คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเดินเล่นแบบนี้•ตอนที่ 19

โบ้ที่ชื่ออาจารย์สิงหา

ผลงานโดย นภากระซิบผี
กลิ่นอายความอับชื้นของคราบเลือดเก่าและกลิ่นอลูมิเนียมจากอาคมเกรดต่ำคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน รินทร์ก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่อโครงข่ายไสยเวทรูปวงกลมตรงหน้าสั่นพับๆ แสงสีม่วงคล้ำที่เคยเสถียรกลับกระพริบถี่ราวกับวงจรไฟฟ้ากำลังจะระเบิด ในฐานะอดีตนักศึกษาแพทย์ เธอมองว่าอาคมเหล่านี้ไม่ได้ต่างอะไรจากสมการฟิสิกส์ที่คำนวณตัวแปรพลาด—และเมื่อตัวแปรเกินขีดจำกัด ผลลัพธ์มักไม่ใช่ความเสียหายเล็กน้อย แต่เป็นการระเบิดทำลายล้าง "คำนวณมุมหักเหของพลังงานผิดไปร้อยละสิบเจ็ด... โง่เง่าสิ้นดี" รินทร์พึมพำกับตัวเองขณะยกปลายนิ้วขึ้นวาดอักขระป้องกันตัวในอากาศ ระบบแจ้งเตือนอินเทอร์เฟซสีฟ้าใสลอยเด่นขึ้นตรงหน้า พร้อมเสียงติ๊ดเตือนเบาๆ ที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้ยิน [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความหนาแน่นของจิตอาฆาตเกินพิกัดระดับ A] [คำเตือน: โครงสร้างเขตอาคมกำลังจะพังทลายในอีก 10 วินาที] ตรงหน้าเธอ หุ่นเชิดวิญญาณตนหนึ่งกำลังเงื้อดาบอาคมขึ้นสุดแขน มันไร้ซึ่งดวงตา มีเพียงรอยฉีกย่ามบนใบหน้าและไอสีดำพวยพุ่งออกมาจากลำคอ รินทร์หรี่ตาลง ประเมินความเร็วและมวลน้ำหนักของอาวุธในหัวอย่างรวดเร็ว เธอขยับเท้าเตรียมถอยฉากไปยังมุมอับสายตาเพื่อตั้งรับตามหลักยุทธวิธีที่เคยทดลองมานับครั้งไม่ถ้วน ทว่า… แรงลมกระโชกวูบหนึ่งก็พัดผ่านหลังคาโกดังร้างจนสังกะสีสั่นกราว *เปรี้ยง!* สายฟ้าสีครามสว่างวาบผ่าทะลุหลังคาลงมาปักกลางวงอาคมโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า แรงปะทะรุนแรงจนพื้นคอนกรีตแตกละเอียดเป็นร่องลึก ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ รินทร์กะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส ภาพแรกที่ปรากฏผ่านม่านฝุ่นคือแผ่นหลังกว้างในชุดคลุมสีเข้มคุ้นตา อาจารย์สิงหา ชายหนุ่มยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าเธอ ร่างสูงใหญ่บังร่างของเธอไว้มิดชิดราวกับกำแพงเหล็ก ปลายเท้าของเขาเหยียบลงบนหัวใจอาคมของหุ่นเชิดตัวนั้นพอดี จนพลังงานสีดำที่กำลังจะระเบิดมอดดับลงในพริบตาเดียวโดยไม่ต้องออกแรงร่ายคาถาบทใหญ่ให้เสียเวลา "เล่นอะไรเป็นเด็กๆ ไปได้ รินทร์" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเรียบเฉย แต่แฝงไว้ด้วยกระแสความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามเก็บซ่อนไม่มิด อาจารย์สิงหาไม่ได้หันกลับมามองเธอทันที เขายังคงยืนค้ำฟ้าอยู่เบื้องหน้า ปลายมือข้างหนึ่งสะบัดเบาๆ เพื่อปัดเขม่าควันออก1จากชายเสื้อ "ฉันไม่ได้เล่นค่ะอาจารย์ ฉันกำลังเก็บข้อมูลตัวแปรเพื่อปิดผนึกต่างหาก" รินทร์โต้กลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบและติดจะเย็นชาตามแบบฉบับของเธอ พร้อมกับก้าวเท้าออกมาด้านข้างเล็กน้อยเพื่อประเมินความเสียหาย "ถ้าอาจารย์ไม่พังโครงสร้างของฉันเมื่อครู่ ฉันน่าจะคำนวณจุดอับสายตาของมันเสร็จภายในสามวินาที" อาจารย์สิงหาแค่นเสียงในลำคอ ชายหนุ่มหันขวับกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแสงสลัวฉายแววคุกรุ่นอย่างชัดเจน เขาจ้องมองสำรวจตั้งแต่เส้นผมที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยเนื่องจากแรงลม ไปจนถึงคราบเขม่าจางๆ ที่ข้างแก้มเนียนของเธอ "สามวินาที? เธอกล้าพูดคำนี้ทั้งที่แขนเสื้อด้านซ้ายขาดวิ่นไปครึ่งแถบอย่างนั้นน่ะรินทร์?" น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้น อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนรินทร์สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวของจอมขมังเวทหนุ่ม "ถ้าฉันมาช้ากว่านี้อีกก้าวเดียว วิญญาณเร่ร่อนพวกนี้คงได้ฉีกร่างเธอออกเป็นชิ้นๆ ไปแล้ว" "มันคือความเสี่ยงที่อยู่ในเกณฑ์คำนวณค่ะ" รินทร์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตสบตากับเขาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว "การทดลองทางไสยเวทจำเป็นต้องมีตัวแปรควบคุม และฉันก็—" "หยุดพูดเรื่องตัวแปรไร้สาระนั่นสักที!" อาจารย์สิงหาขยับตัวเข้ามาประชิดรวดเร็วจนเธอเผลอผถอยหลังไปชนกับเสาไม้ด้านหลัง ร่างสูงก้าวเข้ามาบังคับพื้นที่ของเธอจนหมดสิ้น แผ่นอกกว้างอยู่ห่างจากปลายจมูกเธอไม่ถึงคืบ มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและเต็มไปด้วยความอึดอัดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ รินทร์ชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นอาจารย์ผู้เยือกเย็นและรักษาระยะห่างเสมอ แสดงท่าที "ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่" ออกมาให้เห็นชัดเจนขนาดนี้ "ปล่อยค่ะอาจารย์ ฉันเจ็บ" เธอกล่าวเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเริ่มเต้นผิดจังหวะด้วยเหตุผลอื่นที่ไม่ใช่ความกลัว "เจ็บเหรอ? เพิ่งรู้หรือไงว่าตัวเองก็รู้จักเจ็บ" อาจารย์สิงหาก้มหน้าลงมามองเธอ สายตาของเขาไม่ได้มองที่ข้อมือที่เขาจับอยู่ แต่มันกวาดมองสำรวจรอยแผลถลอกเล็กๆ บริเวณหลังมือของเธอด้วยแววตาที่มืดมนลงกว่าเดิม "ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าริอ่านใช้วิธีบ้าบิ่นแบบนี้อีก ถ้าอยากทดลองนัก ทำไมไม่เอาตัวเองไปเสี่ยงในเขตปลอดภัยของหอคอยไสยเวท ทำไมต้องวิ่งเข้ามาในรังของพวกมันตามลำพังทุกที!" น้ำเสียงที่ราบเรียบในยามปกติบัดนี้กลับเจือไปด้วยความร้อนรนและ... ความหวงแหนอย่างเปิดเผย จนรินทร์ต้องกะพริบตาปริบๆ สมองที่เคยประมวลผลด้วยตรรกะทางวิทยาศาสตร์และฟิสิกส์เริ่มรวนเร ชายหนุ่มตรงหน้าเธอบัดนี้ดูคล้ายกับสุนัขตัวใหญ่ที่กำลังโกรธเกรี้ยวเพราะกลัวว่าเจ้าของจะทำตัวหลุดมือไปเสียมากกว่าจอมขมังเวทผู้ทรงอำนาจ "เพราะข้อมูลภาคสนามมันแม่นยำกว่าทฤษฎีในตำราค่ะ..." รินทร์พยายามหาข้ออ้างมาเถียง แต่เสียงของเธอกลับเบาลงไปถนัดใจเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของอีกฝ่ายแตะลงเบาๆ ที่รอยแผลบนหลังมือของเธอ พลังปราณอุ่นๆ ไหล่ทะลักเข้ามารักษาแผลถลอกนั้นในพริบตา อาจารย์สิงหาถอนหายใจยาวเหยียด ยอมผ่อนแรงที่ข้อมือลงแต่ยังคงไม่ยอมปล่อยมือเธอไป เขาก้มหน้าลงมาใกล้ขึ้นจนหน้าผากเกือบจะชิดกับเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มของเธออย่างแผ่วเบา "เธอนี่มันดื้อด้านที่สุด รินทร์" เขากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนลงแต่ยังคงมีความดุเจืออยู่เต็มเปี่ยม "คิดว่าตัวเองเก่งกาจมาจากไหน ถึงได้กล้าท้าทายกฎของเขตอาคมระดับนี้คนเดียว หืม?" รินทร์เม้มริมฝีปากแน่น กำลังจะอ้าปากอธิบายหลักการคำนวณความน่าจะเป็นของเธอต่อ ทว่าจู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน เสียงระฆังโบราณที่ไม่รู้ว่าดังมาจากที่ใดก็ก้องกังวานขึ้นสามครั้งซ้อนในโสตประสาท *กริ๊ง... กริ๊ง... กริ๊ง...* [แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS!] [ตรวจพบการตื่นขึ้นของ 'ผู้เฝ้าประตูกลืนวิญญาณ' ใต้พื้นดิน 5 เมตร] [เป้าหมายกำลังพุ่งตรงมายังตำแหน่งของท่าน: 0 วินาที] พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองยุบตัวลงอย่างกะทันหัน แรงสั่นสะเทือนมหาศาลพ่นไอกลุ่มสีดำทะลักขึ้นมาจากรอยแยก พร้อมกับเสียงคำรามก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ และก่อนที่รินทร์จะได้ขยับตัว อาจารย์สิงหาก็คว้าเอวบางของเธอเข้าหาตัวด้วยมือข้างเดียวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักกระบี่อาคมในมือขวาขึ้นฟ้า เตรียมรับมือกับสิ่งที่ผุดขึ้นมาจากรอยแยกเบื้องหน้า—เงาร่างมหึมาที่มีดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่กำลังจ้องมองตรงมาที่พวกเขา! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเดินเล่นแบบนี้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%