วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 25

ย้อนกลับไปที่ความขัดแย้ง

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"ถ้าโปรเจกต์นี้พังเพราะความสะשלุของเธอเมื่อปีที่แล้ว ฉันบอกไว้เลยนะคะว่าเราคงไม่ต้องคุยกันอีก" น้ำเสียงของกันตินันท์ไม่ได้ดังเลยสักนิด แต่ความเย็นชาที่เคลือบอยู่ทุกพยางค์นั้นเฉียบคมเสียจนรินรดาที่กำลังง้างปากจะเถียงกลับต้องชะงักค้าง ร่างเพรียวในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์사이즈ยืนแข็งทื่ออยู่กลางห้องสตูดิโอคณะศิลปกรรม แฟ้มผลงานดีไซน์โครงสร้างเฟอร์นิเจอร์เล่มหนาถูกวางกระแทกจองพื้นที่บนโต๊ะไม้สักจนเกิดเสียงดัง *ตุบ* สะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันของบ่ายวันพุธ ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้มีความสามารถพิเศษในการทำให้เส้นเลือดในขมับของเธอเต้นตุบๆ ได้ภายในเวลาไม่ถึงสามวินาทีเสมอสินะคะ! "เดี๋ยวก่อนนะคะคุณกันตินันท์! สะשלุตรงไหนไม่ทราบคะ? งานชิ้นนั้นมันเป็นโปรเจกต์ประเดิมปีสองที่เราต่างคนต่างทำด้วยซ้ำ แล้วไอ้ที่ดีไซน์มันพังเนี่ย เพราะโครงสร้างทางวิศวกรรมที่ *คุณ* คำนวณพลาดต่างหากค่ะ อย่ามาโยนขี้ให้ฝั่งศิลปกรรมเด็ดขาดนะ!" รินรดาลอยหน้าลอยตาเถียงกลับ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความไม่ยอมแพ้ มือเรียวเท้าสะเอวแน่นจนข้อศอกกางออกเหมือนแม่ไก่พร้อมชน กันตินันท์ถอนหายใจยาวพรืด ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงอยู่เสมอยามอยู่ในโหมดจริงจังหันขวับมามอง เธอสบตาเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้ลึกๆ แล้วหัวใจเจ้ากรรมจะเต้นรัวจนแทบจะกระโจนออกมานอกอกยามที่ระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันลดลงเหลือเพียงก้าวเดียวแบบนี้ นี่คือบททดสอบจากนรกชัดๆค่ะ! ในเมื่อเทศกาลส่งมอบงานศิลป์ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์กำลังจะเปิดฉากขึ้นในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ปรากฏว่าทางกรรมการกลางดันขุดคุ้ยโปรเจกต์เก่าเมื่อปีมะโว้ที่เคยทำร่วมกันขึ้นมาเป็นเกณฑ์ประเมินรอบตัดสิน และนั่นก็หมายความว่า... คู่กัดเบอร์หนึ่งอย่างเขาและเธอต้องกลับมาติดแหง็กทำงานร่วมกันอีกครั้งในสถานการณ์ที่บีบคั้นหัวใจที่สุด "คำนวณพลาดเหรอคะริน?" กันตินันท์ยักคิ้วข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นมานั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนเธออยากจะเอาแฟ้มผลงานฟาดหน้าหล่อๆ นั่นสักทีสองที "จำไม่ได้หรือไงคะว่าใครเป็นคนยืนยันหัวเด็ดตีนขาดว่าอยากได้ดีไซน์โค้งมนแบบฟรีฟอร์ม จนทำให้ค่ารับน้ำหนักมันเพี้ยนไปหมด เพราะความติสต์แตกไร้ขอบเขตของเธอนั่นแหละค่ะที่ทำให้ผมต้องมานั่งแก้โมเดลจนแทบไม่ได้นอนติดต่อกันสามวันสามคืน" "อ้าว! ก็มันเป็นงานศิลปะนี่คะ จะให้มานั่งตีตารางสี่เหลี่ยมแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์แบบที่คุณชอบ มันก็ไร้ชีวิตชีวาแย่สิคะคุณวิศวกรผู้เคร่งครัด!" รินรดาเถียงเสียงแข็ง พยายามก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเมื่อร่างสูงใหญ่ของคนตรงAเดินเข้าประชิดเพื่อกดดัน บรรยากาศรอบตัวเริ่มอบอวลไปด้วยความอึดอัดปนประหม่าที่ทั้งคู่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเกรี้ยวกราด เคมีของคู่กัดคู่นี้มักจะเป็นแบบนี้เสมอค่ะ... เถียงกันทีไรเป็นต้องจบลงด้วยการจ้องตากันจนใจสั่นทุกที *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ในกระโปรงยีนส์ดังขึ้นท่ามกลางสงครามประสาท รินรดาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบควักมือถือออกมาเพื่อหลบสายตาดุๆ ของพ่อหนุ่มเจ้าระเบียบตรงหน้า **[Chat Group: แก็๊งคนสวยขาและอีรินผู้รอดตาย (3)]** **ต้นข้าว:** อีริน! เป็นไงบ้างวะแก คุณชายกันต์สุดเนี๊ยบเขาอ้าปากกินหัวแกไปถึงไหนแล้ว? **ต้นข้าว:** ได้ข่าวว่าโปรเจกต์เก่าตัวนั้นกลับมาหลอกหลอนแกอีกรอบนี่ ฮ่าๆๆ กรรมตามสนองชะมัด! **รินรดา:** แกไม่ต้องมาซ้ำเติมฉันเลยยัยต้นข้าว! หมอนี่กำลังทำหน้าเหมือนอยากจะจับฉันโยนออกนอกหน้าต่างอยู่เนี่ย ช่วยด้วยยยย **ต้นข้าว:** โยนออกหน้าต่างหรืออุ้มเข้าห้องกันแน่แกรรร 🤭 เคมีมันได้มากนะคู่นี้ ฉันเชียร์ให้ลงเอยกันมาสามปีละ จัดไปสักป้าบสิแก! รินรดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ พิมพ์ตอบเพื่อนสนิทด้วยความหมั่นไส้ *'จัดบ้านแกสิยัยข้าว!'* ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อพบว่ากันตินันท์ไม่ได้ยืนอยู่ตรงโต๊ะแล้ว แต่เขากลับมายืนซ้อนอยู่ด้านหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้! ลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ที่ต้นคอระหง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ เจือกลิ่นกระดาษและกาแฟอ่อนๆ ลอยเข้ามารบกวนโสตประสาทจนเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "แชทกับใครอยู่เหรอคะ... ดูยุ่งเหยิงจนหน้าดำครึมเชียวนะคะคุณดีไซเนอร์" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหูจนขนลุกซู่ รินรดารีบกดล็อกหน้าจอมือถือแล้วซ่อนไว้ข้างหลังทันที ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องแสร้งทำเป็นหันไปจัดแจกันดอกไม้บนโต๊ะเพื่อกลบเกลื่อนอาการพิรุธ "เรื่องส่วนตัวค่ะ! คุณมีสิทธิ์อะไรมาแอบดูโทรศัพท์ชาวบ้านคะเนี่ย ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย" "ไม่มีมารยาทเหรอคะ?" กันตินันท์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างน่าสงสัย เขายื่นมือเรียวยาวไปหยิบแฟ้มงานบนโต๊ะขึ้นมาพลิกเปิดดูผ่านๆ สายตาคมกริบกวาดมองลายเส้นดีไซน์ที่เธอร่างไว้เมื่อหลายปีก่อน "แต่ก่อนหน้านี้... ในสมุดสเก็ตช์เล่มเก่าของเธอนี่แหละ ที่มีรูปวาดล้อเลียนหน้าผมแปะไว้อย่างโจ่งแจ้ง แถมยังเขียนกำกับไว้ด้วยนะคะว่า *'อีตาบ้ากันต์คนซึน'*... แบบนี้เขาเรียกว่ามีมารยาทหรือเปล่าคะ?" โอH แม่เจ้า! รินรดารู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ สมุดสเก็ตช์เล่มนั้นเธอนึกว่าทำหายไปตั้งแต่ปีสองแล้วนะ! ทำไมมันถึงไปอยู่ในมือเขาได้ล่ะคะเนี่ย! ใบหน้าหวานซ่านสีแดงจัดลามไปถึงใบหู รินรดาอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก สมองประมวลผลไม่ทันกับจังหวะรุกฆาตของพ่อหนุ่มวิศวกรผู้แสนจะเจ้าเล่ห์คนนี้เลยสักนิด จากที่เคยเป็นฝ่ายรุกไล่เมื่อกี่นี้ กลายเป็นว่าเธอกลับตกเป็นฝ่ายจนมุมเสียเอง "นะ... นั่นมันของเก่าโบราณคร่ำครึแล้วค่ะ! คุณไปคุ้ยขยะที่ไหนมาเนี่ย เอาคืนมานะ!" รินรดากระโดดเหยงๆ พยายามจะคว้าสมุดเล่มนั้นคืน แต่มีหรือที่คนตัวสูงกว่าจะยอมให้คว้าได้ง่ายๆ กันตินันท์ชูสมุดขึ้นเหนือหัวด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็คว้าข้อมือบางของเธอไว้เบาๆ ไม่ให้ขยับหนี ระยะห่างระหว่างกันและกันตอนนี้ใกล้เสียจนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันเต้นแข่งกัน รินรดานิ่งค้างไปเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่พราวระยับด้วยประกายความอบอุ่นและความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่สายตาของการเอาชนะ... แต่มันคือสายตาที่กำลังบอกเล่าเรื่องราวบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ความขัดแย้งตลอดสามปีที่ผ่านมา "ผมไม่ได้คุ้ยขยะหรอกนะคะ..." กันตินันท์กระซิบแผ่วเบา ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของเธอจนสั่นสะท้านไปหมด "ผมเก็บรักษามันไว้อย่างดีต่างหาก... เหมือนกับความรู้สึกที่ผมมีให้เธอตั้งแต่แรกเห็นนั่นแหละค่ะ ริน..." รินรดานัยน์ตาเบิกกว้าง หัวใจกระตุกวูบตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินประโยคสารภาพรักกึ่งหยอกกึ่งจริงจังที่หลุดออกมาจากปากคนเจ้าระเบียบ สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกเลยสักนิด นึกว่าจะได้มาเคลียร์เรื่องงานเก่าๆ ให้จบสิ้น แต่ทำไมตอนจบของวันนี้มันถึงกลายเป็นฉากสารภาพรักกลางห้องสตูดิโอดื้อๆ แบบนี้ล่ะคะเนี่ย! มือบางที่ถูกกุมไว้พยายามจะดึงออกแต่ก็ถูกกระชับแน่นขึ้น รอยยิ้มละมุนที่ปรากฏบนริมฝีปากของวิศวกรหนุ่มทำให้โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุนไปชั่วขณะ... ก่อนที่นิ้วเรียวของเขาจะเลื่อนขึ้นมาแตะที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือของเธอที่ยังค้างหน้าแชทอยู่ และกดส่งข้อความเสียงบางอย่างออกไปหาเพื่อนสนิทโดยที่เธอยังไม่ทันได้ห้ามปราม! *(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)* --------------------------------------------------- ขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างและเอ็นดูเจ้าพวกเด็กดื้อคู่นี้มาจนถึงตอนนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อนะคะว่าศึกชิงหัวใจครั้งนี้จะอลหม่านขนาดไหนเมื่อข้อความลับถูกส่งออกไปแล้ว! จากใจ... ที่คั่นหนังสือสีชมพูค่ะ
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%