"เธอคิดจริงๆ หรือรินทร์ ว่าฉันจะยอมก้มหัวให้เด็กเมื่อวานซืนไปตลอดชีวิต?"
คมแฝกเหล็กอาคมพุ่งแหวกอากาศเข้าสู่จุดตายในเสี้ยววินาทีที่ระบบเตือนภัยภายในจิตสำนึกของรินทร์ยังไม่ทันประมวลผลเสร็จสิ้นด้วยซ้ำ กลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็กคลุ้งผสมไปกับกลิ่นอายธูปโบราณในห้องโถงใต้ดินของศาลเจ้าเก่าแก่ รินทร์เบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ ปลายมีดอาคมเฉี่ยวผ่านหัวไหล่ซ้ายจนเนื้อผ้าขาดวิ่น เผยให้เห็นรอยไหม้สีดำจากไออาคมที่กัดกินผิวหนังอย่างรวดเร็ว
นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบไสยเวท—รินทร์บอกตัวเองด้วยความเยือกเย็น แม้หัวใจจะเต้นรัวเร็วกว่าปกติถึงสองเท่า ความรู้สึกคุ้นเคยจากการวิเคราะห์โครงสร้างทางกายภาพถูกนำมาใช้โดยอัตโนมัติ รินทร์มองศัตรูเบื้องหน้า 'ศราวุธ' สมาชิกแนวหน้าที่ร่วมฝ่าฟันคดีลี้ลับระดับ A มาด้วยกันถึงสามสัปดาห์ ดวงตาของชายหนุ่มผู้นั้นไม่ได้ฉายแววบ้าคลั่ง แต่กลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความโลภที่ถูกขับเคลื่อนด้วยยันต์ควบคุมจิตระดับสูง
"คุณคำนวณต้นทุนความเสี่ยงพลาดไปแล้วค่ะ ศราวุธ" เสียงของรินทร์ราบเรียบราวกับกำลังอธิบายกลไกของลูกตุ้มนาฬิกา ทั้งที่เลือดสีสดกำลังไหลซึมผ่านรอยขาดของเสื้อ "การหักหลังในเขตอาคมปิดตายแบบนี้ เท่ากับคุณปิดกั้นเส้นทางหนีตายของตัวเองไปด้วย..."
"หุบปาก!" ศราวุธคำรามลั่น เงื้อมือซัดตะปูตอกโลงศพอาคมเข้าใส่ไม่ยั้ง รินทร์ก้าวถอยหลังอย่างเป็นระบบ คำนวณมุมหักเหของเงาสะท้อนจากคบเพลิงบนผนังหิน ไสยเวทในมุมมองของเธอไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ แต่มันคือ 'ฟิสิกส์อีกรูปแบบหนึ่ง' ที่มีกฎเกณฑ์ อัตราเร้น และจุดศูนย์ถ่วงที่สามารถคำนวณได้ เมื่อกระแสลมเปลี่ยนทิศทางจากการเคลื่อนไหว รินทร์จึงดีดตัวหลบเข้ามุมอับสายตา พร้อมกับสะบัดปลอกแขนกลไกที่ดัดแปลงจากอุปกรณ์การแพทย์ปล่อยผงเงินบริสุทธิ์เข้าใส่ดวงตาของอีกฝ่าย
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมกับร่างของศราวุธที่เซถลาถอยหลัง ทว่า ก่อนที่รินทร์จะได้หยิบยันต์สะกดทัพออกจากกระเป๋าคาดเอว เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็สะท้อนก้องมาจากอุโมงค์เบื้องหลัง สมุนเงาที่ซ่อนตัวอยู่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลโดยกลไกการทรยศนี้
รินทร์กัดริมฝีปากแน่น ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว—พลังอาคมในตัวเหลือเพียงร้อยละสามสิบ ทางหนีถูกตัดขาด บาดแผลที่หัวไหล่เริ่มส่งผลต่อการควบคุมสมาธิ หากเป็นคนอื่นคงยอมแพ้ไปแล้ว แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับทอประกายความดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์ ในเมื่อเส้นทางข้างหน้าไม่มีมิตรแท้ หญิงสาวก็พร้อมที่จะแปลงร่างเป็นผู้ล่าในกฎเกณฑ์ของเธอเอง
เธอทรุดตัวลงต่ำ แตะฝ่ามือลงกับพื้นศิลาที่มีอักขระโบราณสลักไว้ ระบบอินเทอร์เฟซไสยเวทในหัวกระพริบเตือนสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังชัดเจนในโสตประสาท
[ ตรวจพบสภาวะวิกฤต: ผู้ใช้ตกอยู่ในวงล้อมของค่ายกลมรณะ ]
[ เปิดใช้ฟังก์ชันพิเศษอัตโนมัติ: ดึงพลังงานตกค้างจากจิตวิญญาณรอบข้าง ]
[ คำเตือน: อัตราการสูญเสียสติสัมปชัญญะ 45% หากฝืนใช้เกินขีดจำกัด ]
รินทร์ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เธอยอมรับความเสี่ยงนั้นทันที พลังงานเย็นเยียบพวยพุ่งเข้าสู่กระดูกสันหลังราวกับสายน้ำแข็งไหลย้อนทวนกระแส ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศถูกกดทับด้วยความชาญฉลาดอันเฉียบคม ดวงตาส่อประกายสีครามเข้มขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดของอุโมงค์ที่ไร้ทางออก รินทร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ พร้อมรอยยิ้มบางเบarที่มุมปาก—รอยยิ้มแบบเดียวกับที่เธอเคยใช้ตอนผ่าตัดเคสยากที่สุดในห้องฉุกเฉิน
"ถ้าอยากได้ศพฉันนัก ก็ลองเข้ามาเก็บกวาดดูค่ะ ว่าพวกคุณจะเหลือชิ้นส่วนกลับออกไปครบหรือเปล่า"
ทว่า ในวินาทีที่รินทร์กำลังจะสะบัดอาคมโต้กลับ เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทก็ก้าวออกมาจากความว่างเปล่าเบื้องหน้าอย่างไร้ซุ่มเสียง กลิ่นอายกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนเปลวไฟรอบด้านหรี่ดับลงเหลือเพียงสีฟ้าคราม อาจารย์สิงหายืนอยู่ตรงนั้นพอดี ดวงตาคมกริบภายใต้เงาหมวกจ้องมองรินทร์ด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกัก
"เดินหมากพลาดไปหนึ่งตา... รินทร์ เธอลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นคนสอนวิธีฆ่าคนด้วยกฎของฟิสิกส์กันแน่?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเดินเล่นแบบนี้•ตอนที่ 17
กับดักภายใน
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเดินเล่นแบบนี้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!