"ฉันบอกแล้วไงคะว่านายมันคือตาบ้าจอมเผด็จการที่วันๆ เอาแต่คิดเข้าข้างตัวเอง!"
เสียงก้องสะท้อนไปทั่วห้องทำงานโปรเจกต์ที่เงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปดื้อๆ สมองขาวโพลนจนคิดคำแก้ตัวไม่ออก ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นกระเบื้อง หน้าจอของมันยังคงสว่างวาบพร้อมกับข้อความยาวยืดที่เธอบรรจงพิมพ์นินทาเจ้าของห้องอย่างเผ็ดร้อน... และที่แย่ที่สุดคือ มันถูกส่งตรงไปยังแชตกลุ่ม "แก๊งนี้มีแต่คนสวย" ที่มีเพื่อนสนิทอย่างต้นข้าวและสมาชิกในคณะรวมกันเกือบสิบชีวิตเรียบร้อยแล้ว
ให้ตายเถอะ! นี่มันคือหายนะระดับชาติของดีไซเนอร์ปีสามชัดๆ!
กันตินันท์ยืนนิ่งค้างเป็นรูปปั้น หูของเขากระดิกเล็กน้อยราวกับกำลังประมวลผลข้อความมหาภัยที่เพิ่งหลุดรอดจากนิ้วเรียวสวยคู่นั้น ร่างสูงโปรดในชุดช็อปวิศวะสีเลือดหมูค่อยๆ ก้มลงหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมาอย่างใจเย็น หน้าจอแสดงผลข้อความที่ด่าทอเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความหมั่นไส้ล้วนๆ
แต่แทนที่จะโกรธเกรี้ยวหรือหัวเสียอย่างที่ควรจะเป็น มุมปากหยักลึกกลับค่อยๆ ยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอารินรดารู้สึกหนีบสันหลังวาบ
"อ๋อ... ตาบ้าจอมเผด็จการเหรอครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความรู้สึกของคนฟัง กันต์หมุนตัวกลับมาหาเธอช้าๆ ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อยราวกับเสือที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "แล้วก็... ที่พิมพ์ว่าฉันชอบทำหน้าหงุดหนี่ใส่แต่แอบอมยิ้มเวลาเธอเถียงนี่ หมายความว่ายังไงหรือครับคุณรินรดา"
"คะ... ใครบอกนายเล่า! เอาโทรศัพท์ฉันคืนมานะ!" รินรดาละล่ำละลักปฏิเสธ หน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความอายจนลามไปถึงใบหู มือบางพยายามจะคว้าโทรศัพท์ในมือหนากลับคืนมา แต่มีหรือที่คนขายาวกว่าจะยอมให้คว้าได้ง่ายๆ กันต์ชูมือขึ้นสูงเหนือหัว พร้อมกับเอียงคอมองเธอด้วยสายתที่พราวระยับไปด้วยความสนุกสนาน
"ไม่ให้ครับ จนกว่าเธอจะอธิบายข้อความนี้ให้ฟังทีละบรรทัด"
"นายมัน... ไอ้คนฉวยโอกาส! ส่งคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย!" รินรดากระโดดโหยงเหยงพยายามจะแย่งมือถือคืนให้ได้ แต่เพราะส่วนสูงที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวทำให้เธอทำได้แค่เพียงปัดป่ายไปมาในอากาศ จนกระทั่งจังหวะที่ก้าวพลาด ส้นรองเท้าผ้าใบดันไปสะดุดเข้ากับกองม้วนกระดาษแปลน ร่างบางเซถลาไปข้างหน้าอย่างควบคุมไม่ได้
กันต์รีบคว้าเอวบางเอาไว้ตามสัญชาตญาณ แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปกองบนโซฟายาวด้วยกัน รินรดารู้สึกว่าลมหายใจสะดุดกักเมื่อแผ่นหลังนุ่มแนบลงกับเบาะโซฟา โดยมีร่างหนาของวิศวะหนุ่มคร่อมทับเอาไว้โดยสมบูรณ์ ระยะห่างระหว่างใบหน้าตอนนี้ใกล้เสียจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของกันและกัน
กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นความสะอาดจากตัวของเขาลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตสบเข้ากับนัยน์ตาสีนิลที่กำลังจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว แววตาคู่นั้นไม่มีความโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความอบอุ่นระคนเอ็นดูที่ทำเอาหัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะ
"ปล่อยเลยนะ..." เสียงของเธอเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ ความดุดันเมื่อครู่วิรานหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความเก้ๆ กังๆ ที่ทำอะไรไม่ถูก
"ไม่ปล่อยครับ จนกว่าเราจะเคลียร์เรื่องในแชตให้จบ" กันต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม "เธอบอกว่าฉันชอบคิดไปเอง... แต่ทำไมข้อความที่เธอพิมพ์มันถึงฟ้องว่าเธอสังเกตฉันทุกฝีก้าวขนาดนั้นล่ะ หื้ม? ตั้งแต่เรื่องที่ฉันชอบขมวดคิ้วตอนวัดสัดส่วน ไปจนถึงเรื่องที่ฉันชอบแอบมองเธอตอนทำงาน... แบบนี้เขาเรียกว่าใส่ใจมากกว่าคิดไปเองนะริน"
"ใครใส่ใจนายกันยะ! ฉันแค่รำคาญต่างหาก!" รินรดาเถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความร้อนผ่าวบนใบหน้าด้วยการเบือนหน้าหนีไปทางอื่น แต่มือเจ้ากรรมดันไปดันอกแกร่งของเขาเอาไว้ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เธอยิ่งรับรู้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่รวดเร็วไม่แพ้กันของอีกฝ่าย
ขณะที่บรรยากาศกำลังระอุและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในมือของกันต์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ *ติ๊ง!*
กันต์เหลือบมองหน้าจอแชตกลุ่มที่สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะหลุดหัวเราะพรวดออกมาเบาๆ รินรดาชะงัก รีบหันขวับกลับมามองแล้วพยายามจะแย่งโทรศัพท์มาดู แต่กันต์ไวกว่า เขาพลิกข้อมือหลบพร้อมกับชูหน้าจอให้เธอดูลอยๆ
บนหน้าจอแสดงแชตกลุ่มของเพื่อนสนิทที่กำลังระเบิดข้อความรัวเข้ามาแบบร้อยข้อความต่อนาที
*[ต้นข้าว]: อีริน! แกมือลั่นหรือตั้งใจแฉวะอีชะนี! เล่ามาเดี๋ยวนี้เลยนะว่าไปตกลงปลงใจกับคุณวิศวะเขาตอนไหน!*
*[เตเต้]: แรงมากแม่! พิมพ์ด่าเขายาวเป็นหางว่าว แต่ลงท้ายด้วยการบอกว่าเขายิ้มสวยเนี่ยนะ?*
*[ต้นข้าว]: ง101 ชัดๆ! แบบนี้เขาเรียกเขินจนพาลค่ะซิส!*
รินรดาอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด หน้าของเธอแดงแจ๋จนแทบจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์อยู่แล้ว มือบางทุบลงที่ไหล่หนาของคนด้านบนเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ระคนอับอาย "ไอ้บ้าต้นข้าว! แกตายแน่!"
"เพื่อนเธอนี่ฉลาดเป็นกรดเลยนะ" กันต์กระซิบชิดริมใบหู เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอทำเอาขนอ่อนลุกซู่ "แล้วสรุป... ที่ยัยเพื่อนตัวดีบอกว่า 'เขินจนพาล' เนี่ย มันจริงอย่างที่ว่าหรือเปล่าล่ะครับ คุณดีไซเนอร์ปากแจ๋ว"
รินรดากัดริมฝีปากล่างอย่างขัดใจ ดวงตาคู่สวยตวัดมองเขาอย่างเอาเรื่อง แต่กลับไม่ได้ผลเมื่อตอนนี้เธอกำลังตกเป็นรองอย่างราบคาบ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไปแล้ว... อันตรายต่อหัวใจของเธอเอง
"ถ้าฉันบอกว่าไม่จริง นายจะยอมลุกออกไปไหมล่ะ" เธอเชิดหน้าขึ้นพยายามทำเสียงให้แข็งที่สุด แม้ว่าหูจะแดงแจ๋จนปิดไม่มิดก็ตาม
กันต์ยิ้มกริ่ม ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่กำลังพยายามฟอร์มจัดอย่างนึกเอ็นดู เขาโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม จนเธอต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"ถ้าเธอกล้าพูดคำนั้นโดยไม่หลบตาฉัน... ฉันอาจจะพิจารณาลุกออกไปก็ได้นะ"
รินรดารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้ด้วยสายตาคู่นั้น สมองตื้อตันจนคิดคำปฏิเสธไม่ออก ในขณะที่ปลายนิ้วอุ่นของเขากำลังไล้เกลี่ยปอยผมที่ปรกลงมาข้างแก้มให้อย่างแผ่วเบา ความอบอุ่นที่ส่งผ่านปลายนิ้วนั้นกำลังละลายกำแพงที่เธอบรรจงสร้างขึ้นมาอย่างช้าๆ
และก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยปากพูดอะไรออกไป เสียงเคาะประตูก็จังๆ ดังขึ้นขัดจังหวะพร้อมกับเสียงตะโกนโหว่เหวèของกลุ่มเพื่อนซี้ที่ดังทะลุเข้ามา
"ไอ้กันต์! ริน! พวกแกอยู่ในนั้นกันสองคนทำไมเงียบกริบ เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย จะมาสวีทกันนอกรอบไม่ได้!"
กันต์ชะงักเล็กน้อย รินรดาสบโอกาสทองจึงใช้แรงฮึดเฮือกสุดท้าย ผลักอกแกร่งเต็มแรงจนเขากระเด็นถอยหลังไป ก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างลนลาน ใบหน้าหวานยังคงแดงก่ำด้วยความเขินอายปนตื่นตระหนก
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แล้วหันไปถลึงตาใส่คุณวิศวะเจ้าระเบียบที่ตอนนี้กำลังยิ้มหน้าระรื่นอย่างผู้ชนะ ก่อนจะพุ่งตัวไปที่ประตูเพื่อจะเปิดออกไปรับมือกับเพื่อนตัวแสบ
ทว่า... ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมไปถึงลูกบิดประตู เสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น *ติ๊ง!* เป็นข้อความส่วนตัวจากแชตของกันตินันท์ที่เพิ่งเด้งเข้ามาสดๆ ร้อนๆ
รินรดาชะงักมือที่กำลังจะบิดลูกบิด สายตาเหลือบไปเห็นข้อความบนหน้าจอที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึกอีกรอบ
*[Kant_K]: เย็นนี้เลิกงานแล้ว... ห้ามกลับก่อนนะ เด็กดื้อ.*
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความโบ๊ะบ๊ะของทั้งคู่ด้วยกันนะคะ
วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 6
ลืมปิดแชตคือหายนะ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!