วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 3

เมื่อวิศวะพยายามเข้าใจศิลปะ

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
เส้นโค้งของวงเวียนน้ำพุหน้าคณะศิลปกรรมศาสตร์ในยามบ่ายนี้ กำลังทำหน้าที่เป็นลานประหารชีวิตขนาดย่อม สำหรับวิศวกรผู้มีความมั่นใจในตัวเองสูงส่งถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ แต่กลับเหลือศูนย์เปอร์เซ็นต์ทันทีที่ดินสอเอชบีในมือหักดังเป๊าะเป็นรอบที่สี่ "กันต์... นี่คือวิชาออกแบบกราฟิกแฟชั่น ไม่ใช่วิชาคำนวณหาค่าความเค้นของคานเหล็กนะคะคุณขา" รินรดาถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่ร้อยของวัน นิ้วเรียวยาวที่เปื้อนฝุ่นถ่านชาร์โคลชี้ไปยังกระดาษวาดเขียนขนาดเอทูบนกระดานรองวาดของพ่อหนุ่มวิศวะเจ้าระเบียบ ที่ตอนนี้กำลังขมวดคิ้วมุ่นจนหว่างคิ้วแทบจะผูกกันเป็นโบว์ หน้าตาเคร่งเครียดราวกับกำลังกู้ระเบิดเวลา ไม่ใช่การร่างเส้นโครงสร้างเสื้อผ้าคอลเลกชันฤดูร้อน "ก็ระนาบมันไม่ได้นี่ริน" กันตินันท์เถียงเสียงแข็ง แว่นสายตาขอบโลหะเลื่อนลงมาอยู่ที่ปลายจมูกเพราะเจ้าตัวเผลอดันมันแรงเกินไป "ผมคำนวณมุมองศาของแขนเสื้อแจ็คเก็ตเดนิมตัวนี้ตามหลักเรขาคณิตแล้วนะ ทำไมปลายแขนมันถึงตกท้องช้างล่ะ หรือกระดาษของรินมันได้มาตรฐาน มอก. หรือเปล่าเนี่ย" "อีตาวิศวะบ้า!" รินอยากจะปาทับหลังใส่หัวทุยๆ นั่นสักทีให้หายหมั่นไส้ "เสื้อผ้ามันต้องมีความพริ้วไหว มีชีวิตชีวา ไม่ใช่แข็งทื่อเป็นแท่งคอนกรีตเสริมเหล็กแบบที่เธอชอบทำ ถ้าร่างออกมาแล้วใส่แล้วแขนหักพับเป็นมุมฉาก ใครเขาจะกล้าใส่เดินสยามกันคะ!" บรรยากาศรอบโต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มต้นหูกวางเต็มไปด้วยเสียงหัวคิกคักของเพื่อนๆ คณะศิลปกรรมที่แวะเวียนมาแซวคู่กัดประจำตึก สองคนนี้มักจะมีเคมีประหลาดๆ ชวนให้ลุ้นอยู่เสมอ คนหนึ่งคือดีไซเนอร์สาวปากแจ๋วที่เกลียดกรอบเกณฑ์ แต่อีกคนกลับเป็นหนุ่มวิศวะผู้ยึดมั่นในสูตรคำนวณและระเบียบวินัยแบบสุดโต่ง ทว่าช่วงนี้กลับยอมลงทุนแบกกระเป๋าเป้ข้ามตึกมานั่งหลังขดหลังแข็งอยู่ในดงสีน้ำและกลิ่นอะคริลิกทุกเย็น เพียงเพราะคำท้าทายโง่ๆ ที่ว่า... *'แน่จริงก็มาลองวาดให้ดูสักตั้งสิยะ'* กันต์เม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ เขายอมรับก็ได้ว่าตัวเองกำลังหัวเสีย ไม่ใช่เพราะวาดรูปไม่สวย แต่เป็นเพราะสายตาสีน้ำตาลคู่สวยที่กำลังมองมาต่างหาก ที่ทำให้มือไม้ของเขาพาลสั่นเทาอย่างไร้เหตุผล รินรดานั่งเบียดเข้ามาใกล้จนไหล่ของเราชนกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกฟรีเซียผสมกับกลิ่นสีน้ำจางๆ ลอยเข้าจมูกจนสมาธิที่สะสมมาทั้งชีวิตกระเจิงหายไปหมด "ขยับมานี่สิคะ..." เสียงหวานเอ่ยบ่นอุบอิบแต่มือบางกลับเอื้อมมาจับข้อมือของเขาไว้ เพื่อปรับองศาการจับดินสอเสียใหม่ "จับแบบนี้ค่ะ ไม่ใช่กำแน่นเหมือนจะไปต่อยตีกับใครที่ไหน ผ่อนคลายมือหน่อย... ปล่อยใจให้สบายเหมือนเวลาฟังเพลงแจ๊ส ไม่ใช่ฟังเสียงเครื่องจักรในโรงงาน" สัมผัสอุ่นๆ จากปลายนิ้วของรินที่ทาบทับลงบนหลังมือของกันต์ ทำให้หัวใจในอกข้างซ้ายของพ่อหนุ่มระเบียบจัดกระตุกวูบอย่างแรง กันต์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ได้อย่างรวดเร็ว กลับหยุดทำงานกะทันหัน ภาพตรงหน้าไม่ใช่กระดาษวาดเขียนอีกต่อไป แต่เป็นแพขนตางอนงาม ริมฝีปากสีพีชที่ขยับบ่นงึมงำ และกลิ่นอายความใกล้ชิดที่ทำเอาอุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ *ตึกลัก... ตึกลัก...* เสียงหัวใจเต้นดังเสียจนกันต์กลัวว่าคนข้างๆ จะได้ยิน เขาแอบเหลือบมองเสี้ยวหน้าของรินที่กำลังตั้งอกตั้งใจสอนเขาอย่างจริงจัง ยัยนี่... รู้ตัวบ้างไหมนะว่ากำลังทำให้อาการโรคหัวใจของเขา กำเริบหนักแค่ไหน ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความเงียบงันแปลกๆ เสียงเตือนข้อความในสมาร์ทโฟนของรินก็ดังขึ้น ทำลายมนต์สะกดนั้นลงทันที รินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะผละมือออกแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู *(กลุ่มแชต: สมาคมคนรักเด็กช่าง & แอบส่องผู้)* **ต้นข้าว:** @รินรดา อีริน! แกอยู่ไหน ยัยคุณหนูคณะศิลปกรรม! **ต้นข้าว:** มีคนตาดีเห็นวิศวะสุดเนิร์ดคณะอื่น ข้ามเขตมานั่งเฝ้าแกถึงถิ่นอีกแล้วนะยะ แหมๆๆๆ ตึกสถาปัตย์หรือวิศวะเนี่ย มันช่างเดินทะลุกันง่ายจังน้าาา **รินรดา:** เฝ้าบ้าอะไรเล่า ยัยข้าว! เขากำลังหัดวาดรูปต่างหาก ยัยนี่หนนิ! **ต้นข้าว:** วาดรูปหรือวาดใจจ๊ะแม่ ประธานรุ่นวิศวะปีสามผู้ไม่เคยชายตาแลใคร ยอมมานั่งดมกลิ่นทินเนอร์เนี่ยนะ ถ้าไม่ใช่เพราะจีบแก ฉันเอาหัวสุนัขชนเสาไฟฟ้าเลยเอ้า! **รินรดา:** (สติกเกอร์รูปแพนด้าเอาเท้ากุมขมับ) รินรีบคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงทันที แก้มเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหูอย่างปิดไม่มิด เธอนั่งตัวเกร็ง ขยับตัวออกห่างจากกันต์เล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า ส่วนกันต์ที่แอบเหลือบเห็นข้อความในแชตผ่านหางตา (เพราะหน้าจอโทรศัพท์เอียงมาทางเขาพอดี) หัวใจก็เต้นรัวยิ่งกว่าเดิม ความคิดตีกันยุ่งเหยิงในหัว *'ต้นข้าวพูดจริงเหรอวะ? หรือว่า... เรากำลังจีบเขาอยู่จริงๆ แบบไม่รู้ตัว?'* "อะ...แฮ่ม!" กันต์กระแอมไอแก้เก้อ พยายามทำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเพื่อปกปิดความพิรุธ "เพื่อนริน... แซวอะไรแปลกๆ นะครับ" "ช่างยายข้าวเถอะค่ะ ชอบพูดจาเพ้อเจ้อไปเรื่อยเปื่อย" รินรีบปฏิเสธเสียงสูง ใบหน้าร้อนผ่าวจนต้องแกล้งก้มหน้าก้มตาเก็บดินสอลงกล่องดินสอเพื่อหลบสายตาคมกริบที่มองตรงมา กันต์มองท่าทางพิรุธของหญิงสาวแล้วเผลอยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ความกล้าที่สะสมมานานนับเดือนพุ่งทะยานขึ้นถึงขีด300เปอร์เซ็นต์ในชั่วพริบตา นิ้วเรียวของเขาเลื่อนหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาอย่างเงียบๆ เปิดหน้าต่างแชตส่วนตัวที่ไม่ได้ส่งข้อความหาใครคนนี้นานแล้ว นิ้วมือพิมพ์ข้อความยาวเหยียดลงไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันยับยั้งชั่งใจ *(แชตส่วนตัว: Gun_Kantinan)* **กันต์:** รินครับ... ที่ต้นข้าวพูดเมื่อกี้... มันก็ไม่ได้ผิดทั้งหมดหรอกนะ พิมพ์เสร็จ กันต์ก็กดส่งไปทันทีแบบไม่ต้องคิดชีวิต! แต่ทว่า... ทันทีที่ข้อความขึ้นสถานะว่า 'ส่งแล้ว' และอีกฝ่ายก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ กันต์ก็เพิ่งตระหนักได้ว่า... *ฉิบหายแล้ว! นี่เขากำลังสารภาพรักผ่านแชตตอนที่นั่งอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบเนี่ยนะ!* กันต์หน้าซีดเผือด รีบยื่นมือคว้าโทรศัพท์มือถือของตัวเองกลับมาแล้วกดปุ่ม 'ยกเลิกข้อความสำหรับทุกคน' อย่างลนลาน มือไม้สั่นเทา เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ทว่า... นิ้วเจ้ากรรมดันกดพลาดไปโดนปุ่ม 'ลบเฉพาะฉัน' แทน! ข้อความสารภาพรักกึ่งกำกวมนั้นยังคงเด่น hơ hơ อยู่บนหน้าจอของรินรดาอย่างชัดเจน... และเธอกำลังเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาพอดีด้วยแววตาที่สั่นระริก "กันต์..." เสียงหวานเอמהแผ่วเบาราวกับกระซิบ ขณะที่ริมฝีปากอิมเมจสั่นระริกเล็กน้อย "เมื่อกี้... เธอหมายความว่ายังไงนะคะ?" รินรดาแทบไม่กล้าหายใจเมื่อเห็นรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่มุมปากของหนุ่มวิศวะผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อสิ่งใด... ยกเว้นหัวใจของเธอเอง ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักแบบมึนๆ ของนายวิศวะคนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%