กลิ่นสาบของดินปืนผสมผสานกับไอเย็นเยือกที่อบอวลอยู่ในอากาศทำให้รินทร์ต้องขมวดคิ้วแน่น เธอขยับแว่นสายตาที่เคลือบสารกันอาคมไว้เบาๆ สายตาคมกริบมองผ่านเลนส์ไปยังผนังศิลาที่สลักลวดลายยันต์ดึกดำบรรพ์ ซึ่งบัดนี้กำลังสั่นไหวราวกับมีชีวิต
"อย่าเพิ่งขยับไปไหนนะรินทร์ ก้าวเท้าผิดเพียงนิ้วเดียว ระบบกลไกของสุสานแห่งนี้จะเปลี่ยนกระดูกคุณให้กลายเป็นปุ๋ยบำรุงวิญญาณชั้นดีทันที" เสียงทุ้มต่ำของอาจารย์สิงหาดังขึ้นจากด้านหลัง ความเย็นชาในน้ำเสียงนั้นไม่ได้ลดทอนความห่วงใยที่แฝงอยู่เลยแม้แต่น้อย
รินทร์ไม่ได้หันไปมอง เธอเพียงแค่นิ่งเงียบและวิเคราะห์คลื่นพลังงานที่ไหลเวียนในอากาศผ่านหน้าต่างระบบที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ในมุมมองของเธอ นี่ไม่ใช่เวทมนตร์ลี้ลับที่ไร้ที่มา แต่เป็น 'วิศวกรรมพลังงาน' ที่ต้องใช้ความแม่นยำระดับศัลยแพทย์
"ความถี่ของสนามแม่เหล็กในห้องนี้ไม่เสถียรค่ะอาจารย์" รินทร์เอ่ยขึ้น พลางหยิบเข็มเงินที่อาบเลือดสัตว์อาคมออกมาถือไว้ "ยันต์บนผนังทำหน้าที่เหมือนตัวรับสัญญาณ ถ้าเราดีดนิ้วส่งกระแสจิตเข้าไปในจังหวะที่คลื่นต่ำที่สุด เราก็น่าจะเปิดประตูกลนี้ได้โดยไม่ต้องทำลายกลไกข้างใน"
สิงหายกยิ้มที่มุมปาก สายตามองแผ่นหลังของลูกศิษย์คนนี้ด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด "นั่นเป็นวิธีที่เสี่ยงมาก แต่ก็เป็นวิธีเดียวที่จะเก็บวัตถุอาคมระดับสูงได้โดยไม่ให้มันเสียหาย... ลงมือเลย"
รินทร์สูดหายใจลึก สมาธิของเธอจดจ่ออยู่ที่จุดศูนย์กลางของอักขระตัวที่เจ็ด เธอนับจังหวะการเต้นของหัวใจให้ตรงกับเสียงหวีดหวิวที่ดังแว่วมาจากความมืดมิด ทันใดนั้น เธอก็ดีดเข็มเงินออกไป ปลายเข็มพุ่งเข้าเสียบทะลุจุดตายของยันต์อย่างแม่นยำราวจับวาง
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในโสตประสาทของรินทร์
[ระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงสำเร็จ – ลำดับรหัสสุสานโบราณถูกปลดล็อก]
[คำเตือน: บอสระดับภัยพิบัติ 'ผู้พิทักษ์หอตำราต้องห้าม' รับรู้ถึงการบุกรุกแล้ว]
แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้ฝุ่นผงบนเพดานร่วงกราว รินทร์สัมผัสได้ถึงความกดดันที่พุ่งเข้ามาปะทะหน้าอกจนแทบหายใจไม่ออก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะ 'จิตสังหาร' ที่หนาแน่นจนเปลี่ยนอากาศให้กลายเป็นตะกั่ว
"อาจารย์คะ..." รินทร์เรียกเสียงเบา พลางถอยหลังมาตั้งหลักเคียงข้างสิงหา
"ไม่ต้องถอย" สิงหาขยับตัวมาบังหน้าเธอไว้ กระบี่อาคมในมือสั่นระริกราวกับพร้อมจะหลุดจากฝัก "สิ่งที่กำลังจะออกมาไม่ใช่สิ่งที่เราเคยรับมือมา มันไม่ใช่แค่ผู้พิทักษ์ แต่มันคือ... เศษเสี้ยวแห่งความทรงจำที่ถูกสาปของบรรพชน"
ผนังศิลาที่เคยแน่นหนาพังครืนลงมา เผยให้เห็นโถงกว้างที่เต็มไปด้วยกองกระดูกและตำราที่เปื้อนเลือด ชายร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะโบราณที่ดูเหมือนเพิ่งจะขยับกายตื่นจากนิทรานานนับร้อยปีค่อยๆ ก้าวออกมา ดวงตาที่ควรจะเป็นเบ้าตาว่างเปล่ากลับมีเปลวเพลิงสีน้ำเงินลุกโชน
มันไม่ได้พุ่งเข้าใส่ แต่กลับยื่นมือที่เหลือเพียงกระดูกออกมาทางรินทร์ เสียงแหบพร่าราวกับเสียงกระดาษเสียดสีกันดังลั่นโถง
"ศิษย์ทรยศ... เจ้ากลับมาทำไม"
รินทร์ตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่เพราะคำสาป แต่เพราะน้ำเสียงนั้น... มันคือน้ำเสียงของอาจารย์เธอในอดีตชาติที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน ระบบไสยเวทที่เธอควบคุมอยู่เริ่มรวนเร ค่าสถานะพลังงานแกว่งไปมาอย่างบ้าคลั่ง
[แจ้งเตือนระดับวิกฤต: ค่าสถานะทางจิตใจของคุณกำลังถูกรบกวน! บอสลับเริ่มทำการ 'ดึงความทรงจำ' ของคุณ!]
"รินทร์! อย่าไปฟังมัน!" สิงหาตะโกนลั่น พร้อมกับสะบัดยันต์ไฟเข้าสกัดกั้นร่างของผู้พิทักษ์ แต่เปลวไฟสีชาดกลับถูกดูดกลืนหายไปในความว่างเปล่าอย่างง่ายดาย
บอสลับค่อยๆ หันมามองรินทร์ มันขยับปากที่ไร้กล้ามเนื้อเป็นประโยคที่ทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบ
"ในเมื่อเจ้ามาถึงที่นี่แล้ว... ก็จงอยู่เป็น 'ศิษย์เอก' ของข้าไปชั่วนิรันดร์เถิด"
ร่างของผู้พิทักษ์พุ่งวาบหายไปจากตำแหน่งเดิม ลมวูบหนึ่งปะทะที่ต้นคอของรินทร์ ก่อนที่เสียงกระซิบข้างหูจะดังขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่าใครในชีวิต
"รินทร์... เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า 'เงื่อนไขการเปิดประตู' ที่แท้จริง... คืออะไร?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเดินเล่นแบบนี้•ตอนที่ 16
ภารกิจดันเจี้ยนหลุมศพโบราณ
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าเรียกวิญญาณมาเดินเล่นแบบนี้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!