วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 5

เผลอใจไปกับรอยยิ้มเผล่

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"บอกแล้วไงคะว่าให้ถอยไป! ถ้าโครงสร้างตรงนี้พังขึ้นมา งานโปรเจกต์จบของภาควิชาคุณจะกลายเป็นกองขยะรีไซเคิลทันทีนะคะคุณวิศวกรผู้รอบคอบ!" เสียงตวาดแว้ดพร้อมกับมือเรียวที่ปัดป้องแฟ้มเอกสารในมือของกันตินันท์ดังลั่นห้องสตูดิโอออกแบบชั้นสาม กลิ่นสีอะคริลิกและกาวลาเท็กซ์คละคลุ้งปะปนกับความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบจะคว้ามาจับต้องได้ รินรดาในชุดเสื้อยืดสีซีดเปื้อนคราบสีน้ำและกางเกงยีนส์เซอร์ๆ กำลังยืนเท้าสะเอวจ้องหน้าหนุ่มวิศวะปีสามที่แต่งตัวเนี๊ยบราวกับหลุดออกมาจากแคตตาล็อกแบรนด์ดัง เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนรีดเรียบกริบพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนยามที่เขาพยายามข่มอารมณ์ กันต์สูดลมหายใจเข้าลึก, ปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิทตามแบบฉบับของคนเจ้าระเบียบที่เชื่อมั่นในตัวเลขและฟิสิกส์มากกว่าสัญชาตญาณศิลปิน เขากวาดสายตาคมกริบมองโมเดลจำลองตึกนิทรรศการที่รินรดากับทีมกำลังเร่งมือทำเพื่อส่งประกวดในสัปดาห์หน้า ดวงตาคู่นั้นกวาดตรวจตราอย่างละเอียดถี่ถ้วนราวกับสแกนเนอร์มนุษย์ "ผมไม่ได้จะมาหาเรื่องคุณค่ะรินรดา แต่ฐานรับน้ำหนักตรงมุมทิศตะวันตกเฉียงเหนือมันรับแรงกดไม่พอตามหลักการคำนวณ ถ้าเกิดวันจัดงานจริงมีคนไปยืนมุงดูเยอะๆ มันจะทรุดลงมาทับผลงานศิลปะชิ้นเอกของคุณกลายเป็นเศษกระดาษป่นในพริบตา... ด้วยความหวังดีและหวังรอดชีวิตจากอาจารย์ที่ปรึกษา ผมถึงต้องมาเตือน" กันต์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกวนประสาทไว้เต็มเปี่ยม สายตาคมปลาบมองสบตากับดวงตากลมโตที่ตอนนี้วาวโรจน์ด้วยความโกรธ "หึ! หลักการคำนวณของคุณมันใส่จิตวิญญาณลงไปด้วยหรือเปล่าคะคุณกันตินันท์? งานนี้มันคือศิลปะค่ะ ไม่ใช่ตึกแถวสร้างใหม่! มุมนั้นตั้งใจเว้นไว้เพื่อให้โครงสร้างมันดูพลิ้วไหว ต่างหากเล่า!" รินรดาเถียงกลับทันควัน ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเหนื่อยล้าจากการอดนอนติดต่อกันมาสามวันเต็ม ขอบตาดำคล้ำเล็กน้อยแต่กลับยิ่งขับเน้นให้ดวงตาคู่นั้นดูดื้อรั้นและน่าดึงดูดใจอย่างประหลาดในสายตาของคนมอง กันต์ชะงักไปนิดหนึ่ง เขาไม่ได้เถียงต่ออย่างที่เคยทำเป็นประจำ ทว่าดวงตาคมกลับเลื่อนต่ำลงสำรวจสภาพของแม่สาวปากแจ๋วตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนที่เคยรวบไว้ลวกๆ ตอนนี้หลุดรุ่ยตกลงมาเคลีกรอบหน้าหวาน มีคราบสีน้ำมันสีเหลืองป้ายอยู่ข้างแก้มนวลเนียนโดยที่เจ้าตัวคงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เสื้อผ้าที่ยับย่นและท่าทางหอบหายใจเบาๆ จากความเหนื่อยล้าสะสม ทำให้เกราะป้องกันความเกรี้ยวกราดของเธอดูกระรุ่งกระริ่งเต็มที นานทีปีหน... หรือพูดให้ถูกคือ แทบจะไม่เคยเลยที่เขาจะได้เห็นรินรดาในมุมที่ทุ่มเทและจริงจังถึงขนาดนี้ ปกติแล้วเขาจะเห็นเธอถือแฟ้มเดินเชิดหน้าชูตาพร้อมหาเรื่องแขวะเขาเรื่องระเบียบวินัยในโรงอาหารอยู่เสมอ แต่ยามที่เธอยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ก้มหน้าก้มตาใช้คัตเตอร์กรีดแผ่นโฟมบอร์ดด้วยความระมัดระวังขั้นสุด ปากก็บ่นงึมงำคำนวณสัดส่วนชิ้นงานในใจไปด้วย ความดื้อรั้นและดุดันเมื่อครู่กลับถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นเปี่ยมเสน่ห์ที่ทำเอาหัวใจของหนุ่มวิศวะผู้รักความสมบูรณ์แบบกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว "มองอะไรคะ? หน้าฉันมีกาวตราช้างติดอยู่หรือไง ถึงได้จ้องไม่กระพริบตาขนาดนั้น" รินรดาเงยหน้าขึ้นมาพอดี ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดระคนสงสัยเมื่อเห็นสายตาที่นิ่งงันผิดปกติของคนตรงหน้า กันต์กระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งทะยานขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาเสมองไปทางอื่นก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบหลอดกาวร้อนที่วางอยู่หมิ่นเหม่ใกล้ขอบโต๊ะมาเลื่อนหลบให้พ้นอันตราย "เปล่าค่ะ แค่กำลังคิดว่า... ถ้าคุณขยันตั้งใจทำโปรเจกต์ให้มันรอดปลอดภัยตั้งแต่แรกแบบนี้ ปากที่ใช้คอยกัดชาวบ้านก็น่าจะลดความคมลงไปได้ครึ่งหนึ่งเลยนะรินรดา" "นี่คุณ!" รินรดายกมือขึ้นชี้หน้าเขาอย่างเอาเรื่อง "อยากโดนคัตเตอร์กรีดแขนสักแผลไหมคะคุณชายวิศวะ ปากแบบนี้แหละที่เขาเรียกว่าปากทองคำ เตือนสติคนแถวนี้ไม่ให้หลงตัวเองจนเกินงามต่างหาก!" "ปากทองคำหรือปากกรรไกรกันแน่คะที่พูดแบบนี้" กันต์ยักคิ้วกวนๆ ส่งให้พลางขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเธออีกนิดเพื่อดูแบบแปลนใกล้ๆ "โอเคๆ ยอมแพ้แล้วค่ะคุณดีไซเนอร์ผู้ยิ่งใหญ่ ตรงมุมนั้น... ถ้าผมช่วยเสริมโครงสร้างไม้บัลซ่าซ่อนไว้ข้างในโดยไม่ให้เสียดีไซน์ที่คุณต้องการ จะยอมหยุดบ่นผมสักห้านาทีได้ไหมล่ะ?" รินรดาชะงัก ค้างมือที่กำลังถือพู่กันไว้กลางอากาศ เธอมองหน้าเขาอย่างระแวงระวัง "คุณเนี่ยนะจะยอมช่วย? ปกติเห็นแต่คอยจับผิดนี่คะ" "ก็เห็นคนแถวนี้ทำงานจนหน้าดำคร่ำเครียด ขืนปล่อยให้เป็นลมล้มพับไปก่อนส่งงาน ผมคงไม่มีคู่กัดไปให้อารมณ์เสียใส่ในโรงอาหารอีกสิคะ" กันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกว่าปกติโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มเผลอไผลที่ไม่ได้ตั้งใจจะกวนประสาท แต่มันกลับอบอุ่นและละมุนละไมจนคนมองถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจของรินรดากระตุกแปลกๆ เธอมองรอยยิ้มนั้นแล้วรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในท้อง รอยยิ้มแบบนี้... ไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ยถากถางแบบที่เขาชอบทำ แต่มันคือรอยยิ้มที่แสดงความห่วงใยออกมาอย่างจริงใจ ซึ่งมันอันตรายต่อหัวใจดวงน้อยของเธอเสียยิ่งกว่าคัตเตอร์ในมือเสียอีก "อะ... อือ ตามใจคุณเถอะค่ะ อยากทำอะไรก็ทำ ขี้เกียจเถียงด้วยแล้ว ง่วงจะตายอยู่แล้วเนี่ย" รินรดาเบนสายตาหนีความอบอุ่นที่ล้นทะลักออกมาจากแววตาคู่คมนั้น เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หมุน ฟุบหน้าลงกับแขนตัวเองที่วางพาดอยู่บนโต๊ะเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัด กันต์มองท่าทางเก้อเขินนั้นด้วยรอยยิ้มกว้างกว่าเดิมโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว ความรู้สึกเอ็นดูพรั่งพรูเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ มือหนาทาบลงบนแผ่นไม้บัลซ่าเพื่อเริ่มลงมือช่วยเธอกู้ซากโปรเจกต์ตามที่ปากพูด โดยไม่รู้เลยว่าบรรยากาศเงียบสงบยามดึกในห้องสตูดิโอนี้ กำลังค่อยๆ หลอมละลายกำแพงความเกลียดชังของทั้งคู่ออกทีละน้อย เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์บนหน้าจอมือถือที่วางคว่ำอยู่ข้างกองสีน้ำดังขึ้นเบาๆ สั่นเตือนว่ามีข้อความเข้าจากแชตกลุ่มที่เพื่อนสนิทอย่างต้นข้าวส่งรูปภาพและข้อความแซวขยี้ใจมา รินรดาเอื้อมมือไปควานหาโทรศัพท์โดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง เพื่อจะกดปิดเสียง แต่ด้วยความสะลึมสะลือและสมองที่ประมวลผลช้าจากการอดนอน นิ้วเรียวเจ้ากรรมดันกดพลาดไปโดนปุ่มส่งข้อความเสียงที่เธอเผลอพิมพ์ค้างไว้ให้กันต์อ่านเมื่อครู่พอดิบพอดี! เสียงหวานใสที่บันทึกความรู้สึกสับสนในใจของเธอเมื่อวานซืนดังสะท้อนก้องขึ้นท่าย์กลางความเงียบของห้องสตูดิโอ... *"ก็ไม่ได้อยากจะยอมรับหรอกนะ... แต่รอยยิ้มเวลาที่ตาบ้านั่นตั้งใจทำงานน่ะ... มันโคตรจะโกงเลยอ่ะแก..."* เสียงในข้อความเงียบลง แต่มลوคความเงียบที่ตามมานั้นกลับหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก กันต์ที่กำลังก้มหน้าวัดสัดส่วนไม้ชะงักค้างทันที เขาดึงมือกลับอย่างช้าๆ แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ตอนนี้แข็งทื่อเป็นหิน ร่างบางสะดุ้งสุดตัวเมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองเพิ่งทำเรื่องน่าอับอายที่สุดในชีวิตลงไป รินรดารีบพยายามจะคว้าโทรศัพท์มากดลบข้อความยกเลิก แต่ดันปัดมันตกพื้นกระจายหลุดมือไปคนละทิศละทาง ในขณะที่กันต์ค่อยๆ หันมาสบตาเธอด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อยที่ฉายชัดแววพึงพอใจสุดขีด ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและเดินทางไปกับความโบ๊ะบ๊ะนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%