่เพ้อเจ้อไปเอง ฝันกลางวันอยู่หรือไงคะคุณหนูวิศวะ ตื่นค่ะ! ตื่น! แดดส่องก้นแล้ว*
รินรดากระแทกนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ด้วยความหมั่นไส้จนหน้าจอแทบร้าว นึกภาพใบนิ่งสนิทใส่แว่นกรอบทองของกันตินันท์ออกเลยว่าตอนนี้เขากำลังทำหน้าแบบไหนอยู่—คงจะเป็นไอ้ท่าทางกอดอก มุมปากกระตุกยิ้มหยันนิด ๆ แบบที่ชอบทำเวลาคิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นแน่ ๆ
ผู้ชายอะไร น่ารำคาญเป็นบ้า! ทั้งเจ้าระเบียบ จุกจิก เรื่องเยอะ แถมยังชอบทำตัวเหมือนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเธอ ทั้งที่รู้จักกันได้ไม่ถึงอาทิตย์ดีด้วยซ้ำ
แต่ในขณะที่รินรดากำลังจะพิมพ์ข้อความยาวเหยียดเพื่อด่ากราดความมโนขั้นสุดยอดของเขาให้จบ ๆ ไป ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมาตัดหน้าเสียก่อน
**กันตินันท์**: *แปดโมงเช้า... ห้ามเลทนะครับรินรดา ถ้าเลท ผมจะไปลากตัวถึงเตียงจริงๆ ด้วย*
**รินรดา**: *โรคจิต!*
รินรดาสบถออกมาเสียงดังลั่นห้องนอนคนเดียว โชคดีที่เจ้าแมวเปอร์เซียตัวอ้วนกลมชื่อ ‘เต้าหู้’ ที่นอนขดอยู่ปลายเตียงสะดุ้งตื่นแล้วส่งเสียงร้อง ‘เหมียว’ ประท้วงที่เธอไปรบกวนเวลาอันเป็นสุขของมัน หญิงสาวจึงต้องสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ กลับมาจัดการกับความดันโลหิตที่พุ่งสูงปรี๊ดตั้งแต่เช้าตรู่
เธอไม่ใช่คนยอมคน และยิ่งไม่มีทางยอมให้ไอ้มนุษย์วิศวะหน้าหล่อแต่ปากเสียคนนั้นมาปั่นหัวเล่นได้เด็ดขาด!
เก้าโมงเช้า... ณ คาเฟ่ใต้ตึกคณะศิลปกรรม สถานที่นัดหมายสำหรับการประชุมกลุ่มย่อยครั้งแรก
รินรดาก้าวเข้ามาในร้านด้วยชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นเซอร์ ๆ กับเสื้อยืดสีขาวลายกราฟิกฝีมือเธอเอง ปล่อยผมยาวสลวยยุ่งเหยิงนิด ๆ ตามสไตล์สาวติสต์ผู้ไม่เคยแคร์โลก เธอกวาดสายตามองหากลุ่มเพื่อนสนิทและ... เอ่อ เป้าหมายของการพิพาทในเช้าวันนี้
และเธอก็เห็นเขานั่งอยู่ตรงมุมห้อง...
กันตินันท์นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้โซฟาตัวยาว เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามประสาคนออกกำลังกาย บนโต๊ะตรงหน้ามีแท็บเล็ตเปิดหน้าจอแบบแปลนตึกที่พวกเขารับผิดชอบอยู่ พร้อมกับแก้วลาเต้ร้อนที่ยังมีไอควันลอยกรุ่น เขากำลังก้มหน้าก้มตาจดอะไรบางอย่างลงในสมุดโน้ตปกหนังสีดำอย่างตั้งอกตั้งใจ จนกระทั่งเงยหน้าขึ้นมาสบตาเข้ากับเธอพอดี
ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตานั้นไหววับวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากที่รินรดาเกลียดนักเกลียดหนา
"มาสายไปหนึ่งชั่วโมงกับอีกสิบห้านาทีนะครับ... ที่รัก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะ โดยไม่มีการทักทายแบบมนุษย์มนาทั่วไป
รินรดากลอกตาขึ้นฟ้าจนแทบจะเห็นเส้นเลือดฝอยในสมอง เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างแรงจนแก้วน้ำในมือสั่นกระเพื่อม
"หนึ่งชั่วโมงสิบห้ามนาทีอะไรของคุณคะคุณกันต์ ฉันนัดตอนเก้าโมงครึ่งต่างหากล่ะคะ นายนั่นแหละที่มานั่งรอเป็นหมาเฝ้าตึกตั้งแต่แปดโมงเอง ใครใช้ให้มาไม่ทราบ!" เธอสวนกลับทันควัน เสียงใสเริ่มยกระดับความดังขึ้นจนโต๊ะข้าง ๆ หันมามอง
"ก็ในแชตผมบอกว่า..." กันตินันท์ทำท่าจะเถียง แต่รินรดายกมือขึ้นเบรกหน้าตาย
"ในแชตคุณเพ้อเจ้อไปเองคนเดียวค่ะ! ฉันไม่ได้ตกลงอะไรด้วยสักหน่อย อย่ามามโนเอาเองนะยะ" เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี แม้ว่าหัวใจเจ้ากรรมจะเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งเมื่อกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ เจือกลิ่นกาแฟลอยมาแตะจมูก
กันตินันท์ถอนหายใจเบา ๆ เขาลดแท็บเล็ตในมือลงแล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้โต๊ะเล็กน้อย สายตาคู่นั้นมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกบางอย่างที่รินรดาอ่านไม่ออก
"โอเคครับ... ไม่เถียงเรื่องเวลาแล้วก็ได้ แต่เรื่องที่ตกลงกัน... ผมไม่ได้มโนนะรินรดา คุณจำไม่ได้เหรอว่าเมื่อคืนใครเป็นคนบอกผมว่า..."
"หยุดเลยนะคะ!" รินรดาร้องลั่น หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องบลัชออนช่วย เมื่อนึกถึงข้อความบ้า ๆ ที่เธอเผลอพิมพ์ไปตอนตีสองครึ่งเพราะความเบลอ
**รินรดา**: *งั้นพรุ่งนี้แกมาDrivethruซื้อกาแฟให้ฉันด้วยนะกันต์ ถ้าไม่มีคาเฟอีนเข้าร่าง ฉันจะหยุมหัวแกแน่*
นั่นแหละ... ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด! เธอดันไปพิมพ์ท้าทายอำนาจมืดของเขาเอง จนโดนอีกฝ่ายย้อนรอยเอาซะเละเทะ
"นั่นมันเรื่องกาแฟต่างหากเล่า! ไม่ได้หมายความว่าให้มาทำตัวเป็นเจ้าชีวิตฉันสักหน่อย!" เธอกัดฟันกรอด พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น
กันตินันท์หัวเราะในลำคอเบา ๆ เป็นเสียงที่เซ็กซี่เป็นบ้า—ให้ตายเถอะ รินรดาแอบด่าตัวเองในใจที่ดันไปชมผู้ชายปากจัดคนนี้—เขายื่นถุงกระดาษแบรนด์โปรดของเธอมาวางไว้ตรงหน้า พร้อมกับแก้วกาแฟเย็นหวานน้อยที่เจาะหลอดเรียบร้อย
"กาแฟคาราเมลมาดิอาโต้ หวานน้อย... ตามสั่งครับคุณดีไซเนอร์ปากแจ๋ว" เขายิ้มละมุน ชนิดที่ถ้าเป็นสาวอื่นคงละลายกองไปกับพื้นร้านแล้ว แต่สำหรับรินรดา... มันคือการยั่วโมโหขั้นสุด!
เธอมองถุงกาแฟสลับกับใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างระแวง "ซื้อมาทำไมคะ ใส่ยาพิษหรือเปล่าเนี่ย"
"ถ้าใส่ยาพิษ คุณคงเป็นศพแรกที่ผมยอมให้ตายบนตักล่ะมั้ง"
"อีตาบ้า!" รินรดาส,ทอุทานออกมาเสียงดังลั่นจนต้นข้าวที่เพิ่งเดินเข้าร้านมาต้องรีบวิ่งเข้ามาสะกิดแขนเพื่อนสนิท
"อุ๊ย ๆ ๆ มีการซื้อน้ำมาเอาใจด้วย แกสองคนเคลียร์อะไรกันเสร็จยัง ไหนบอกว่าเกลียดขี้หน้ากันไงวะ ทำไมตอนนี้บรรยากาศมันสีชมพูฟรุ้งฟริ้งชอบกล" ต้นข้าวทำตาโต แซวเสียงดังจนคนในร้านหันมามองเป็นตาเดียว
รินรดารีบหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิท "สีชมพูบ้าอะไรของแกข้าว สีเลือดสิไม่ว่า!"
กันตินันท์ยิ้มกริ่ม เขาไม่ได้โต้ตอบอะไร ปล่อยให้รินรดาโวยวายใส่เพื่อนต่อไป ส่วนตัวเองก็นั่งเท้าคางมองท่าทางฮึดฮัดของหญิงสาวด้วยสายตาที่อบอุ่นและเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด—สายตาที่ทำเอารินรคารู้สึกเหมือนโดนความร้อนแผดเผาจนหายใจไม่ทั่วท้อง
และในจังหวะที่ทุกคนกำลังก้มหน้าก้มตาเปิดแบบแปลนเพื่อเริ่มงานจริงจัง เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือของกันตินันท์ก็ดังขึ้น
เขาก้มลงมองหน้าจอเพียงเสี้ยววินาที สีหน้าที่เคยผ่อนคลายและขี้เล่นเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมทันที ดวงตาคมกริบหันไปมองนอกกระจกร้านราวกับกำลังระแวดระวังอะไรบางอย่าง
รินรดาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย "เป็นอะไรของคุณคะ หน้าเครียดยิ่งกว่าตอนตรวจโครงสร้างตึกอีก"
กันตินันท์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศสนุกสนานเมื่อครู่ดิ่งวูบลงในพริบตา
"ริน... คนที่คุณไม่อยากเจอที่สุดในชีวิตตอนนี้ กำลังเดินมาทางนี้แล้วครับ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโบ๊ะบ๊ะและเขินตัวบิดไปด้วยกันนะคะ เลิฟยูว์ค่ะ! ❤️
วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 2
สงครามแชตที่ไม่เคยสงบ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!