วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 24

ความจริงที่เริ่มเปิดเผย

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"ถ้าคุณยังยืนกรานจะเอาโต๊ะดราฟต์งานตัวนี้ไปไว้กลางห้องนั่งเล่น ฉันจะเอาปูนปลาสเตอร์เทราดหัวคุณจริงๆ ด้วยนะคะ กันตินันท์!" เสียงแหลมสูงที่เจือด้วยความหงุดหงิดระคนเอ็นดูดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นผงของห้องสตูดิโอขนาดกะทัดรัด รินรดาในชุดกันเปื้อนเลอะสีอะคริลิกกำลังใช้ด้ามแปรงทาสีชี้หน้าพ่อหนุ่มวิศวะเจ้าระเบียบผู้ยืนกอดอกทำหน้าเคร่งเครียดอยู่ข้างกองกล่องพัสดุ นี่คือบรรยากาศของการย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันอย่างเป็นทางการ—หรือจะเรียกว่าการทดลองใช้ชีวิตคู่ฉบับเด็กมหาลัยปีสาม ที่เริ่มต้นด้วยสงครามแย่งพื้นที่จัดวางเฟอร์นิเจอร์ "ก็มันเป็นทิศรับลมที่ดีที่สุดสำหรับการคำนวณโครงสร้างอากาศพลศาสตร์นะริน ถ้าวางตรงนั้น เวลาคุณนั่งสเก็ตช์ภาพ ลมจะพัดผ่านมุมองศาที่สิบหองพอดี ช่วยลดความร้อนสะสมในสมองหมูกรอบของคุณได้ตั้งสามเปอร์เซ็นต์แหนะ" กันตินันท์ลอยหน้าลอยตาตอบ พร้อมกับขยับแว่นกรอบทองที่รินรดาแอบนินทาในใจว่ามันช่างเสริมความน่าหมั่นไส้ให้เขาเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า "สมองหมูกรอบอะไรเล่า! นี่สมองดีไซเนอร์เกียรตินิยมต่างหากล่ะคะ!" รินรดาค้อนปะเหลือก เดินตึงตักเข้าไปประชิดตัวร่างสูงที่สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งคืบ มือเล็กๆ ผลอกอกกว้างเบาๆ เป็นเชิงหมั่นไส้ "คุณนี่มัน... โรคจิตเรื่องความสมบูรณ์แบบไม่มี The End จริงๆ เลยนะ ตั้งแต่วันแรกที่เจอจนถึงวันนี้ คุณไม่เคยคิดจะปล่อยให้ชีวิตมันมีรอยด่างพร้อยบ้างเลยหรือไง?" คำถามนั้นไม่ได้มีความดุร้ายเจืออยู่เลยสักนิด ตรงกันข้าม... แววตาของสาวคณะศิลปกรรมกลับไหววับด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง กันตินันท์ชะงัก รอยยิ้มกวนประสาทที่เคยประดับอยู่บนมุมปากจางหายไป ดวงตาคมกริบมองสบกับดวงตากลมโตที่ฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด ตั้งแต่คบกันมา—จากคู่กัดที่คอยจิกกัดกันในทุกคลาสเรียน จนกลายมาเป็นคนที่รู้ไส้รู้พุงยิ่งกว่าใคร รินรดานี่แหละคือคนแรกที่กล้าทุบกำแพงความเป๊ะที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องความกลัวที่จะล้มเหลว กันตินันท์ถอนหายใจยาว ยอมแพ้ความดื้อรั้นในดวงคู่นั้น เขาเอื้อมมือไปปัดเศษผงสีฟ้าที่ติดอยู่ข้างแก้มใสของอีกฝ่ายอย่างเบามือสัมผัสที่แผ่วเบาและทะนุถนอม ทำให้รินรดานิ่งค้างไปโดยอัตโนมัติ หัวใจดวงน้อยเต้นรัวผิดจังหวะจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ผมกลัวความผิดพลาด... เพราะทุกครั้งที่ผมพลาด แม่จะมองผมด้วยสายตาผิดหวังเสมอ" เสียงทุ้มต่ำเอื้อiนเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบa ไร้ซึ่งมาดกวนๆ ของนายกันต์วิศวะปากแจ๋ว เหลือเพียงตัวตนที่แท้จริงของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่แบกความคาดหวังไว้จนหลังแอ่น "แต่พอมีคุณ... ริน รอยด่างพร้อยที่คุณชอบทำหกเลอะเทอะในชีวิตผมนี่แหละ ที่ทำให้ผมรู้ว่า... โลกมันไม่ได้พังแค่เพราะทุกอย่างมันไม่เพอร์เฟกต์" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความอุ่นวาบซ่านแผ่ซ่านจากปลายนิ้วที่แตะแก้มลามไปถึงหัวใจ เธอยอมรับตรงๆ เลยก็ได้ค่ะว่า ผู้ชายคนนี้เวลานิ่งๆ แล้วมันอันตรายต่อระบบหายใจของเธอชะมัด! "พูดจาเลี่ยนแบบนี้ เดี๋ยวก็ปั๊ดเอาพู่กันจิ้มตาซะหรอก..." รินรดาพึมพำเสียงเบา แก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ไม่ใช่แค่เขาที่ยอมรับในตัวตนของเธอ แต่เธอก็เริ่มเสพติดรอยยิ้มและการดูแล จังหวะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานละมุนจนมดแทบจะเดินขบวน เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตสีเขียวก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ *(Ding!)* **ต้นข้าว (ตัวปั่นแห่งชาติ):** *ฮัลโลคู่รักข้าวใหม่ปลามัน! จัดห้องเสร็จยัง หรือกำลังจัดฉากสวีทกันอยู่ยะ? ว่าแต่วันนี้มีข่าววงในจากคณะวิศวะเว้ยแก... อีตาพี่ภูมิ รุ่นพี่ปีสี่คนที่เคยตามจีบรินตอนปีหนึ่ง กลับมาจากต่างประเทศแล้วนะ! นางบอกว่ายังมีเยื่อใยกับรินอยู่เตรียมรับมือดีๆ ล่ะ 5555* รินรดาขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่อ่านจบ เธอกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่น เหล่ตามองเจ้าของร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า ซึ่งตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลากลับบึ้งตึงลงอย่างเห็นได้ชัด รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจากตัวกันตินันท์จนอุณหภูมิในห้องลดฮวบ "พี่ภูมิเหรอ..." กันตินันท์ทวนชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นเฉียบจนน่ากลัว รอยยิ้มละมุนเมื่อครู่หายวับไปกับตา "คนที่เคยส่งดอกไม้ให้คุณทุกวันจนห้องพักแทบไม่มีที่เดินน่ะเหรอ?" "เอ่อ... คือ..." รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความหวงก้างแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ของพ่อหนุ่มวิศวะ กันตินันท์ก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว ใช้แขนแกร่งค้ำขอบโต๊ะดราฟต์ไว้ กักตัวเธอให้อยู่ในอ้อมกอดกลายๆ ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มด้วยความไม่พอใจ "จำไว้นะริน..." น้ำเสียงทุ้มต่ำคาดโทษกระซิบชิดริมหูจนคนฟังขนลุกซู่ "ไม่ว่าไอ้รุ่นพี่หน้าไหนจะกลับมา... คุณก็เป็น 'ของผม' ทั้งตัวและหัวใจ ห้ามไปยิ้มให้มันเด็ดขาด ไม่งั้นผมจะทำโทษคุณด้วยวิธีที่วิศวะเขาถนัดที่สุด!" รินรดากลืนน้ำลายเหนียวหนืด หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่ทันได้คิดว่าวิธีที่ว่านั้นคืออะไร นิ้วเรียวของเธอก็เผลอกดส่งข้อความตอบกลับในแชตกลุ่มที่ค้างอยู่โดยไม่ได้ตั้งใจเพราะความตกใจ *(ส่งข้อความ)* **รินรดา:** *กันต์... นายมันคนบ้า หึงไม่เข้าเรื่อง!* *(ระบบแจ้งเตือน: คุณได้ยกเลิกข้อความนี้)* ...แต่ทว่า มันไม่ทันเสียแล้วค่ะ เพราะข้อความนั้นเด้งโชว์หรี่ตาอ่านจากหน้าจอของกันตินันท์พอดิบพอดี! ดวงตาคมกริบของวิศวะหนุ่มหันขวับมามองหน้าเธอทันที มุมปากหยักยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นอย่างน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก "อ๋อ... ยอมรับแล้วเหรอครับว่าหึง? แล้วก็... ยอมรับแล้วสินะ ว่าเราเป็น 'ของกันและกัน' จริงๆ?" --------------------------------------------------- ขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างและเอ็นดูเจ้าพวกเด็กดื้อคู่นี้มาจนถึงตอนนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อนะคะว่าศึกชิงนางครั้งนี้จะอลหม่านขนาดไหนในตอนหน้า... จากใจ... ที่คั่นหนังสือสีชมพูค่ะ
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%